“กินไรดี” เลือกกินดี เพื่อสุขภาพดีในอนาคต
ดูแลสุขภาพตามไลฟ์สไตล์ เริ่มได้จากกินไรดี
- English
- ไทย
“กินไรดี”
คำถามที่ต้องเจอทุกวัน…
ในโลกที่เราต้องอยู่ท่ามกลางของอร่อยเยอะขนาดนี้ เราอาจไม่ทันนึกว่าอาหารที่แสนอร่อยเหล่านั้น แอบทำร้ายสุขภาพในอนาคตโดยไม่รู้ตัว!
ไม่ว่าจะเป็นอาหารสำเร็จรูป อาหารฟาสต์ฟู้ด ของกินเล่นเค็ม ๆ มัน ๆ หรือเครื่องดื่มรสหวานแสนอร่อย ที่มาพร้อมความสะดวกสบาย ราคาที่จับต้องได้ และโฆษณาที่ดึงดูดใจเด็กและวัยรุ่น อาหารแปรรูปเหล่านั้นเข้าถึงได้ง่าย และอัดแน่นไปด้วยน้ำตาล โซเดียม และไขมัน แต่แทบไม่มีคุณค่าสารอาหาร ซึ่งมันจะค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาทดแทนอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แม้ว่าเราจะดูแข็งแรงและผอมเพรียวก็ตาม แต่การกินอาหารเหล่านี้จะเพิ่มความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจได้
ไม่ดีแน่ถ้าการกินตามใจกลายเป็นนิสัยที่เคยชิน!
เราอยากชวนทุกคนมาลองตั้งคำถามง่าย ๆ แต่อาจเปลี่ยนแปลงสุขภาพอนาคตได้ เริ่มต้นที่ “กินไรดี” ที่มีความหมายว่า “กินอะไร(ถึงจะ)ดี” เลือกกินดีให้เป็นนิสัย ให้ดีต่อสุขภาพ มาเรียนรู้และเข้าใจการเลือกกินดีที่ใช่กับไลฟ์สไตล์ เพราะเราพร้อมสนับสนุนให้ทุกคนเลือกกินดี ใช้ชีวิตให้เฮลตี้ทั้งสุขภาพกายและใจ
ยอดชำระสุขภาพอนาคตไม่พอจ่าย เพราะอะไร?
ในยุคที่เร่งรีบ อาหารสำเร็จรูป และน้ำรสหวาน ๆ ชื่นใจ เหมือนจะเป็นคำตอบของหลาย ๆ คน เพราะกินสะดวก รวดเร็ว หยิบง่าย จ่ายคล่อง แต่รู้ไหมว่าเรากำลังจ่ายด้วย “สุขภาพอนาคต” เพราะความอร่อยของอาหารแปรรูปเหล่านี้ มักมีปริมาณน้ำตาล โซเดียม และไขมันที่สูง ทั้งยังมีสารเติมแต่ง เช่น สารกันบูด สารแต่งสีแต่งกลิ่น ยิ่งกินก็จะยิ่งสะสมเป็น "หนี้สุขภาพ" ที่ต้องจ่ายคืนในอนาคต แล้วยังมาพร้อมความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่าง ๆ อีกด้วย
อย่าปล่อยให้ยอดชำระสุขภาพในอนาคตเกินจะจ่ายไหว กับรายการโรคร้ายที่เราเลือกเองกับมือ สุขภาพดีสร้างได้ แค่เลือกเป็น กินให้ถูก ไม่ใช่แค่เพื่ออิ่มท้อง แต่เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีไปตลอดชีวิต
แคมเปญ #กินไรดี อยากชวนทุกคนมาตั้งคำถามกับสิ่งที่เรากินทุกวัน เพราะการเลือกกินของเรามีผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่าที่เราคิด มาทบทวนและเรียนรู้การเลือกกินดีไปด้วยกัน เปลี่ยนจากการกินตามใจปากสู่ไลฟ์สไตล์การกินที่ดีต่อสุขภาพ
ใน 1 วันฉันกินอะไรดี!
