10 วิธีสร้างนิสัยที่ดีในการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลที่บ้าน
ข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้ครอบครัวของคุณมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเทคโนโลยี - รวมถึงความสัมพันธ์ต่อกันและกัน
- English
- ไทย
การเลี้ยงดูเด็กในยุคดิจิทัลนั้นไม่ง่าย อาจเป็นการยากที่จะคอยตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้ทัน และเข้าใจวิธีสร้างสมดุลให้กับความเสี่ยงและโอกาสต่างๆ ที่มาพร้อมกับมัน เราได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงดูบุตรในยุคดิจิทัลอย่าง ดร. แจ็คเกอลีน เนซี่ เกี่ยวกับเคล็ดลับต่าง ๆ ที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัวกับเทคโนโลยี
พูดคุยกันตั้งแต่เนิ่น ๆ และบ่อย ๆ เกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยีในชีวิตครอบครัวของคุณ
1. ถามลูกของคุณเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ของพวกเขาในลักษณะเดียวกับที่คุณจะถามเรื่องกิจกรรมอื่น ๆ ที่พวกเขาทำ ลองดูว่าทำไมพวกเขาจึงชอบและอะไรที่พวกเขาไม่ชอบ พวกเขาใช้มันบ่อยแค่ไหน และอะไรที่ใช้งานได้ดี
2. พูดคุยถึงความเสี่ยงของการใช้เทคโนโลยี พูดกับลูก ๆ อย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับความเป็นห่วงที่คุณมี อย่างการที่อุปกรณ์เหล่านี้ขัดขวางกิจกรรมอื่น ๆ ความกังวลเกี่ยวกับเนื้อหาที่พวกเขาจะพบเห็นหรือสิ่งที่พวกเขาอาจจะทำบนออนไลน์
ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องบอกลูก ๆ ของเราอย่างชัดเจน (และบ่อยครั้ง) ว่าเราอยากให้เขาเข้าหาเราหากพบเจอปัญหาใด ๆ บนออนไลน์ อาจลองพูดทำนองว่า “มันอาจจะยากมากนะที่จะรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรในทุก ๆ สถานการณ์ที่เจอบนออนไลน์ ลูกอาจเจอกับสิ่งที่ทำให้สับสนและทำให้รู้สึกไม่ดี แต่พ่อ/แม่อยากให้ลูกบอกพ่อ/แม่หากเจอเรื่องเหล่านี้ เพื่อที่เราจะได้ช่วยกันคิด และรับมือไปด้วยกัน”
เรายังต้องรู้ตัวอยู่เสมอว่าเราจะโต้ตอบอย่างไรเมื่อลูกมาหาเราพร้อมเรื่องต่าง ๆ ในฐานะพ่อแม่ มันอาจจะน่าตกใจ หรืออาจจะน่ากลัว เมื่อลูกเล่าเรื่องที่เขาเจอบนออนไลน์ให้ฟัง เราอาจจะอยากรีบจัดการ หรือบอกลูกทันทีพวกเขาทำอะไรผิดไป หรือยึดอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้ เพื่อที่จะทำให้ลูกปลอดภัย แต่การโต้ตอบแรกที่ดีในสถานการณ์แบบนี้ คือ การพูดว่า “ขอบคุณมากที่บอกพ่อ/แม่นะ” นี่จะทำให้ลูก ๆ กล้ามาบอกเราอีกเมื่อเจอความท้าทายบนออนไลน์ในครั้งต่อ ๆ ไป
3. พึงระวังถึงปัญหาแฝง สิ่งสำคัญ คือ ต้องไม่โทษเทคโนโลยีไปเสียทุกอย่าง บางครั้งมีเรื่องอื่นเกิดขึ้นด้วย ซึ่งมันแสดงออกมาในวิธีที่เด็ก ๆ ใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น หากคุณมีลูกวัยรุ่นที่ใช้เวลามากเกินไปกับสื่อโซเชียลคอยแต่จะอัปเดตฟีดอยู่ตลอดเวลา คุณอาจต้องเริ่มถามว่าจริง ๆ แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น อาจเป็นความกังวลของลูกว่าผู้อื่นคิดกับเขาอย่างไร หรือเขาอาจรู้สึกไม่มั่นใจที่โรงเรียน หรือในหมู่เพื่อนฝูง
ตั้งขอบเขตที่สมเหตุสมผลกับครอบครัวของคุณ
4. ตั้งกฎสำหรับสิ่งที่ “ได้” หรือ “ไม่ได้” กฎของสิ่งที่ “ได้” คือสิ่งที่ลูกควรทำ เราอยากให้เขาประพฤติตนบนออนไลน์อย่างไร? การเป็นพลเมืองดิจิทัลที่ดีนั้นหมายความว่าอย่างไร? การใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมเป็นอย่างไรสำหรับครอบครัวของคุณ? กฎของสิ่งที่ “ไม่ได้” หรือสิ่งที่คุณไม่อยากให้ลูกทำ (อย่างการรังแกคนอื่น) หรือสิ่งที่พวกเขาไม่ควรทำเพื่อความปลอดภัยออนไลน์ (อย่างการให้ข้อมูลส่วนตัวกับผู้อื่น)
