โรงเรียนพ่อแม่ พื้นที่ของคำตอบ

ศูนย์รวมความรู้เพื่อเตรียมพร้อมในทุกก้าวของการเลี้ยงดู

Anya Charuburana
ทารกนอนคว่ำอยู่บนพื้น มองกล้องด้วยสีหน้าร่าเริง มีผมตั้งฟูและใส่ชุดลายการ์ตูนขอบสีเหลือง เลี้ยงดูในบรรยากาศในบ้านที่อบอุ่น
UNICEF Thailand/2025/Phutpheng
07 สิงหาคม 2025

บรรยากาศของแผนกสูติ-นรีเวชกรรม โรงพยาบาลอ่างทอง ทุกบ่ายวันศุกร์ดูจะคึกคักเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นช่วงเวลาของ "โรงเรียนพ่อแม่" ที่จัดขึ้นให้พ่อแม่ทั้งมือเก่าและมือใหม่นับสิบคู่ ได้เข้ามาร่วมทำกิจกรรมส่งเสริมความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพคุณแม่ตั้งครรภ์ รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลลูกหลังคลอดในอนาคต

ภายในห้องเรียน พ่อแม่หลายคู่ล้วนมีคำถามในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย อาหารการกิน รวมถึงข้อควรระวังต่าง ๆ โชคดีที่คำถามเหล่านี้ล้วนได้รับการไขข้อข้องใจจากแพทย์และพยาบาล ที่ผลัดเปลี่ยนกันมาให้ความรู้และคอยเป็นที่ปรึกษา ตอกย้ำให้เห็นว่าในเส้นทางของการเป็นพ่อแม่นั้น การเลี้ยงลูกไม่ใช่ภารกิจที่ต้องแบกรับหรือค้นหาคำตอบเพียงลำพัง เพราะแต่ละก้าวของการเป็นพ่อแม่ ล้วนมีเครือข่ายของผู้เชี่ยวชาญ บริการสนับสนุน และโครงการต่าง ๆ ที่พร้อมยื่นมือช่วยเหลืออยู่เสมอ

พยาบาลสวมชุดยูนิฟอร์มและหน้ากากอนามัย ยืนอยู่หน้าห้องตรวจในคลินิกขนาดเล็ก ถือเข็มฉีดยาขึ้นและพูดกับกลุ่มผู้คนที่นั่งฟังอยู่บนเก้าอี้พลาสติก ผู้ฟังบางคนสวมหน้ากาก ห้องมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ โปสเตอร์ และนาฬิกาแขวนบนผนัง
UNICEF Thailand/2025/Phutpheng บรรยากาศของโรงเรียนพ่อแม่ ภายในแผนกสูติ-นรีเวชกรรม โรงพยาบาลอ่างทอง

"โรงเรียนพ่อแม่" เกิดขึ้นโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีเป้าหมายเพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพพ่อแม่ให้มีความพร้อมทั้งความรู้และทักษะในการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยตั้งแต่ช่วงที่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ ไปจนถึงการเตรียมตัวก่อนคลอด การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การฉีดวัคซีน ฯลฯ เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กจะมีสุขภาพดีและมีพัฒนาการสมวัย โดยบุคลากรผู้ให้ความรู้ในโรงเรียนพ่อแม่มีทั้งแพทย์ พยาบาล นักกายภาพ และนักโภชนาการ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและอุ่นใจ ทั้งยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพ่อแม่ในการหาคำตอบให้กับความกังวลใจนับร้อยที่อาจเกิดขึ้นตลอดเส้นทางของการเลี้ยงดู

"ที่โรงพยาบาลอ่างทอง เราจัดโรงเรียนพ่อแม่ทุกบ่ายวันศุกร์ โดยแบ่งเป็นโรงเรียนพ่อแม่ 1 สำหรับอายุครรภ์น้อยกว่า 28 สัปดาห์ ช่วยปูความรู้พื้นฐานต่าง ๆ และโรงเรียนพ่อแม่ 2 สำหรับอายุครรภ์ 28-32 สัปดาห์ เพื่อเตรียมตัวก่อนคลอด" คุณวันเพ็ญ กวยาวงศ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลอ่างทองกล่าว ประสบการณ์ในการส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็กกว่า 38 ปี และการทำงานในคลินิกนมแม่ของโรงพยาบาล ทำให้คุณวันเพ็ญเข้าใจถึงความกังวลต่าง ๆ ที่เกิดกับคุณแม่โดยเฉพาะเรื่องการให้นมแม่ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทารกแรกเกิดทุกคน คุณวันเพ็ญเล่าว่าปัญหาที่คุณแม่หลังคลอดส่วนใหญ่กังวลคือปริมาณน้ำนมของตนเองที่กลัวว่าจะไม่เพียงพอกับความต้องการของลูก