ในแต่ละวัน…เรามักเลือกกินอะไร?
เชื่อว่าทุกคนน่าจะมีอาหารจานโปรดหรือเมนูที่กินบ่อย ๆ อยู่ในใจ มาร่วมค้นหาคำตอบของสุขภาพในอนาคตกับอาหารที่เลือก
ใช้เวลาแค่ 5 นาที ไปกับควิซชวนหิว เมนูอาหารที่เลือกจะบอกสุขภาพในอนาคตของเรายังไงบ้างนะ?
เลือกทำแบบทดสอบได้ 3 ช่องทาง
จากนั้นพิมพ์แชต “กินไรดี” คลิก !
กินไรดี ให้ครบ 5 หมู่ ใน 1 จาน
เลือกกินดีให้ครบทั้ง 5 หมู่ในแต่ละวัน ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แค่รู้จักจัดสรรให้หลากหลายและพอดี ก็ช่วยให้มีพลังงานดี ๆ และสุขภาพที่แข็งแรงในทุกวัน
อาหารหลัก 5 หมู่ ที่เรารู้จักมาตั้งแต่เด็ก ๆ คือพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพที่แข็งแรง แต่ทุกวันนี้ หลายคนอาจไม่ได้กินครบทุกหมู่ในแต่ละมื้อ มาทำความรู้จักอาหารทั้ง 5 หมู่ ที่อุดมไปด้วยสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายกันอีกสักที พร้อมวิธีเลือกกินให้ครบถ้วนและหลากหลาย เพื่อสร้างนิสัยการกินที่ดี และสุขภาพในอนาคตที่แข็งแรงไปด้วยกัน
หมู่ที่ 1 โปรตีนดี ๆ เสริมสร้างร่างกาย
โปรตีนถือเป็นสารอาหารที่ร่างกายขาดไม่ได้เลย เพราะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ เลือกโปรตีนที่หลากหลายและดีต่อสุขภาพ เช่น ไข่ นม ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน สำหรับใครที่หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากสัตว์หรือทานนมวัวไม่ได้ ก็ยังมีตัวเลือกดี ๆ อย่าง โปรตีนจากพืช เช่น นมถั่วเหลือง เต้าหู้ ถั่วต่าง ๆ ที่อุดมไปด้วยประโยชน์ไม่แพ้กัน
หมู่ที่ 2 คาร์โบไฮเดรต อิ่มนาน เติมพลังได้ทั้งวัน
คาร์โบไฮเดรต คือแหล่งพลังงานหลักที่ร่างกายต้องการทุกวัน ช่วยให้เรามีพลังงานและยังทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้นาน ไม่หิวบ่อย แต่การเลือกกินคาร์โบไฮเดรตให้เหมาะสมในปริมาณพอดีก็สำคัญไม่แพ้กัน แทนที่จะเลือกแป้งที่คุ้นเคยอย่าง ข้าวขาว หรือขนมปังขาว ลองเปลี่ยนมาเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน หรือ แป้งที่ไม่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวไม่ขัดสี ธัญพืช หรือ เผือก มัน ที่มีใยอาหารสูง ช่วยในเรื่องการย่อยอาหารและระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ดีขึ้น
หมู่ที่ 3 พืชผักหลากสี กินง่าย ได้ประโยชน์ทุกคำ
ผักสดหลากสีสันมีวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ร่างกายสดใสแข็งแรง ควรกินพืชผักให้หลากชนิดหลากสี เพราะนอกจากจะทำให้แต่ละมื้อดูน่ากินขึ้นแล้ว จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ช่วยเรื่องการย่อยอาหาร และส่งเสริมสุขภาพโดยรวม รู้อย่างนี้แล้วอย่าลืมเพิ่มผักหลากสีใส่จาน ไม่ว่าจะเป็น ผักบุ้ง มะเขือเทศ แครอท หอมแดง กระเทียม มะเขือม่วง นอกจากจะเพิ่มความสนุกในจานและอร่อยในแบบที่เราชอบแล้ว ยังล้วนมีประโยชน์อีกด้วย
หมู่ที่ 4 ผลไม้สดหลากสี อร่อย สดชื่น อุดมวิตามิน
ผลไม้สดคือความอร่อยที่มาพร้อมคุณค่าครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน ใยอาหาร และสารอาหารอีกมากมายที่สำคัญไม้แพ้กับผักเลย แถมยังช่วยเติมความสดชื่นให้เราด้วยความหวานธรรมชาติแบบที่ดีต่อสุขภาพ พร้อมช่วยการทำงานของระบบขับถ่าย ทั้งยังเติมสีสันให้กับมื้ออาหาร ควรกินผลไม้หลากสีเพื่อประโยชน์ที่หลากหลาย เช่น แอปเปิล ฝรั่ง องุ่น มะละกอ กล้วย และส้ม จะกินตบท้ายมื้ออาหาร หรือจะกินเป็นของว่าง ก็ได้ประโยชน์และความอร่อยไม่ซ้ำแบบ
หมู่ที่ 5 ไขมัน แหล่งพลังงานสำคัญ ช่วยอบอุ่นร่างกาย
ไขมันเป็นแหล่งพลังงานที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น และช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามิน A, D, E และ K นอกจากนี้ ไขมันยังเป็นส่วนสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ควรเลือกทานไขมันดี หรือไขมันไม่อิ่มตัว ในปริมาณที่พอเหมาะ ซึ่งพบได้ในอาหารอย่าง ปลาทะเล ถั่วต่าง ๆ ธัญพืช และควรงดเว้นไขมันเลว เช่น ไขมันอิ่มตัว หรือไขมันทรานส์ ที่พบได้บ่อยในของทอดและฟาสต์ฟู้ดต่าง ๆ
อย่าลืมดื่มนม!
นมและผลิตภัณฑ์จากนม เป็นแหล่งแคลเซียมและโปรตีนชั้นดีที่ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง และช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต การดื่มนมเป็นประจำทุกวันจะช่วยเติมพลังให้ร่างกายแข็งแรง พร้อมเสริมสร้างสุขภาพดีในทุก ๆ วัน
"หวานนิด เค็มหน่อย มันน้อย”
ก็อร่อยได้ แถมสุขภาพดี
“เครียดน้ำตาลตก” “หมูกระทะจะเยียวยาทุกสิ่ง” หรือ “ร่างกายต้องการโซเดียม” ประโยคคุ้นหูที่ได้ยินกันบ่อย ๆ แต่รู้ไหมว่าการกินอาหารหวาน มัน เค็มมากจนเกินไป อาจทำให้เสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในอนาคตได้
แค่ปรับพฤติกรรมการกินจากจัดเต็มทุกรสชาติ เปลี่ยนเป็น หวานแค่นิด เค็มแค่หน่อย มันน้อย ๆ แค่นี้ก็อร่อยแล้วยังสุขภาพดีในระยะยาว
หวานน้อยนิด
ร่างกายเราไม่ได้ต้องการน้ำตาลมากมายเลย จริง ๆ แล้วเพียงไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวันก็เกินพอ น้ำตาลที่มากมายเกินไปจากขนมหรือน้ำหวานทั้งหลาย จะส่งผลเสียและสะสมเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพ นอกจากจะฟันผุแล้ว โรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่าง ๆ จะถามหาได้ในอนาคต เวลารู้สึกอยากหวาน ลองหันมาเลือกแหล่งความหวานธรรมชาติจากผลไม้สดแทน ซึ่งมีทั้งใยอาหารและให้ประโยชน์กับร่างกายด้วย
เค็มน้อยหน่อย
โซเดียมปริมาณสูงจากอาหารแปรรูปอย่าง ขนมขบเคี้ยว ไส้กรอก หรือจากการเติมเครื่องปรุง เช่น น้ำปลา หรือซีอิ๊วในอาหารจานโปรด ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้แบบไม่รู้ตัว จะดีกว่าถ้าเราบริโภคโซเดียมเพียงไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน คิดเป็นเกลือป่น 1 ช้อนชา หรือน้ำปลาไม่เกิน 4 ช้อนชา ลองหันไปเลือกอาหารปรุงสดใหม่แทนอาหารแปรรูป ค่อย ๆ ลดเค็มทีละนิด ฝึกให้ลิ้นเคยชิน กินรสอ่อนเป็นนิสัย ค่อย ๆ ปรับตัวเพลิดเพลินกับรสธรรมชาติแท้ ๆ ของอาหาร
มันน้อย ๆ
ไขมันมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ต้องเลือกชนิดให้ถูก และกินในปริมาณน้อย ๆ จะให้ดีคือเพียงไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน เลือกไขมันดี เช่น จากปลา ถั่ว เมล็ดพืช หรืออะโวคาโด ช่วยบำรุงร่างกาย และอยู่ให้ห่างจากไขมันเลวที่พบได้จากของทอด โดนัท ขนมกรุบกรอบ และอาหารแปรรูปต่าง ๆ เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคภัยต่าง ๆ และหมั่นเลือกอาหารที่ปรุงด้วยวิธีอบ ต้ม ตุ๋น นึ่ง แทนอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันมาก ๆ อย่างการทอด เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
เทคนิคการกินแบบ
“หวานนิด เค็มหน่อย มันน้อย”
จำเอาไว้ ใช้ได้จริง
คนติดหวาน: ค่อย ๆ ลดการกินหวานลง เช่น เริ่มจากสั่งหวานน้อยก่อน ไม่ปรุงหวานเพิ่ม พกผลไม้รสชาติสดชื่นติดตัวเป็นของว่าง เช่น ส้ม แอปเปิล ส้มโอ มะละกอ ช่วยลดความอยากหวานได้แบบไม่ต้องฝืน
ชาวติดเค็ม: ชิมก่อนปรุง ปรุงรสให้น้อยลง แล้วเพิ่มรสชาติด้วยสมุนไพรสดหรือเครื่องเทศแทน ไม่ใส่น้ำปลาเพิ่มในก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวตามสั่งจานโปรด ลดน้ำจิ้ม ซดน้ำซุปน้อย ๆ และหลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบที่มักมาพร้อมโซเดียมปริมาณสูง
สายติดมัน: ใครชอบกินปิ้งย่างหรือชาบู ลองเลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน แล้วหันไปหาไขมันดี ๆ อย่าง ถั่วหลากชนิด เมล็ดพืช งา และมะกอก เพราะนอกจากจะอร่อย ให้รสชาติมัน ๆ เพลิน ๆ แล้วยังดีต่อสุขภาพด้วย
อย่าลืมอ่านฉลากโภชนาการ ก่อนเลือกซื้ออาหาร ควรสังเกตปริมาณน้ำตาล ไขมัน โซเดียมในผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยให้เราตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีต่อสุขภาพได้มากขึ้น
“น้ำเปล่า” ดื่มให้ดี ไม่มีเปล่าประโยชน์
อย่ามองข้ามความสำคัญของ “น้ำเปล่า” เพราะคิดว่าไม่ดื่มก็ไม่เป็นไร บางคนไม่ชอบน้ำเปล่า และเลือกเครื่องดื่มอื่น ๆ แทน แต่เครื่องดื่มเหล่านั้นมักอัดแน่นไปด้วยน้ำตาล หรือสารเติมแต่งกลิ่นรส ที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ในระยะยาว
ร่างกายของเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 60-70% และในแต่ละวันเฉลี่ยแล้วร่างกายของเราจะสูญเสียน้ำประมาณ 2 ลิตรต่อวัน การดื่มน้ำเปล่าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยชดเชยน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป
ทุกวันนี้หลายคนอาจคิดว่าเครื่องดื่มอย่าง ชานมไข่มุก น้ำอัดลม โซดารสผลไม้ หรือน้ำปั่น สามารถทดแทนน้ำเปล่าได้ แต่ความจริงแล้ว เครื่องดื่มเหล่านี้มักมีน้ำตาลสูง และนอกจากจะดับกระหายไม่ได้เท่าน้ำเปล่าแล้ว ยิ่งดื่มบ่อย ๆ ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในระยะยาว
เราควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ อย่างน้อย 2 ลิตร หรือประมาณ 8-10 แก้วต่อวัน เพื่อช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย ให้การทำงานของระบบต่าง ๆ เป็นไปอย่างราบรื่น เคล็ดลับง่าย ๆ คือ ค่อย ๆ จิบน้ำบ่อย ๆ ตลอดวัน แทนที่จะดื่มน้ำรวดเดียวทีละมาก ๆ และหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดเกินไป
การดื่มน้ำเปล่าอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง รู้สึกสดชื่น และช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะขาดน้ำได้แล้ว ยังเป็นวิธีง่าย ๆ ในการสร้างนิสัยการดูแลตัวเองที่ดีให้เรามีไลฟ์สไตล์สุขภาพที่ดีขึ้นในทุก ๆ วัน
สำรวจตู้เย็นวันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของเด็ก ๆ
การให้เด็ก ๆ เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ปลูกฝังนิสัยการกินที่เหมาะสมตั้งแต่วัยเด็ก มีผักผลไม้ในทุกมื้อ จะช่วยสร้างพฤติกรรมการกินที่ดีที่ติดตัวไปจนโต
บ้าน คือ จุดเริ่มต้นของพฤติกรรมการกินที่ดีสำหรับเด็ก ๆ การกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ทุกวัน อาจฟังดูง่าย แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลย โดยเฉพาะในยุคที่อาหารสะดวกซื้อและขนมหวานอยู่รายล้อมรอบตัวลูกและเรา
สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้ง่าย ๆ คือ เริ่มต้นจากการสำรวจตู้เย็นที่บ้าน และจัดสรรอาหารให้ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ในแต่ละมื้อ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ และมีพลังงานพร้อมสำหรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในแต่ละวัน แล้วเราสามารถทำได้อย่างไรบ้าง? มาดูกันเลย!
- เตรียมอาหารให้ครบทุกหมู่ อย่าลืมผักผลไม้! จัดเมนูให้หลากหลายทั้ง 5 หมู่ สลับสับเปลี่ยนเมนูในแต่ละวันไม่ให้จำเจ พร้อมเสริมด้วยผักและผลไม้ในทุก ๆ มื้อ
- เติมพลังงานด้วยโปรตีนย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ เต้าหู้ ถั่วต่าง ๆ หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป หรืออาหารที่มีโซเดียม น้ำตาล และไขมันอิ่มตัวสูง
- งดการตุนน้ำอัดลม น้ำหวาน และน้ำผลไม้กล่องในตู้เย็น หากต้องการดื่มน้ำหวาน ให้เลือกน้ำผลไม้คั้นสดแบบไม่เติมน้ำตาลแทน เพื่อป้องกันเด็ก ๆ จากการติดรสหวานจัด แล้วลดการเติมน้ำตาลในการปรุงอาหารให้เด็ก ๆ
- เปลี่ยนขนมขบเคี้ยวในบ้านเป็นของว่างที่ดีต่อสุขภาพ ผลไม้สด รสไม่หวานจัด ถือเป็นตัวเลือกของว่างที่ดี เช่น ฝรั่ง แอปเปิล มะละกอ ส้ม ชมพู่ องุ่น แคนตาลูป แตงโม กล้วย รวมถึงขนมของว่างที่ไม่เติมเกลือและน้ำตาล อย่างถั่วต้ม นมจืด มันหวานอบ หรือ โยเกิร์ตธรรมชาติ
คอยสำรวจตู้เย็น และจัดการอาหารที่บ้านให้หลากหลาย ถูกหลักโภชนาการครบถ้วนให้กับเด็ก ๆ เช็กฉลากโภชนาการทุกครั้งก่อนซื้ออาหารเข้าบ้าน โดยแนะนำอาหารสชาติอ่อน ๆ เลี่ยงหวาน มัน เค็มตั้งแต่เด็ก เพื่อให้ลูกคุ้นเคยกับอาหารรสไม่จัด และรู้สึกว่าอาหารสุขภาพดีก็อร่อยมีรสชาติดี และกินสนุกด้วย ทั้งหมดนี้นอกจากจะช่วยให้ลูกคุ้นเคยกับอาหารสุขภาพดีแล้ว ยังเสริมสร้างร่างกายลูกน้อยให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ในอนาคต
สร้างนิสัยการกินดีให้เจ้าตัวเล็กตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพดีในอนาคต
ในปัจจุบันอาหารแสนน่าอร่อยสะดวกสบายที่เราเห็นทั่วไป อาจไม่ได้มีคุณประโยชน์อย่างที่คิด การเลือกกินให้ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญ คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างนิสัยการกินที่ดีให้เจ้าตัวเล็กได้ง่าย ๆ เริ่มต้นได้จากที่บ้าน
สารอาหารที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกรักของคุณเติบโตได้ดีทั้งกายและใจ แต่พ่อแม่รู้หรือไม่ว่าลูก ๆ กำลังโตขึ้นมาในโลกที่เต็มไปด้วยอาหารแปรรูปเน้นหวานมันเค็ม ที่กำลังเข้ามาแย่งพื้นที่ผักผลไม้และอาหารดีมีประโยชน์ในจานข้าวลูก จะดีกว่าไหม ? ถ้าพ่อแม่เริ่มสร้างนิสัยการเลือกกินดีให้กับลูกให้เคยชินกับการเลือกกินดี เพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคต ด้วยวิธีที่ง่ายนิดเดียว
ให้การกินข้าวเป็นกิจกรรมที่สนุกสำหรับเจ้าตัวเล็ก
เริ่มจากการชวนให้เขาไปจ่ายตลาดด้วยกัน หรือมาช่วยทำอาหารง่าย ๆ เช่น ล้างผัก จัดจาน ปอกไข่ ให้เขามีส่วนร่วมในมื้ออาหาร เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับการกินข้าวมากขึ้น
สร้างบรรยากาศบนโต๊ะอาหารให้ผ่อนคลาย
ไม่ควรบังคับหรือฝืนใจให้ลูกกินอาหารที่ไม่ชอบ แต่ควรให้เขาทำความรู้จักกับสิ่งนั้นและลองเปิดใจเลือกกิน หรือทำเมนูอาหารที่นำเสนอของไม่คุ้นเคยแบบแนบเนียน เช่น ถ้าไม่ชอบมะเขือเทศ ลองหาตุ๊กตามะเขือเทศ หรือทำเมนูโปรดที่หั่นมะเขือเทศชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงไปให้ลองกิน
สร้างกำลังใจง่าย ๆ ด้วยคำชม
เมื่อลูกเริ่มเปิดใจกินผักหรือผลไม้ที่ไม่ชอบ เมื่อไรที่เขาลองชิมสักคำ ลองชมเขาว่าเก่งมาก จะทำให้เขารู้สึกมีกำลังใจในการกินอาหารเหล่านี้มากขึ้น
มีส่วนร่วมในการเลือกเมนูอาหาร
ให้ลูกได้เลือกเมนูอาหารบ้าง เช่น ลองถามลูกว่าอยากกินอะไรเป็นมื้อพิเศษในวันหยุดสุดสัปดาห์ แล้วให้เขาเลือกจากเมนูที่ดีต่อสุขภาพ ให้เขารู้สึกตื่นเต้นและสนุกกับการได้เลือกเมนูอาหารของตัวเอง และเรียนรู้การเลือกสิ่งที่ดีต่อร่างกายไปในตัว
คุณพ่อคุณแม่เป็นตัวอย่างที่ดีเสมอ
เพราะเด็ก ๆ มักเรียนรู้จากพฤติกรรมของเรา คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีและทำให้เด็ก ๆ เห็นอย่างสม่ำเสมอ เช่น กินผักทุกมื้อ กินผลไม้ตบท้ายมื้ออาหารแทนขนมหวาน หรือดื่มน้ำเปล่าเป็นหลักแทนน้ำหวาน น้ำอัดลม แบบนี้แล้ว ลูก ๆ ก็จะเคยชินที่ทำตามไลฟ์สไตล์สุขภาพดีจนเป็นนิสัย
และที่สำคัญ พ่อแม่ควรคำนึงว่าทุกมื้ออาหารควรเป็นกิจกรรมที่อบอุ่นใจในครอบครัว เพราะการได้กินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา วางมือถือไว้ห่างตัว พูดคุยอัปเดตเรื่องราวต่าง ๆ ให้ลูกรู้สึกว่าช่วงเวลาการกินคือช่วงเวลาที่ดี มีความสุข สนุกสนาน และผ่อนคลาย ก็ช่วยสร้างนิสัยการกินที่ดีให้กับลูกได้ ฝึกลูกให้เริ่มกินดีตั้งแต่วันนี้ และทำต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกเติบโตขึ้นพร้อมนิสัยการกินที่ดี ช่วยลดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในอนาคต
เลือกกินดีไปด้วยกัน
จาก “กินไรดี” สู่ “กินอะไรถึงจะดี” การเลือกอาหารที่มีประโยชน์เป็นหัวใจสำคัญของไลฟ์สไตล์ที่ดี แต่เราอาจพบว่าตัวเลือกอาหารที่รายล้อมเราอยู่ในปัจจุบัน นั้นเต็มไปด้วยอาหารแปรรูปที่อัดแน่นไปด้วยน้ำตาล โซเดียม และมีไขมันสูง ทำให้ง่ายที่เราจะตกหลุมพราง เลือกหยิบอาหารที่เสี่ยงต่อสุขภาพได้ ดังที่เห็นได้จากผลศึกษาที่น่าเป็นกังวล เด็กและวัยรุ่นอายุ 6–14 ปี เกือบ 2 ใน 3 คน กินขนมขบเคี้ยวที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพเป็นประจำ ขณะที่ 1 ใน 4 คน ดื่มน้ำหวาน และอีก 13% กินอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์*
เราจึงทำงานกับหลากหลายภาคส่วน เพื่อให้เด็ก ๆ ได้รับโภชนาการที่เหมาะสมมากขึ้น โดยผลักดันให้อาหารที่มีประโยชน์ รวมถึงผักและผลไม้เป็นตัวเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายและราคาไม่แพง สนับสนุนมาตรการลดการเข้าถึงอาหารและขนมที่มีรสหวาน มัน เค็มจัด ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพเด็กและวัยรุ่น ส่งเสริมให้ครอบครัวปลูกฝังนิสัยการกินที่ดีตั้งแต่ที่บ้าน
ซึ่งเรามีเป้าหมายที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของเด็กและวัยรุ่นให้หันมาเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงอนาคต เราจะอยู่ที่นี่…เป็นเพื่อนที่เคียงข้างคอยดูแลสุขภาพของเด็กและวัยรุ่นทุกคน
* ข้อมูลจากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562–2563 สุขภาพเด็ก. -- กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, 2566.