พูดคุยกับลูกว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ และมันไม่เป็นไรที่พวกเขายังคงเรียนรู้และฝึกการเป็นพลเมืองดิจิทัลที่ดี อาจเป็นการดีสำหรับบางครอบครัวที่จะบอกกับเด็ก ๆ ว่า พวกเขาจะไม่ “ตกที่นั่งลำบาก” หากเขามาหาคุณพร้อมกับปัญหาที่เขาเจอและเล่าอย่างซื่อตรง
5. สร้างพื้นที่ปลอดเทคโนโลยี สร้างขอบเขตสำหรับครอบครัวที่จะมีช่วงเวลาหรือพื้นที่ปลอดเทคโนโลยี คุณสามารถสร้างพื้นที่หรือ “สถานีจัดเก็บ” ที่จะวางอุปกรณ์ต่าง ๆ ของทุกคนเมื่ออยู่ในช่วงปลอดเทคโนโลยี การฝึกฝนหนึ่งที่ช่วยได้ คือ การทำให้แน่ใจว่า ในช่วงกลางคืนอุปกรณ์นั้นต้องไปอยู่นอกห้องนอนเมื่อถึงเวลาที่กำหนด การนอนนั้นสำคัญมากและอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถขัดขวางการนอนได้
6. กำหนดความคาดหวังเกี่ยวกับเนื้อหา สิ่งสำคัญ คือ ต้องทำให้แน่ใจว่าเนื้อหาที่ลูกของคุณเข้าถึงทางออนไลน์นั้นเหมาะสมกับอายุและพัฒนาการ สำหรับเด็กเล็กและวัยรุ่น ให้พวกเขาขออนุญาตคุณก่อนที่จะดาวน์โหลดแอปใหม่ ๆ หรือเข้าร่วมแพลตฟอร์มใหม่ ๆ คุณอาจใช้ตัวเลือกการควบคุมโดยผู้ปกครอง (เช่น การจำกัดเวลาใช้หน้าจอ การซื้อภายในแอป การกรองเนื้อหา ฯลฯ)
ระมัดระวังการใช้อุปกรณ์ของลูก ๆ
7. ศึกษาเทคโนโลยีต่าง ๆ ไปด้วยกัน ลองดูและใช้งานเทคโนโลยีร่วมกับเด็กๆ ทุกวัย ซึ่งหมายความง่าย ๆ ว่าเราควรดูและใช้เทคโนโลยีไปพร้อมกับลูกของเรา ซึ่งรวมถึงการดูรายการซีรีส์ด้วยกันและพูดคุยเกี่ยวกับเนื้อหาเหล่านี้ด้วยกัน สำหรับเด็กโต ลองให้เขาโชว์ให้ดูว่าเขาทำอะไรบ้างบนออนไลน์ พวกเขาสนใจอะไร พวกเขาชอบใช้แอปอะไร เป็นต้น
8. รู้ตัวว่าจะต้องถอยออกมาเมื่อใด ในบางกรณี คุณอาจอยากที่จะเฝ้าดูว่าเด็ก ๆ ทำอะไรบนอุปกรณ์ต่าง ๆ ตราบเท่าที่คุณได้บอกลูกล่วงหน้าว่าคุณอยากมาเฝ้าดู ซึ่งสิ่งนี้สำคัญเป็นพิเศษกับเด็กที่อายุยังน้อยหรือที่เพิ่งเริ่มใช้อุปกรณ์ (เช่น โทรศัพท์) เป็นครั้งแรก เมื่อเด็ก ๆ โตขึ้นและมีประสบการณ์กับอุปกรณ์ต่าง ๆ มากขึ้น คุณค่อยให้พวกเขามีอิสระที่เหมาะกับวัยและพัฒนาการขั้นต่าง ๆ มากขึ้น แต่สิ่งสำคัญ คือ ต้องรู้ว่าพวกเขาทำอะไรบ้างบนออนไลน์
เป็นแบบอย่างของนิสัยที่ดีแก่เด็ก ๆ
9. เป็นทีมเดียวกัน นับเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองต้องตระหนักว่าเราใช้อุปกรณ์ของเราอย่างไร (และบ่อยเพียงใด) ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ยาก แต่การร่วมกับลูก ๆ ในการสร้างนิสัยและขอบเขตที่เหมาะสม เป็นโอกาสที่ดีที่จะก้าวออกจากบรรยากาศของ “การที่พ่อแม่สู้กับลูก” ซึ่งบ่อยครั้งที่ผู้ปกครองมักตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ หันมาทำงานร่วมกับลูกเพื่อสร้างบรรยากาศแบบ “เราร่วมกันสู้กับความท้าทายต่าง ๆ ของเทคโนโลยีเหล่านี้ด้วยกัน”
10. ทำให้สนุก มีวิธีมากมายที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อเอื้อต่อการเล่นและสร้างโอกาสที่สนุกสนานกับลูก ๆ อาจเป็นการใช้แอปหรือเล่นเกมด้วยกัน คุณยังสามารถหาวิดีโอเกี่ยวกับเกม หรือสำรวจงานอดิเรกหรือความสนใจต่าง ๆ – อะไรก็ได้ เช่น การทำอาหาร กีฬา ดนตรี
ดร.แจ็คเกอลีน เนซี่ เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะจิตวิทยาและพฤติกรรมมนุษย์ที่มหาวิทยาลัยบราวน์ ดร.แจ็คเกอลีน ทำการวิจัยเกี่ยวกับบทบาทของสื่อโซเชียลต่อสุขภาพจิตและพัฒนาการของวัยรุ่น เธอยังเป็นคุณแม่และผู้เขียนจดหมายข่าวรายสัปดาห์ชื่อ Techno Sapiens และยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Tech Without Stress คอร์สที่จะช่วยพ่อแม่ผู้ปกครองในการเลี้ยงดูบุตรหลานในยุคดิจิทัล