กินไรดี #HungryForHope

หยุดความหิวโหย บอกลาอาหารไม่ดี ที่ทำร้ายสุขภาพเด็ก

เด็กสวมผ้ากันเปื้อนยูนิเซฟยืนยิ้มท่ามกลางผักและผลไม้หลากสี ภาพมีข้อความว่า “กินไรดี Hungry for Hope – หยุดความหิวโหย บอกลาอาหารไม่ดี ที่ทำร้ายสุขภาพเด็ก”

เด็กทุกคนสมควรได้กินอาหารที่มีโภชนาการดี ตั้งแต่วันนี้

วันเด็กสากล คือวันสำคัญประจำปีที่ยูนิเซฟจะเชิญชวนให้ทุกคนลงมือทำเพื่อเด็ก และเฉลิมฉลองอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก หนึ่งในสิทธิที่สำคัญที่สุด คือ การได้รับโภชนาการที่ดีและเพียงพอต่อสุขภาพเด็ก

เด็กทุกคนควรมีสุขภาพดี ได้เติบโตและได้รับอาหารและโภชนาการที่ดีเหมาะสมตามวัย เพื่อปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของพวกเขา นี่คือเหตุผลที่ยูนิเซฟ ประเทศไทย เริ่มแคมเปญ “กินไรดี #HungryForHope” เพื่อผลักดันให้เด็กทุกคนได้กินอาหารที่เพียงพอและดีพอ จนสามารถทำตามความฝันที่พวกเขามีได้

แต่ความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น ทั่วโลกมีเด็ก 1 ใน 4 คน ที่เติบโตช้ากว่าเกณฑ์ ขณะที่เด็กและวัยรุ่นกว่า 427 ล้านคนเผชิญกับภาวะทุพโภชนาการ ปัญหาน้ำหนักเกิน และโรคอ้วนในเด็ก แม้ว่าในประเทศไทยจะก้าวหน้าขึ้นมากในเรื่องโภชนาการเด็ก แต่เรายังคงเผชิญกับความท้าทายอีกหลายอย่าง เด็กไทย 1 ใน 10 คน ยังคงมีภาวะเตี้ยแคระแกร็น และในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา เด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ปัญหาทั้งสองด้านนี้ล้วนส่งผลร้ายต่อสุขภาพและอนาคตของเด็ก ๆ

แคมเปญนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อชวนทุกคนร่วมเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอาหารและอนาคตของเด็ก ด้วยการทำงานร่วมกับเด็ก เยาวชน ผู้ปกครอง โรงเรียน และชุมชน เราจะสามารถสร้างสภาพแวดล้อมด้านอาหารการกินและปรับพฤติกรรมการกินให้ดีต่อสุขภาพไปด้วยกัน ร่วมเป็นพลังในการสร้างโลกที่เด็กทุกคนเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อให้พวกเขามีชีวิตรอด เติบโต และเติมเต็มศักยภาพของตนเอง

จูเนียร์เชฟ กับพลังที่เต็มเปี่ยม

มาทำความรู้จักเชฟซูเปอร์สตาร์ตัวน้อยของยูนิเซฟกันเลย! ซันจิ คอปเตอร์ อลีน่า คือเด็กที่รักการทำอาหาร และเชื่อว่าอาหารที่ดีต่อสุขภาพก็อร่อยได้ไม่แพ้กัน เด็ก ๆ สามารถเป็นผู้นำในการสร้างนิสัยการกินดี กินพอ และยังมีเคล็ดลับการทำอาหารเด็ด ๆ เพื่อสุขภาพมาฝากอีกด้วย!

