อาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัย
ยูนิเซฟกับการส่งเสริมโภชนาการที่ดีในเด็กปฐมวัย
- English
- ไทย
“การท้องครั้งแรกก็ทำให้กังวลว่าจะเลี้ยงลูก ดูแลตัวเองหลังคลอด และดูแลลูกได้ดีพอไหม” ศิศิรากร เลาลี คุณแม่วัย 18 ปี ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเล่าถึงความกังวล โดยเฉพาะเรื่องการให้นมลูก โชคดีที่ความช่วยเหลือมาถึงเมื่อแพทย์ที่โรงพยาบาลปาย แนะนำให้เธอรู้จักกับโครงการ “โรงเรียนพ่อแม่” ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นที่โรงพยาบาลโดยได้รับการสนับสนุนจากยูนิเซฟ เธอได้รับข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อช่วยคลายความกังวล “ก่อนเข้ามาเรียนรู้สึกว่ายังไม่พร้อมค่ะ แต่ตอนนี้รู้สึกสบายใจมากขึ้น พร้อมที่จะเจอลูกแล้ว ตื่นเต้นมาก ๆ ค่ะ”
กาญจนา เตชะวรากร พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลปายบอกว่า ความกังวลของคุณแม่อย่างศิศิรากรนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ “ส่วนใหญ่พ่อแม่ก็มักจะเป็นกังวลเรื่องการเจริญเติบโตและพัฒนาการต่าง ๆ ของลูก” นี่จึงเป็นโอกาสดีที่เธอและทางโรงพยาบาล จะได้ให้ข้อมูลอย่างครบถ้วนในด้านโภชนาการกับพ่อแม่ในพื้นที่ กาญจนาเล่าว่า หญิงตั้งครรภ์จำนวนมากยังมีความเข้าใจผิด เกี่ยวกับอาหารที่ควรกิน ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากความเชื่อดั้งเดิมในท้องถิ่น "ในพื้นที่นี้มักจะมีการบอกให้หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด หรืออาหารที่มีน้ำเยอะ และให้กินเนื้อสัตว์เยอะ ๆ แต่เราจะแนะนำให้กินผักเพิ่มขึ้นด้วยเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ"
แม้ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าอย่างมากในเรื่องโภชนาการ แต่ยังมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ยังเผชิญกับปัญหานี้อยู่ หนึ่งในนั้นคือ ภาวะเตี้ยแคระแกร็น ซึ่งเป็นภาวะที่เด็กมีส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์อายุ จากการได้รับโภชนาการที่ไม่เพียงพอหรือไม่ได้คุณภาพ ซึ่งยังคงส่งผลกระทบต่อเด็กในประเทศไทยกว่า 1 ใน 10 คน ในขณะเดียวกัน ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของภาวะทุพโภชนาการ ที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน โดยโรคอ้วนในเด็กมีอัตราเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ภาวะทุพโภชนาการทั้งสองรูปแบบสามารถทำลายพัฒนาการของเด็ก ซึ่งนำไปสู่ปัญหาสุขภาพและปัญหาด้านสังคมที่สำคัญตลอดชีวิตเด็ก
ยูนิเซฟทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น ในระดับประเทศ ยูนิเซฟสนับสนุนให้มีการปรับปรุง กฎหมายด้านโภชนาการและการสื่อสารที่ส่งผลต่อเด็กและครอบครัว พร้อมทั้งรณรงค์เรื่องโภชนาการที่ดีสำหรับเด็กทุกวัย ซึ่งข้าถึงผู้คนนับล้านผ่านแคมเปญ "กินไรดี"
ในระดับท้องถิ่น การเข้าถึงครอบครัวเพื่อให้การสนับสนุนที่ถูกต้องและเหมาะสมคือเป้าหมายสำคัญ นภัทร พิศาลบุตร เจ้าหน้าที่ฝ่ายการพัฒนาเด็กปฐมวัยของยูนิเซฟ ประเทศไทยเล่าว่า สิ่งสำคัญอันดับแรก คือ การปรับปรุงข้อมูลด้านโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ รวมถึงให้การสนับสนุนคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์และขวบปีแรกของลูกน้อย
“ยูนิเซฟทำงานหลัก ๆ ในเรื่องนี้ด้วยการช่วยเสริมศักยภาพบริการต่าง ๆ ในโรงพยาบาล เช่น โครงการโรงเรียนพ่อแม่” นภัทรอธิบาย "เราสนับสนุนแพทย์และพยาบาลด้วยการฝึกอบรมและให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งในด้านสุขภาพ โภชนาการ และพัฒนาการเด็ก รวมถึงจัดทำสื่อความรู้ที่พวกเขาสามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือแจกจ่ายได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถนำคำแนะนำที่ถูกต้องตามหลักวิชาการไปถ่ายทอดต่อให้แก่หญิงตั้งครรภ์และครอบครัว ทั้งในเรื่องการดูแลโภชนาการของแม่ ประโยชน์ของนมแม่ และการเตรียมอาหารที่เหมาะสมตามช่วงวัย"
