วิธีลดความเครียด ที่พ่อแม่ทุกคนทำได้
เคล็ดลับง่าย ๆ ทำได้จริง เพื่อเติมพลังให้คุณในแต่ละวัน
- English
- ไทย
การเป็นพ่อแม่นั้นเต็มไปด้วยหลากหลายความรู้สึก ทั้งความสุข ความรัก ความกังวล และความกลัว ซึ่งวนเวียนไปมาในแต่ละวัน จึงไม่แปลกที่ความเครียดนั้นกลายเป็นเพื่อนร่วมทางที่หลีกเลี่ยงได้ยาก
ความเครียดเกิดขึ้นได้กับทุกคน และเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของร่างกาย ความเครียดในระดับที่พอเหมาะจะช่วยให้เรามีสมาธิและทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากมากเกินไปหรือต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็อาจส่งผลเสียทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าและหมดไฟได้
ปัจจัยต่าง ๆ ในชีวิต เช่น งาน ความสัมพันธ์ และบทบาทของพ่อแม่ ล้วนเป็นสาเหตุของความเครียดได้ทั้งสิ้น และเมื่อความเครียดสะสม แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ ก็อาจกลายเป็นภาระที่หนักหนาเกินรับไหว
แล้วจะลดความเครียดได้อย่างไร? เริ่มจากการ “ใจดีกับตัวเอง” ยอมรับว่าการเป็นพ่อแม่เป็นเรื่องที่ท้าทาย และไม่มีใครเป็นพ่อแม่ที่ “สมบูรณ์แบบ” ได้เสมอไป การให้เวลากับตัวเองไม่ควรเป็นสิ่งที่ถูกมองข้าม แต่คือสิ่งจำเป็น เพราะเมื่อเราดูแลตัวเองได้ดี เราก็จะดูแลลูกได้ดียิ่งขึ้นเช่นกัน
สังเกตสัญญาณของความเครียด
แม้เราจะหลีกเลี่ยงความเครียดไม่ได้ แต่เราสามารถป้องกันไม่ให้มันสะสมจนเกินควบคุมได้ ความเครียดอาจแสดงออกในรูปแบบที่ต่างกันในแต่ละคน เช่น รู้สึกหนักใจ หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล หรือเหนื่อยล้าเกินปกติ
สิ่งสำคัญคือ การหมั่นสังเกตตัวเองว่าร่างกายและจิตใจของคุณกำลังส่งสัญญาณว่าต้องการพักหรือเปล่า การหยุดพักสั้น ๆ ออกไปเดินเล่น ดื่มชาอุ่น ๆ หรือฝึกหายใจลึก ๆ ก็สามารถช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้ การดูแลตัวเองด้วยสิ่งเหล่านี้ จะช่วยให้ร่างกายกลับคืนสู่สมดุล และป้องกันไม่ให้ความเครียดลุกลามจนกลายเป็นภาวะหมดไฟในระยะยาว
วิธีรับมือเมื่อรู้สึกโกรธ
หากเริ่มรู้สึกโกรธ ลองถอยออกมาจากสถานการณ์ตรงหน้า และให้เวลาตัวเองประมาณ 20 วินาทีเพื่อทำใจให้เย็นลง หายใจเข้าออกช้า ๆ สัก 5 ครั้งก่อนที่จะพูดหรือทำอะไร ถ้าเป็นไปได้ ให้เดินออกไปยังที่อื่นสัก 5-10 นาที เพื่อให้ตัวเองได้ตั้งสติและควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นก่อน
ภาวะหมดไฟ (Burnout) คืออะไร
หนึ่งในผลกระทบเชิงลบจากความเครียดที่สะสม คือ ภาวะหมดไฟ ซึ่งคือสภาวะที่ร่างกาย อารมณ์ และจิตใจเหนื่อยล้าจากการเผชิญกับความเครียดหรือสถานการณ์ที่ต้องใช้พลังใจอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลให้รู้สึกหมดแรงทั้งกายและใจอย่างสิ้นเชิง
อาการของภาวะหมดไฟสามารถแสดงออกได้ทั้งทางร่างกายและอารมณ์ เช่น:
- รู้สึกเหนื่อยล้าตลอดเวลา
- นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป
- ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