Embedded video follows
ซันจิ กรรณปกร อภิบุญอำไพ ใส่ผ้ากันเปื้อนสีฟ้าโลโก้ยูนิเซฟและเสื้อสีดำ

ซันจิ กรรณปกร อภิบุญอำไพ เด็กหนุ่มมาดนิ่งที่เริ่มทำอาหารตั้งแต่ 5 ขวบ ผู้ชนะรายการ MasterChef Junior Season 3 เมนูแห่งความหวังที่ซันจิเลือกคือ “ผักกาดยัดไส้ราดซอส”

อลีน่า มารี จาง เด็กสาวใส่ผ้ากันเปื้อนสีฟ้าโลโก้ยูนิเซฟกำลังยิ้ม ถือพริกหยวกสีเหลืองในมือหนึ่งและพริกหยวกสีแดงอีกมือหนึ่ง

อลีน่า มารี จาง เด็กหญิงผู้รักการทำของหวานเป็นพิเศษ อยากเป็นเชฟเพราะอยากให้น้องชายมีความสุขเมื่อได้กินอาหารอร่อย เมนูแห่งความหวังของอลีน่าคือ “อารันชิน่า ข้าวทอดสไตล์อิตาเลียน”

คอปเตอร์ ณัฐวรรธน์ ศรีวานิชภูมิ ใส่เสื้อสีดำและผ้ากันเปื้อนสีฟ้าโลโก้ยูนิเซฟ กำลังยิ้มขณะที่กำลังจับผ้ากันเปื้อนด้วยมือทั้งสองข้าง

คอปเตอร์ ณัฐวรรธน์ ศรีวานิชภูมิ เด็กชายผู้หลงรักการทำอาหารและดนตรี รอยยิ้มและพลังบวกของเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ยิ้มได้อยู่เสมอ เมนูแห่งความหวังของคอปเตอร์คือ “หลนหมูสับไข่เค็ม”

Embedded video follows

เชฟมิชลินรวมตัวเพื่อภารกิจส่งเสริมโภชนาการที่ดี

เชฟแถวหน้าของประเทศการันตีโดยมิชลินสตาร์ จะนำความสามารถและเอกลักษณ์ของพวกเขามาช่วยเติมเต็มจานที่ว่างเปล่าของเด็กที่กำลังหิวโหย และผลักดันการกินดีในเด็กทุกคน

เชฟชุมพล ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว ผูกเนกไท และสวมผ้ากันเปื้อนสีฟ้าโลโก้ยูนิเซฟ กำลัวงยิ้ม ขณะที่กำลังยืนประสานมืออยู่

เชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟจากร้าน R-Haan ซึ่งได้รับมิชลินสองดาวต่อเนื่องหลายปี มีความเชี่ยวชาญในอาหารไทยคลาสสิก โดยเฉพาะการนำเสนอวัตถุดิบและสมุนไพรไทยแท้อย่างประณีตและพิถีพิถัน

สองเชฟคู่รัก เชฟโจ ณพล จันทรเกตุ และ เชฟซากิ โฮชิโนะ ใส่ผ้ากันเปื้อนสีฟ้าโลโก้ยูนิเซฟ ถือจานอาหาร คนหนึ่งถือชามสีขาว อีกคนถือจานที่มีอาหารหลากชนิด ทั้งคู่กำลังยืนยิ้มอยู่

เชฟโจ ณพล จันทรเกตุ และ เชฟซากิ โฮชิโนะ จากร้าน Kwann และ Nawa Thai Cuisine ที่คว้ารางวัลมิชลินหนึ่งดาว ทั้งสองคนล้วนมีคุณแม่เป็นแรงบันดาลใจในการทำอาหาร

เชฟปริญญ์ มีผมสีเทาและหนวดเครา ใส่เสื้อสีฟ้าและผ้ากันเปื้อนสีฟ้าโลโก้ยูนิเซฟ กำลังยืนยิ้มอยู่

เชฟปริญญ์ ผลสุข ผู้ร่วมก่อตั้งร้านอาหาร สำรับสำหรับไทย ร้านอาหารไทยมิชลินหนึ่งดาว ที่ตีความอาหารไทยดั้งเดิมใหม่ด้วยเทคนิคประจำภูมิภาคและวัตถุดิบหายาก

เชฟซาชิน ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวและผ้ากันเปื้อนสีฟ้าโลโก้ยูนิเซฟ ยืนยิ้มและถือถ้วยซุปเล็กและจานขนมปัง

เชฟซาชิน พูจารี เชฟหลักแห่งร้าน INDDEE ร้านอาหารอินเดียสมัยใหม่ที่ได้รับรางวัลมิชลินสองดาว เสิร์ฟเมนูสุดสร้างสรรค์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารพื้นถิ่นของอินเดีย

เชฟตาม ชุดารี เทพาคา สวมชุดเชฟสีขาวและผ้ากันเปื้อนยูนิเซฟสีฟ้า ยืนยิ้มกอดอกอยู่

เชฟตาม ชุดารี เทพาคำ เชฟและเจ้าของร้านอาหารบ้านเทพาเป็นเชฟหญิงไทยคนแรกที่ได้รับมิชลินสองดาว อาหารของเธอสะท้อนถึงรากวัฒนธรรมไทย ความยั่งยืน และแนวคิด Farm-to-Table เลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลจากเกษตรกรท้องถิ่น

ทำไมโภชนาการที่ดีถึงเป็นเรื่องสำคัญของเด็กทุกคน

โภชนาการที่ดี เป็นหนึ่งในสิทธิเด็ก และเป็นพื้นฐานของสุขภาพที่ดี ส่งผลต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์ หากไม่ได้รับอาหารที่มีประโยชน์ และโภชนาการที่เหมาะสมตามวัย เด็กจะมีภูมิคุ้มกันต่ำ เจ็บป่วยง่าย เรียนรู้ได้ช้า และพลาดโอกาสในการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งกระทบต่อชีวิตเด็ก และยังส่งผลเสียต่อสังคมในระยะยาวอีกด้วย

เรื่องราวและรสชาติของความเปลี่ยนแปลง

เรื่องราวการทำงานของยูนิเซฟเพื่อสนับสนุนโภชนาการที่ดีกว่าเดิม และผู้คนที่สนับสนุนงานของเรา

ค้นพบความหมายริมฝั่งโขง

เส้นทางอาสาของไอรีน กรกนก มุกไธสง ที่ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงกับยูนิเซฟ ประเทศไทย

อาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัย

ยูนิเซฟกับการส่งเสริมโภชนาการที่ดีในเด็กปฐมวัยผ่านโรงเรียนพ่อแม่

เพราะเราไม่อาจเพิกเฉย

ความเข้าอกเข้าใจของ คุณนเรศ คำเชื้อ ช่วยให้ยูนิเซฟเข้าถึงเด็กที่ขาดโอกาส และพิสูจน์ให้เห็นว่าการให้เพียงเล็กน้อยก็เปลี่ยนอนาคตเด็กได้

ปันอาหารให้เด็กวันนี้ คือ การปั้นอนาคตเด็กในวันข้างหน้า

เสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในแม่ฮ่องสอน ผ่านโภชนาการที่ดี การเสริมศักยภาพครู และให้การสนับสนุนครอบครัวผ่านศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

ร่วมสร้างอนาคตที่ไม่มีเด็กคนใดต้องหิวโหย

เมื่อเด็กไม่ได้กินอาหารเพียงพอ และได้รับสารอาหารน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ นั่นคือ ภาวะยากจนด้านอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาที่กำลังทำร้ายทั้งชีวิตและอนาคตของเด็กจำนวนมาก ในประเทศไทย เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ 1 ใน 10 คน กำลังเผชิญภาวะนี้ ขณะที่ทั่วโลกมีเด็กมากกถึง 181 ล้านคน ที่มีอาหารไม่พอกิน และกว่า 10 ล้านคน กำลังป่วยขาดสารอาหารรุนแรงซึ่งอันตรายถึงชีวิต

แต่เรายังช่วยพวกเขาได้ ด้วยอาหารบำบัดช่วยชีวิต เพียงซองเล็ก ๆ พร้อมด้วยการดูแลที่เหมาะสม จะมอบชีวิตใหม่ให้กับเด็กที่ขาดสารอาหารรุนแรง ให้สามารถฟื้นตัวกลับมามีโอกาสเติบโตเหมือนเด็กคนอื่นได้อีกครั้ง

เรียนรู้เพิ่มเติมจากผู้สนับสนุนที่กำลังร่วมส่งต่อความหวังให้เด็ก ๆ ในวิดีโอด้านล่างนี้

Embedded video follows

การสนับสนุนเพียงวันละ 20 บาทจากคุณ จะช่วยมอบโอกาสรอดชีวิตให้กับเด็กที่กำลังต่อสู้กับภาวะขาดสารอาหาร หากคุณสามารถช่วยได้ โปรดบริจาคเพื่อส่งมอบอาหารบำบัดช่วยชีวิตให้เด็ก ๆ ให้เขากลับมาเติบโตอย่างแข็งแรงได้อีกครั้ง

ทุกการสนับสนุนจากคุณ จะมอบชีวิตใหม่และอนาคตที่แข็งแรงให้กับพวกเขา

อยากช่วยให้เด็ก ๆ กินดีใช่ไหม? เริ่มได้ที่นี่เลย

การชวนให้ลูกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพอาจฟังดูยาก แต่ไม่ยากเกินความตั้งใจ! เราได้รวบรวมเคล็ดลับเด็ด ๆ สำหรับพ่อแม่ และแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อช่วยให้ลูกของคุณได้กินดี กินพอ และเติบโตอย่างแข็งแรง การเปลี่ยนแปลงอาจไม่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่สามารถเริ่มได้แบบค่อยเป็นค่อยไป และยังช่วยให้ครอบครัวได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นด้วย

แบนเนอร์สีสันสดใสของยูนิเซฟ มีมือการ์ตูนถือชิ้นผลไม้ และภาพวาดผลไม้ ผักหลากหลาย ข้อความภาษาไทยว่า “เลือกกินดีให้ฮีลใจ แถมดีกับร่างกายในอนาคต” โดยมีโลโก้ยูนิเซฟอยู่มุมขวาบน

ทำความรู้จักวันเด็กสากล

ประวัติความเป็นมา เป้าหมาย และกิจกรรมสำคัญของวันเด็กสากล

Additional information about World Children’s Day.

วันเด็กสากลเป็นวันสำคัญระดับโลกที่จัดขึ้นเพื่อย้ำเตือนถึงสิทธิที่เด็กทุกคนควรได้รับ ทำเพื่อเด็ก นำโดยเด็ก เพื่อรำลึกถึงการรับรองอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child หรือ CRC)

ยูนิเซฟใช้โอกาสนี้ในการรณรงค์และสร้างความตระหนักด้านการปกป้องสิทธิของเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ

วันเด็กสากลตรงกับวันที่ 20 พฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันที่สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้รับรองปฏิญญาสิทธิเด็กในปี 2502 และรับรองอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก หรือ UNCRC ในปี 2532

สิทธิเด็ก คือ สิทธิมนุษยชนที่ไม่สามารถต่อรองได้ แต่ในปัจจุบัน ในหลาย ๆ พื้นที่ สิทธิเด็กยังคงเป็นสิ่งที่ถูกมองข้าม ถูกละเลย ถูกปฏิเสธ และถูกโจมตี ผู้นำโลกต้องปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ว่าด้วยการเคารพ คุ้มครอง และปฏิบัติตามสิทธิของเด็กทุกคน ในทุกสถานที่  

การลงทุนกับเด็กในวันนี้ คือการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้แก่เด็กและเราทุกคน