ดาราพร อยู่เปา คุณแม่วัย 31 ปี ซึ่งมีลูกชายสองคนและกำลังตั้งครรภ์คนที่สาม แม้เธอจะมีประสบการณ์ความเป็นแม่มาแล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกยินดีที่ได้มาทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับพ่อแม่คนอื่น ๆ รวมถึงได้มาฟังข้อมูลใหม่ ๆ ในการเลี้ยงลูก ด้วยเหตุนี้ เธอจึงตัดสินใจเข้าร่วมโรงเรียนพ่อแม่ที่โรงพยาบาลปาย “รู้สึกว่าได้ความรู้และความมั่นใจเพิ่มขึ้นจากการเข้าร่วมค่ะ การได้เจอคุณแม่คนอื่น ๆ รวมถึงวิทยากร และคุณหมอ ทำให้รู้สึกว่า โอ้โห มาที่นี่ดีที่สุดเลย เพราะเวลาอยู่บ้านเราอาจจะค้นหาข้อมูลจากโซเชียลมีเดียเอาเอง แต่มาที่นี่คือ เราได้คุยปัญหาของเราแบบเจอหน้าคุณหมอ ซึ่งดีกว่ากันเยอะเลย”
ดาราพรตระหนักดีว่าในจังหวัดของเธอ พ่อแม่จำนวนมากต้องเดินทางไปทำงานในเมืองใหญ่หรือต่างประเทศ ทำให้ต้องฝากลูกไว้กับปู่ย่าตายายหรือผู้ดูแลคนอื่น ๆ อย่างไรก็ตามเธอเชื่อว่าหากเป็นไปได้ “การเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง ช่วยกันทั้งพ่อทั้งแม่คือดีที่สุดเลยสำหรับลูก แล้วก็อยากให้คุณแม่ทุกคนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราก็สามารถให้นมลูกได้ถึง 2 ปี ซึ่งช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกได้มากจริง ๆ และยังช่วยสร้างความอบอุ่นภายในครอบครัวด้วยค่ะ”
ศิศิรากรกล่าวว่า เธอได้รับประโยชน์อย่างมากจากการสนับสนุนที่ โรงเรียนพ่อแม่ "ตอนนี้กินอาหารครบ 5 หมู่ ดื่มนมเสริมด้วย และทานให้ครบตามที่คุณหมอบอกค่ะ" สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือทัศนคติของเธอที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับการให้นมแม่ “ก่อนมาร่วมโรงเรียนพ่อแม่ เคยคิดว่าจะไม่ให้นมลูกเลย เพราะกังวลมากเกินไป แต่พอได้ฟังที่หมออธิบายแล้วก็ไม่มีความกังวลแล้วค่ะ ตอนนี้เลยตัดสินใจจะให้นมลูกแน่นอนค่ะ เพราะลูกจะได้แข็งแรง”
จำปูน พรหมวังศรี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลปาย เน้นย้ำว่าหัวใจสำคัญของการดูแลโภชนาการแม่และเด็ก คือการทำความเข้าใจวิถีชีวิตและความเชื่อของคนในท้องถิ่น “อาหารมีผลอย่างมากต่อพัฒนาการของลูก เราจึงต้องสอบถามและเรียนรู้ความเชื่อเรื่องการกินของคุณแม่ก่อน เพื่อปรับคำแนะนำให้เหมาะกับวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น เพราะหลายครอบครัวอาจมีข้อจำกัดเรื่องค่าใช้จ่าย เราจึงไม่แนะนำให้เขาซื้อแต่เนื้อ นม ไข่ แต่จะแนะนำทางเลือกอื่นที่มีโปรตีนและหาได้ง่าย เช่น ถั่วเหลือง หรือ ‘ถั่วเน่า’ อาหารพื้นเมืองของภาคเหนือซึ่งมีประโยชน์มากเช่นกัน นอกจากนี้ เรายังดูแลเจาะจงเป็นรายบุคคล เช่น ถ้าตรวจพบภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ก็จะแนะนำให้เสริมอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็กทันที โดยเน้นผักใบเขียวใกล้ตัวอย่าง ผักโขม คะน้า และตำลึง”
กาญจนาเสริมว่า การใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารที่ทันสมัยรวมถึงบริการส่งข้อความที่ยูนิเซฟพัฒนาร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยไม่ให้ความรู้หยุดอยู่แค่ที่ประตูของโรงพยาบาล “เราแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์เพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชันไลน์ '9 ย่างเพื่อสร้างลูก' ที่ได้รับการสนับสนุนจากยูนิเซฟ เพื่อให้พวกเขาได้รับความรู้รายวัน และเข้ามาซักถามในกลุ่มโรงเรียนพ่อแม่ นอกจากนี้เรายังมีกลุ่มไลน์ของโรงพยาบาลที่ชื่อว่า 'หมอเวียงใต้' ที่เป็นช่องทางสำหรับสอบถามปัญหาต่าง ๆ เมื่อคุณแม่กลับไปบ้านแล้ว”
ดาราพร กล่าวว่า เธอได้รับประโยชน์จากโรงเรียนพ่อแม่เป็นอย่างมาก และมุ่งหวังให้เกิดการขยายผลโครงการนี้ต่อไปซึ่งนภัทรยืนยันว่ายูนิเซฟกำลังทำงานในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว “ยูนิเซฟและกรมอนามัยร่วมมือกันปรับปรุงมาตรฐานของโรงเรียนพ่อแม่ โดยได้ดำเนินโครงการนำร่องในโรงพยาบาล 20 แห่ง จาก 6 จังหวัดทั่วประเทศ หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการจัดทำ “คู่มือโรงเรียนพ่อแม่” ให้กับกรมอนามัยใช้เป็นแนวทางในการขยายการทำงานสู่ระดับประเทศ เพื่อช่วยส่งเสริมให้โครงการนี้เป็นบริการมาตรฐานที่ยกระดับโภชนาการและพัฒนาการที่ดีของเด็กทั่วประเทศ”