พยาบาลสวมชุดยูนิฟอร์มสีขาวและหน้ากากอนามัย กำลังยื่นแผ่นพับสีชมพูชื่อว่า “การฝากครรภ์ ไตรมาส 2” ให้กับหญิงสาวที่สวมเสื้อสีเขียวอ่อนและหน้ากากอนามัย
UNICEF Thailand/2025/Phutpheng คุณแม่มือใหม่ที่เข้ามาฝากครรภ์กับโรงพยาบาลอ่างทอง จะได้รับคำอธิบายขั้นตอนการดูแลตนเองเบื้องต้นจากพยาบาล

"80% ของแม่ที่เข้ามาขอคำปรึกษาเชื่อว่าตัวเองมีปริมาณน้ำนมไม่เพียงพอ แต่เมื่อได้ตรวจสอบโดยละเอียดแล้ว กลับพบว่าแม่ที่มีน้ำนมไม่พอจริง ๆ มีไม่ถึง 5% ที่เหลือคือความเข้าใจผิดจากข้อมูลที่ได้รับรวมทั้งความกังวลที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ" คุณวันเพ็ญกล่าว

โรงเรียนพ่อแม่ของโรงพยาบาลอ่างทองเป็นหนึ่งใน 20 โรงพยาบาลนำร่องใน 6 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน พิษณุโลก ชัยภูมิ ฉะเชิงเทรา อ่างทอง และนราธิวาส โดยยูนิเซฟร่วมมือกับกรมอนามัยในการพัฒนาเนื้อหาและกิจกรรมให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และการเลี้ยงดูเชิงบวก พร้อมสนับสนุนสื่อการเรียนรู้ที่เข้าใจง่าย ทั้งในรูปแบบของแผ่นพับ คลิปวิดีโอ รวมทั้งการอบรมเพิ่มทักษะการสื่อสารและความรู้ของเจ้าหน้าที่ เพื่อนำไปจัดกิจกรรมที่พ่อแม่สามารถมีส่วนร่วมได้

"โจทย์ของยูนิเซฟคือการยกระดับคุณภาพของโรงเรียนพ่อแม่ ต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้พ่อแม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และมีทักษะและความสามารถในการดูแลลูก นอกจากนี้ยังเพื่อให้มั่นใจว่าพ่อแม่จะได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทางการเลี้ยงดูลูก" นภัทร พิศาลบุตร เจ้าหน้าที่ฝ่ายการพัฒนาเด็กปฐมวัยของยูนิเซฟ ประเทศไทยกล่าว

ผลตอบรับจากพ่อแม่ที่เคยเข้าร่วมโรงเรียนพ่อแม่มาแล้วต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้จากห้องเรียนนั้นสามารถนำไปใช้ได้จริง อีกทั้งยังมั่นใจว่าข้อมูลที่ได้รับถูกต้องตามหลักการแพทย์ ในทางกลับกันยังมีข้อสังเกตจากสูตินรีแพทย์ผู้ทำคลอด ว่าแม่ที่เคยเข้าโรงเรียนพ่อแม่มาแล้วจะดูแลตัวเองและมีการเตรียมตัวที่ดีกว่าแม่ที่ไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรม

รัจรีย์ พริกดำ คุณแม่ของน้องพรีม รัชนันท์ ป้อมแก้ว วัย 3 เดือนเล่าว่า แม้น้องพรีมจะเป็นลูกคนที่สาม แต่เธอก็ยังเข้าโรงเรียนพ่อแม่เพื่อฟื้นฟูความรู้สำหรับการดูแลลูก "สิ่งที่โรงเรียนพ่อแม่สอน โดยเฉพาะการดูแลร่างกายในช่วงตั้งครรภ์จะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่มาก ๆ ขนาดตัวเราเองที่มีลูกมาแล้ว 2 คน แม้จะไม่มีความกังวลเหมือนท้องแรก ๆ ยังเข้าไปเรียนเพราะบางเรื่องก็ลืมไปแล้ว ข้อดีคือเราได้แลกเปลี่ยนความรู้กับคุณพ่อคุณแม่คนอื่นที่มีประสบการณ์ต่างออกไปด้วย"

ผู้หญิงสวมเสื้อยืดสีเทายิ้มอย่างมีความสุขขณะอุ้มทารกที่สวมชุดลายการ์ตูนสีขาวขอบสีเหลือง เด็กน้อยยิ้มแย้มแจ่มใส ทั้งสองนั่งอยู่บนม้านั่งไม้ โดยมีผนังสีฟ้าเป็นฉากหลัง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรักระหว่างแม่ลูก
UNICEF Thailand/2025/Phutpheng ช่วงเวลาอันอบอุ่นระหว่างคุณรัจรีย์ พริกดำ และน้องพรีม

เช่นเดียวกับ ศิริลักษณ์ สีลาพัฒน์ เธอกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 4 ได้ 5 เดือน ทุกครั้งที่ตั้งครรภ์ศิริลักษณ์เข้าร่วมโรงเรียนพ่อแม่เสมอเพราะต้องการทบทวนสิ่งที่เคยเรียนไปในครั้งก่อนเพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่มอบให้กับลูกนั้นถูกต้องและเหมาะสมที่สุด "ความรู้เรื่องการดูแลตนเองและการเลี้ยงลูกอาจหาได้จากในอินเทอร์เน็ต แต่สิ่งที่ได้จากโรงเรียนพ่อแม่ คือคำแนะนำจากแพทย์ พยาบาล ถ้าเราไม่แน่ใจหรือสงสัยเรื่องอะไรก็ซักถามได้เสมอ"

หญิงสาวสวมเสื้อยืดสีเขียวอ่อนและหน้ากากอนามัยสีชมพูนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกในบริเวณรอของโรงพยาบาลที่มีแสงสว่างสดใส เธอยิ้มอยู่ใต้หน้ากากและสะพายกระเป๋าสีดำ บริเวณด้านหลังมีผู้ป่วยคนอื่นนั่งรออยู่ และมีเสาแถบสีน้ำเงินกระจายทั่วพื้นที่
UNICEF Thailand/2025/Phutpheng ศิริลักษณ์ สีลาพัฒน์ คุณแม่รุ่นใหม่ที่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องผ่านโรงเรียนพ่อแม่

สำหรับสุธิตา ดวงคำ และ พสวีร์ แสนสุข การตั้งครรภ์ลูกคนแรกนำมาซึ่งความยินดีและความตื่นเต้นของครอบครัว แต่ก็แถมความกังวลและคำถามอีกร้อยแปดมาด้วยเช่นกัน หลังจากได้เข้าโรงเรียนพ่อแม่ครั้งแรก ทั้งคู่กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กลับไปมากมายและตั้งตารอที่จะเข้าโรงเรียนในครั้งต่อไป 

"บางเรื่องเป็นเรื่องที่เราไม่เคยรู้มาก่อน โดยเฉพาะการดูแลตัวเองและข้อควรระวังต่าง ๆ พอได้ฟังข้อมูลจากโรงเรียนพ่อแม่ก็ทำให้คิดว่าเราต้องดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้" สุธิตากล่าว พสวีร์เสริมว่า “บางเรื่องเราไม่เคยคิด เช่นข้อควรระวังในชีวิตประจำวัน หรือวิธีดูแลตัวเองให้ปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์กลายเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรใส่ใจ และพอรู้ทัน เราก็สามารถเตรียมตัวได้ดีขึ้น

คู่รักวัยหนุ่มสาวสวมหน้ากากอนามัยนั่งอยู่ใกล้กัน ขณะอ่านแผ่นพับสีฟ้าที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ หน้าปกมีภาพวาดของหญิงตั้งครรภ์กับคู่ของเธอ พร้อมข้อความภาษาไทยเกี่ยวกับการดูแลก่อนคลอด
UNICEF Thailand/2025/Phutpheng สุธิตา ดวงคำและพสวีร์ แสนสุข กับก้าวแรกของบทบาทใหม่ในการเป็นพ่อแม่

เพียงแค่รู้ว่ามีพื้นที่ให้เรียนรู้ มีคนพร้อมให้คำแนะนำ และมีเครือข่ายที่คอยสนับสนุน พ่อแม่ก็ไม่รู้สึกว่ากำลังเผชิญหน้ากับคำถามนับร้อยเพียงลำพัง โรงเรียนพ่อแม่จึงไม่ใช่แค่ห้องเรียนธรรมดา แต่คือหนึ่งในพื้นที่ที่สร้างความเข้าใจ ความมั่นใจ ในการเรียนรู้บทบาทใหม่ของพ่อแม่ในช่วงเริ่มต้นได้อย่างดี