วันเด็กสากลคือโอกาสที่จะมุ่งเน้นถึงทุกประเด็นที่สำคัญต่อเด็ก

พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามในกรุงเทพฯ ส่องแสงไฟสีน้ำเงินยามค่ำคืน พระปรางค์ใหญ่และพระปรางค์เล็กรอบข้างเปล่งประกายสว่างงดงามตัดกับท้องฟ้ามืด ด้านล่างมีต้นไม้และสถาปัตยกรรมไทยแบบดั้งเดิม พร้อมแสงไฟจากตัวเมืองที่มองเห็นอยู่ไกล ๆ

ถาม-ตอบเรื่องโภชนาการเด็ก และงานของยูนิเซฟด้านโภชนาการในไทย

FAQs

โภชนาการที่ดีคือรากฐานที่สำคัญต่อการอยู่รอดและพัฒนาการของเด็ก เป็นหัวใจสำคัญในพันธกิจยูนิเซฟมาตลอดกว่า 80 ปี ยูนิเซฟก่อตั้งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีเด็กหลายสิบล้านคนตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากการขาดอาหาร ยูนิเซฟจึงเร่งให้ความช่วยเหลือด้านอาหารฉุกเฉิน จนสามารถช่วยชีวิตเด็กไว้ได้จำนวนมาก สำหรับประเทศไทย ยูนิเซฟเข้ามาเริ่มดำเนินงานในปี พ.ศ. 2491 ในเวลานั้นเด็กเกือบ 1 ใน 5 เสียชีวิตก่อนอายุ 5 ปีจากภาวะทุพโภชนาการและโรคภัยต่าง ๆ ที่สามารถป้องกันได้ ยูนิเซฟจึงเริ่มต้นการให้ความช่วยเหลือด้านอาหารฉุกเฉิน ก่อนพัฒนาเป็นโครงการโภชนาการระยะยาวที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น และช่วยชีวิตเด็กหลายสิบล้านคนได้ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยและทั่วโลกยังมีเด็กอีกจำนวนมากที่ยังคงทุกข์ทรมานจากการได้รับโภชนาการที่ไม่เพียงพอ หรือจากการบริโภคอาหารที่ทำร้ายสุขภาพมากจนเกินไป ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียชีวิตได้ทั้งสองทาง

1 ใน 5 ของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ทั่วโลก เสียชีวิตจากภาวะขาดสารอาหารเฉียบพลันรุนแรง ซึ่งนับเป็นหนึ่งในภัยคุกคามต่อการอยู่รอดของเด็กที่ร้ายแรงที่สุด  

ในประเทศไทย ปัญหาทุพโภชนาการยังคงน่าเป็นห่วง เด็กไทย 1 ใน 10 มีภาวะเตี้ยแคระแกร็น และอัตราโรคอ้วนในเด็กอายุ 6–14 ปีเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ทั้งภาวะเตี้ยแคระแกร็นและโรคอ้วนต่างสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจตลอดชีวิต ในบางกรณีที่รุนแรง อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ยูนิเซฟทำงานใน 190 ประเทศทั่วโลก รวมถึงในพื้นที่ความขัดแย้งและพื้นที่ห่างไกลที่สุด  
เราเป็นผู้จัดหาอาหารบำบัดเพื่อช่วยชีวิตเด็ก ๆ ที่มีภาวะทุพโภชนาการรุนแรง มากถึงร้อยละ 80 ของการจัดหาอาหารบำบัดทั่วโลก นอกจากนี้ ยูนิเซฟยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการติดตามการเจริญเติบโตของเด็ก การให้วิตามินเอเสริม การใช้เกลือเสริมไอโอดีนในวงกว้าง และที่สำคัญที่สุดคือ การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มาตรการเหล่านี้เกิดขึ้นได้ด้วยการสนับสนุนจากผู้บริจาคของเรา ซึ่งช่วยชีวิตเด็กมากมายนับไม่ถ้วนและเปลี่ยนแปลงอนาคตของพวกเขาให้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตามเด็กไทยยังคงเผชิญกับปัญหาด้านโภชนาการที่น่ากังวลอยู่ ยูนิเซฟ ประเทศไทยจึงยังคงทำงานอย่างมุ่งมั่น เพื่อสร้างอนาคตที่เด็กทุกคนได้รับโภชนาการที่ดี ด้วยแนวทางแบบองค์รวม โดยร่วมมือกับทั้งครอบครัว โรงเรียน รัฐบาลไทย หน่วยบริการทางการแพทย์ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และชุมชน ในการแก้ปัญหาทุพโภชนาการในทุกรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น เรากำลังทำงานเพื่อควบคุมการตลาดและโฆษณาประชาสัมพันธ์อาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพกับเด็ก  

