นโยบายสังคม

การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่นโยบายสังคมและการคุ้มครองทางสังคมเป็นสิ่งจำเป็นในการหยุดวงจรความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ

A father and a mother are taking their daughter around the area.
UNICEF Thailand/2017/Thuentap

ปัญหาและความท้าทาย

ความเหลื่อมล้ำ

แม้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยจะก้าวหน้าอย่างมากในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่น่าเสียดายที่การเติบโตทางเศรษฐกิจยังเข้าไม่ถึงประชากรทั้งหมดได้อย่างเท่าเทียมกัน โดยยังมีบางภูมิภาคและประชากรบางกลุ่มถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2558-2559 พบว่าเด็กและเยาวชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล เด็กที่หัวหน้าครอบครัวไม่พูดภาษาไทย เด็กในครอบครัวยากจน และเด็กที่พ่อแม่มีการศึกษาน้อย มักจะมีความล้าหลังกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันทั้งทางด้านสุขภาพ การศึกษา และการพัฒนาโดยรวม

ไม่ควรมีเด็กคนใดใช้ชีวิตอยู่กับความยากจน

ความยากจน

ความยากจนส่งผลกระทบต่อเด็กยิ่งกว่าประชากรยากจนกลุ่มอื่น กล่าวคือ ในขณะที่อัตราความยากจนโดยรวมใน พ.ศ. 2557 อยู่ที่ร้อยละ 10.5 อัตราความยากจนสำหรับเด็กอายุระหว่าง 0-17 ปีกลับอยู่ที่ร้อยละ 13.8 โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้มีอัตราความยากจนของเด็กสูงที่สุดในประเทศไทย ใน พ.ศ. 2557 มีเด็กประมาณสองล้านคนในประเทศไทยอาศัยอยู่กับครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจน

ความยากจนพรากสิทธิขั้นพื้นฐานไปจากเด็ก ทำให้พวกเขามีความเสี่ยงที่จะถูกทำร้าย และถูกแสวงประโยชน์ ทั้งยังพรากโอกาสของเด็กในการได้รับโภชนาการที่เหมาะสม การมีสุขภาพที่ดีและการศึกษาที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่จะถูกส่งต่อไปยังรุ่นถัดไป

ประชากร 67% มีชีวิตอยู่ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจน ใน พ.ศ. 2557

ประชากร 67% มีชีวิตอยู่ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจน
ใน พ.ศ. 2529

ประชากร 11% มีชีวิตอยู่ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจน ใน พ.ศ. 2557

ประชากร 11% มีชีวิตอยู่ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจน
ใน พ.ศ. 2557

เด็ก 14% มีชีวิตอยู่ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจน ใน พ.ศ. 2557

เด็ก 14% มีชีวิตอยู่ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจน
ใน พ.ศ. 2557

แนวทางการแก้ปัญหา

ครอบครัวพ่อแม่และลูก ที่ได้ประโยชน์จากนโยบายเงินอุดหนุนเด็กเล็ก
UNICEF Thailand/2016/Thuentap
มนลักษณ์ แซ่ซ้อง เด็กน้อยวัย 3 เดือน กับพ่อแม่ของเธอในอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ หนูน้อยมนลักษณ์คนนี้ เป็นหนึ่งในเด็กเล็กกว่า 128,000 คนในประเทศไทย ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการเงินอุดหนุนเด็กเล็ก ซึ่งยูนิเซฟมีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดขึ้น โดยนโยบายนี้ช่วยให้ครอบครัวยากจนที่มีเด็กเล็กอายุระหว่าง 0-3 ปี ได้รับเงินอุดหนุนเดือนละ 600 บาท

งานด้านนโยบายสังคมของ ยูนิเซฟ ประเทศไทย มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาคอขวดในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อพวกเด็กๆ และในด้านคุณภาพและการให้บริการต่างๆ แก่พวกเด็กๆ ซึ่งรวมถึงการพัฒนาทักษะให้กับหน่วยงานภาครัฐในการใช้หลักฐานข้อมูลในการวางแผน จัดสรรงบประมาณ ดำเนินโครงการ และประเมินนโยบายด้านเด็กของประเทศในมุมมองด้านความเหลื่อมล้ำและผลลัพธ์ ศักยภาพของภาครัฐจะได้รับการเสริมสร้างให้เข้มแข็งเพื่อนำเอาเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเข้ามาบูรณาการในนโยบายและแผนของประเทศ

จุดมุ่งหมายจะอยู่ที่การเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อเพิ่มความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการบริหารจัดการทางการเงิน ที่จะช่วยเสริมสร้างการตระหนักรู้สาธารณะถึงช่องว่างในการปกป้องสิทธิเด็กและกระตุ้นให้ภาครัฐลงมือปฏิบัติ

ในประเด็นด้านการคุ้มครองทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับพวกเด็กๆ ยูนิเซฟ ประเทศไทย มุ่งหวังที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการคุ้มครองทางสังคม เพื่อลดช่องว่างของความยากจน และแก้ปัญหาประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเด็กเล็ก โครงการจะเข้ามาสนับสนุนโมเดลของการคุ้มครองทางสังคม การระบุแหล่งที่มาของงบประมาณ และการจัดทำนโยบายการคุ้มครองทางสังคมเพื่อเด็กแบบถ้วนหน้า โดยพันธมิตรด้านยุทธศาสตร์ได้แก่ภาคประชาสังคม เช่น สถาบันการศึกษา ที่จะเข้ามาช่วยในด้านการเก็บข้อมูล และให้คำแนะนำด้านนโยบาย

ยูนิเซฟจะช่วยสร้างเสริมศักยภาพให้กับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงอื่นๆ เพื่อให้มีความสามารถในการออกแบบ ดำเนินการ และเฝ้าติดตามโครงการเงินอุดหนุนที่มีอยู่ให้ครอบคลุมเด็กทุกคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์ประกอบอื่นๆ ของโครงการ จะได้ประโยชน์จากการบูรณาการร่วมกับนโยบายสังคม ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลและงบประมาณสำหรับแผนและนโยบายเพื่อเด็กในประเทศไทย

คุณร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาได้ ด้วยการเป็นอาสาสมัครกับโครงการฉันคือยูนิเซฟ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับงานของยูนิเซฟในประเทศไทย