วิธีสื่อสารกับลูกน้อยของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ
9 วิธีกระชับความสัมพันธ์ผ่านคำพูดและการกระทำ
- English
- ไทย
ทุกปฏิสัมพันธ์ที่คุณมีกับลูกคือการสื่อสารรูปแบบหนึ่ง มันไม่ใช่แค่คำพูดที่คุณพูด แต่รวมถึงน้ำเสียงของคุณ การมองตา การกอดและจูบที่คุณมอบให้แก่พวกเขา ทั้งหมดนี้สามารถส่งข้อความถึงลูกได้ วิธีที่คุณใช้สื่อสารกับลูกไม่เพียงแต่สอนเขาถึงวิธีสื่อสารกับผู้อื่น แต่ยังเป็นตัวกำหนดพัฒนาการทางอารมณ์ของเขาและวิธีการสร้างความสัมพันธ์ในชีวิตข้างหน้าอีกด้วย
ประเภทของการสื่อสารมีอะไรบ้าง?
การสื่อสารมีสองรูปแบบ คือ การสื่อสารแบบใช้คำพูด และการสื่อสารแบบไม่ใช้คำพูด
การสื่อสารแบบใช้คำพูด คือการใช้คำในการสื่อสารและรวมถึง:
- ระดับเสียงและน้ำเสียง
- คำศัพท์ที่พูดออกมา
- สำเนียงถิ่นหรือการใช้คำที่ลูกสามารถเข้าใจได้ดีที่สุด
การสื่อสารแบบไม่ใช้คำพูด เป็นการสื่อสารผ่านภาษากาย ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ซึ่งรวมถึง:
- การแสดงออกทางสีหน้า
- การสบตา
- พื้นที่ส่วนบุคคล
- ท่าทางการขยับมือ
- สัมผัสทางกาย เช่น การกอด
ลองใช้เทคนิค 9 ข้อนี้ในการฝึกฝนทักษะการสื่อสารทั้งแบบใช้คำพูดและแบบไม่ใช้คำพูดของคุณดู
1. การฟังอย่างตั้งใจ
การฟังอย่างตั้งใจช่วยให้เด็ก ๆ รู้สึกว่ามีคนได้ยินและเข้าใจพวกเขา การใช้ท่าทางต่าง ๆ เช่น การยิ้มให้กำลังใจและการพยักหน้า แสดงเห็นว่าคุณสนใจสิ่งที่ลูกพูดและใส่ใจจริงๆ ถ้าคุณย่อตัวลงไปอยู่ในระดับสายตาของลูกในขณะที่เขาพูดกับคุณ จะช่วยให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและผูกพันกับคุณมากขึ้น
แสดงให้ลูกได้เห็นว่าคุณกำลังตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูดโดยถามคำถามเช่น “อะไรนะ” “ทำไม” และ “ยังไงนะ” สิ่งนี้ยังช่วยให้ลูกพัฒนาทักษะการสื่อสารของตนเองด้วยการสอนพวกเขารู้จักวิธีการเล่าเรื่องและรายละเอียดที่ควรใส่เข้าไป
2. การฟังอย่างตรึกตรอง
วิธีที่ดีในการแสดงให้ลูกเห็นว่าคุณสนใจและใส่ใจในสิ่งที่พวกเขาพูดคือการทำตัวเป็นเหมือนกระจก พูดซ้ำสิ่งที่พวกเขาพูดกับคุณโดยใช้คำที่แตกต่างออกไป ตัวอย่างเช่น หากลูกของคุณพูดว่า “หนูจะไม่เล่นกับทับทิมอีกแล้ว” คุณก็ตอบกลับไปว่า “หนูจะไม่เล่นกับเพื่อนแล้วเหรอ” สิ่งนี้ทำให้ลูกถ่ายทอดอารมณ์ของตัวเองออกมาโดยไม่ต้องถูกตัดสิน คุณอาจประหลาดใจที่พวกเขาพูดออกมาได้มากแค่ไหน
3. พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ
ใช้ภาษาที่เข้าใจลูกเข้าใจได้และเหมาะสมกับวัยของพวกเขา พูดชัดถ้อยชัดคำ เฉพาะเจาะจง และไม่ใช้คำหยาบคาย การใช้ภาษาที่อ่อนโยนจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก ๆ ของคุณ จำไว้ว่าบทสนทนาควรทำให้ลูกน้อยของคุณรู้สึกได้รับความเคารพและความรัก
4. หลีกเลี่ยงการติดสินบน