- สมาธิสั้น หลงลืมง่าย
- ตัดสินใจได้ยากขึ้น
- กล้ามเนื้อตึงเครียด
- เจ็บป่วยบ่อย ปวดหัว ปวดท้อง ท้องอืด เป็นประจำ
- รู้สึกกระสับกระส่าย
- ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นลดลง
หากคุณกำลังประสบกับอาการเหล่านี้อยู่ อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเผชิญภาวะหมดไฟ หรือใกล้จะเข้าสู่ภาวะนี้แล้ว นี่คือสัญญาณเตือนให้คุณหยุดพัก ขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ตัว และให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง หากคุณรู้สึกว่าต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม อย่าลังเลที่จะขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อร่วมกันวางแผนดูแลตัวเองและหาวิธีรับมือกับความเครียดอย่างเหมาะสม
เทคนิคผ่อนคลายสำหรับพ่อแม่
การหายใจมีผลต่อระบบร่างกายทั้งหมด เมื่อเผชิญกับความเครียด ร่างกายจะตึงเครียดและหายใจเร็วขึ้น คุณสามารถใช้การหายใจลึก ๆ เพื่อช่วยให้ตัวเองสงบลง เพียงแค่ใช้เวลา 2-3 นาทีต่อวันในการหายใจลึก จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา
การสูดลมหายใจลึก ๆ
หายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ เพื่อเติมอากาศให้เต็มปอด จากนั้นค่อย ๆ หายใจออกจนสุด คุณอาจจะนับ 1 ถึง 5 ขณะหายใจเข้า และนับ 1 ถึง 5 ขณะหายใจออก เพื่อให้ลมหายใจมีจังหวะช้าลง ฝึกทำเช่นนี้ 2-3 นาทีทุกวัน หากฝึกเทคนิคนี้กับลูก อธิบายให้เขาเข้าใจง่าย ๆ ว่าตอนหายใจเข้า ให้จินตนาการเหมือนเป่าลูกโป่งที่ท้องให้พองขึ้น และตอนหายใจออก ให้เหมือนการปล่อยลมออกจากลูกโป่งอย่างช้า ๆ
ฟังเสียงลมหายใจของตัวเอง
การตั้งใจฟังเสียงลมหายใจขณะหายใจเข้าและออกจะช่วยให้คุณรู้สึกสงบขึ้นได้ ลองวางมือข้างหนึ่งบนหน้าท้อง แล้วสัมผัสถึงการขยับขึ้นลงของหน้าท้องตามจังหวะหายใจ ฟังเสียงลมหายใจของตัวเองสักพักหนึ่ง
ขยับร่างกายเบา ๆ
ปล่อยมือลงต่ำกว่าระดับเอว โดยหันฝ่ามือขึ้น จากนั้นค่อย ๆ ยกมือขึ้นอย่างช้า ๆ ขณะหายใจเข้าทางจมูก เมื่อมือขึ้นมาถึงระดับไหล่ให้หยุด แล้วค่อย ๆ ลดมือลงอย่างช้า ๆ ขณะหายใจออกทางปาก
ความสำคัญของการดูแลตัวเอง
การดูแลตัวเอง (Self-Care) คือการทำสิ่งที่ช่วยดูแลสุขภาพใจ อารมณ์ และร่างกายของคุณ แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ดูธรรมดา แต่กลับเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามในชีวิตประจำวัน
การดูแลตัวเองจะช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นและลดความวิตกกังวล อาจเป็นกิจกรรมง่าย ๆ เช่น การจิบชาสักถ้วย ฟังเพลงโปรด หรือเดินเล่นกลางแจ้ง ลองคิดดูว่าอะไรคือกิจกรรมที่เติมพลังให้คุณ
การดูแลตัวเองไม่ใช่สิ่งที่ควรรอให้เกิดขึ้นเอง แต่เป็นสิ่งที่เราควรใส่ใจและทำเป็นประจำ วางแผนลงในตารางเวลาและบอกคนรอบตัวให้รู้ เพื่อให้เราทำตามแผนนั้นจริง ๆ คอยหมั่นหาเวลาหรือโอกาสที่เราจะได้ดูแลตัวเองอยู่ทุกวัน
การดูแลตัวเองเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันภาวะหมดไฟเลยทีเดียว!
มองโลกในแง่บวก การแก้ปัญหา และการเล่น
เวลาที่เจอกับช่วงชีวิตที่ยากลำบาก การมองเห็นความหวังอาจรู้สึกเป็นเรื่องไกลตัว แต่สิ่งสำคัญคือการเตือนตัวเองว่า เรายังสามารถควบคุมหลายสิ่งในชีวิตได้ และเราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้จริง ความหวังจะช่วยให้เรามองไปข้างหน้า และเริ่มมองหาทางออกให้กับปัญหาที่เผชิญอยู่
ถ้าคุณกำลังเจอปัญหาอะไรบ้างอย่าง ลองจดแนวทางการแก้ไขออกมาให้ได้มากที่สุด แล้วค่อย ๆ พิจารณาข้อดีข้อเสียของแต่ละทางเลือก จากนั้นเลือกวิธีที่ดูง่ายและเป็นไปได้ที่สุด บางครั้งคุณอาจต้องลองหลายวิธีก่อนจะเจอคำตอบที่ใช่ และถ้าปัญหาไหนดูใหญ่เกิน ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ลองแยกออกมาเป็นขั้นตอนเล็ก ๆ ที่เราพอทำได้ แล้วค่อย ๆ จัดการทีละเรื่อง
แล้วอย่าลืมว่า คุณไม่ได้อยู่คนเดียว คนรอบตัวสามารถเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในวันที่คุณรู้สึกเหนื่อยล้า อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือจากครอบครัวหรือเพื่อนที่ไว้ใจได้ และอย่าลังเลที่จะชวนลูก ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมง่าย ๆ ที่ทำได้ในบ้านและเหมาะกับวัยของเขา กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้คุณและลูกได้ใช้เวลาร่วมกัน เสริมสร้างความสัมพันธ์ พร้อมกับช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะใหม่ ๆ และช่วยแบ่งเบาความเครียดของคุณได้ด้วย
การเล่นกับลูกก็เป็นอีกหนึ่งวิธีลดความเครียดที่ได้ผล ไม่ว่าจะเล่นเกม เต้น หรือร้องเพลงร่วมกัน ช่วงเวลาสนุก ๆ ที่ได้หัวเราะไปด้วยกันจะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟินที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็ช่วยให้คุณรู้สึกเชื่อมโยงกับลูก และพักใจจากเรื่องเครียด ๆ ได้บ้างในแต่ละวัน
อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
หากคุณรู้สึกว่ารับมือกับสถานการณ์ความเครียดไม่ไหว ลองพิจารณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น จิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา ที่พร้อมช่วยให้คุณจัดการกับความเครียดได้ดีขึ้น และแนะนำแนวทางการดูแลสุขภาพใจให้เหมาะสมกับคุณ
อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือ โดยเฉพาะถ้าความเครียดนั้นเริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การขอความช่วยเหลือแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้คุณเริ่มรู้สึกดีขึ้นและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
อย่าลืมว่าเด็ก ๆ มักมองผู้ใหญ่เป็นแบบอย่าง การที่คุณแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลตัวเอง และรู้จักจัดการกับความเครียดอย่างเหมาะสม จะเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยให้ลูกเรียนรู้วิธีดูแลใจตัวเองในวันนี้และในอนาคต
จัดทำเนื้อหาด้วยการสนับสนุนจากมูลนิธิเลโก้ (LEGO Foundation)