การให้รางวัลต่าง ๆ เช่น ขนม สำหรับพฤติกรรมพื้นฐาน อาจทำให้คุณรู้สึกว่าควบคุมพฤติกรรมได้ในระยะสั้น ๆ แต่สิ่งนี้ไม่ได้ช่วยให้คุณพัฒนาขอบเขตที่ชัดเจนและอาจนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจระหว่างคุณและลูกได้ พยายามกำหนดความคาดหวังที่เป็นไปได้และชัดเจนว่าอยากให้ลูกทำอะไร ชมเชยพฤติกรรมที่ดีเมื่อคุณเห็น และหากจำเป็น ก็บอกผลที่จะเกิดขึ้นหากลูกทำพฤติกรรมที่ไม่ดี เพื่อช่วยกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมที่ดีขึ้น
5. การอธิบายความรู้สึก
สิ่งที่จะช่วยให้ลูกของคุณพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ คือลูกต้องเรียนรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังรู้สึกเรียกว่าอะไร เมื่อลูกแสดงความรู้สึกออกมาด้วยคำพูด จงฟังสิ่งที่พวกเขาพูดด้วยความเข้าอกเข้าใจและปราศจากการตัดสิน ลองคิดตามจากมุมมองของเด็ก หากลูกแสดงความรู้สึกออกมาโดยไม่ใช้คำพูด เช่น ร้องอาละวาด หรือหัวเราะและสนุกสนานกับการทำกิจกรรมที่พวกเขาชอบ ช่วยเขาให้อธิบายความรู้สึกนั้น ๆ ออกมาเป็นคำพูด เช่น ดีใจ เศร้า ผ่อนคลาย เจ็บปวด กลัว หิว ภูมิใจ ง่วง โกรธ ทำอะไรไม่ถูก หงุดหงิด เขินอาย หรือสนุกสนาน
6. บอกให้ลูกรู้ว่าคุณ “สังเกตเห็น”
ในเวลาที่คุณชมลูกเมื่อเขาทำอะไรบางอย่าง ลูกจะรู้สึกดีกับตัวเอง บอกทำให้ลูกรู้ว่าพฤติกรรมแบบใดที่คุณชอบ แทนที่จะพูดว่า “ทำได้ดีมาก!” ก็พยายามพูดให้เจาะจงมากขึ้นด้วยคำว่า “สังเกต” เช่น “แม่สังเกตว่าพอหนูเล่นของเล่นเสร็จก็เก็บของเล่นเรียบร้อยเลย ทำได้ดีมากค่ะ!”
7. สนุกสนานไปด้วยกัน
เมื่อลูก ๆ ของคุณโตขึ้น การเป็นพ่อแม่ก็จะเป็นหน้าที่ที่จริงจังมากขึ้น นั่นยิ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมการสนุกสนานไปด้วยกันและเพลิดเพลินไปกับการคุยเล่นกันจึงมีความสำคัญมากขึ้น เพราะมันเป็นวิธีที่ดีในการกระชับความสัมพันธ์ของคุณ ลองหาวิธีสร้างความสัมพันธ์กับลูกโดยพูดในทางบวกเกี่ยวกับสิ่งที่เขาชอบ ใส่ใจกับสิ่งที่พวกเขาสนใจและสนุกไปด้วยกัน จำไว้ว่า จงหัวเราะไปกับลูกแต่อย่าหัวเราะเยาะลูก
8. โฟกัสที่พฤติกรรม
หากคุณโมโหลูกเพราะเรื่องบางอย่าง คุณต้องใช้คำพูดที่เจาะจงไปที่พฤติกรรมของลูก ไม่ใช่ที่ตัวลูก ตัวอย่างเช่น แทนที่จะพูดว่า “พ่อไม่ชอบที่หนูเป็นเด็กไม่มีระเบียบ” ให้ลองพูดว่า “พ่อไม่ชอบเวลาที่หนูทิ้งเสื้อผ้าไว้กองเกลื่อนพื้น”
9. ทำตัวเป็นตัวอย่างให้ดู
ลองพิจารณาว่าคุณกำลังทำตัวอย่างอะไรให้ลูกของคุณได้เห็น พ่อแม่คือผู้แนะนำลูกสู่โลกกว้าง สิ่งที่ลูกเห็นว่าคุณทำมีความสำคัญเท่ากับสิ่งที่พวกเขาได้ยินคุณพูด
ให้คำมั่นสัญญากับลูกก็ต่อเมื่อคุณมั่นใจว่าคุณสามารถรักษาสัญญาได้ สิ่งนี้ช่วยสร้างและรักษาความไว้วางใจระหว่างคุณและลูก ๆ
โปรดจำไว้ว่าการใช้ความเมตตาและความรักเป็นเครื่องนำทาง จะทำให้สานสัมพันธ์และสื่อสารกับลูกได้ดีเสมอ