เราร่วมกับสำนักโภชนาการในการจัดทำคำแนะนำเรื่องโภชนาการที่ดี และผลักดันนโยบายเพื่อนำอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพออกจากโรงเรียน ซึ่งรวมถึงการโฆษณาอาหารที่ไม่ดีในโรงเรียนด้วย 
ยูนิเซฟยังทำงานร่วมกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพื่อปลูกฝังพฤติกรรมการกินดี ส่งเสริมความรู้ด้านโภชนาการให้แก่พ่อแม่ที่มีลูกเล็ก และสนับสนุนโรงพยาบาลในการให้คำแนะนำด้านโภชนาการที่เหมาะสมแก่ผู้ปกครอง ในวันเด็กสากลประจำปี 2568 ยูนิเซฟจะร่วมกับทุกภาคส่วน เรียกร้องให้สังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของโภชนาการ และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงร่วมกันอย่างเข้มแข็ง

เด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนมีความเสี่ยงไม่ต่างจากเด็กที่ขาดสารอาหาร สถานการณ์เช่นนี้ถูกเรียกว่า “ภาวะทุพโภชนาการสองด้าน” ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases หรือ NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ซึ่งอาจทำให้เด็กมีอายุสั้นลงหรือมีคุณภาพชีวิตที่แย่ลงได้ นี่เป็นปัญหาร้ายแรงทั้งในประเทศไทย และทั่วโลก โดยในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา อัตราส่วนเด็กอายุ 6-14 ปีที่มีภาวะน้ำหนักเกินและเป็นโรคอ้วนในไทยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6 เป็นร้อยละ 13

จริงอยู่ที่ภาวะเตี้ยแคระแกร็นหรือผอมเกินวัยบ่อยครั้งเกิดจากการขาดอาหาร แต่ก็ไม่ใช่เสมอไป ยกตัวอย่างเช่น ราว ๆ 1 ใน 10 คนของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในประเทศไทย ประสบภาวะความยากจนด้านอาหาร  (Food poverty) เด็กกินอาหารไม่เกิน 2 หมู่ต่อวัน ทั้งที่ตามหลักโภชนาการ เด็กควรได้กินอาหารครบ 5 หมู่เพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่สมวัย บางครั้ง ปัญหาก็ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณอาหาร แต่การกินอาหารไม่หลากหลายอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อสุขภาพของเด็กได้เช่นกัน

โรคอ้วนสามารถนำไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ซึ่งล้วนส่งผลให้เด็กมีอายุสั้นลงหรือคุณภาพชีวิตแย่ลงได้ ในทางกลับกัน ภาวะน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ สามารถส่งผลกระทบต่อพัฒนาการในช่วงสำคัญ อาจทำให้เด็กเสียชีวิต หรือไม่สามารถพัฒนาศักยภาพทางร่างกายหรือสติปัญญาได้เต็มที่ เด็กที่มีภาวะน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ยังมีความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายชนิด (บางครั้งเรียกว่า “โรคจากการบริโภคอาหารไม่ดีต่อสุขภาพ” หรือ “Diet-related NCDs”) ภาวะทุพโภชนาการสองด้านทั้งที่ขาดและเกิน อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพจิตเมื่อเด็กโตขึ้นด้วย ซึ่งโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในเด็กเหล่านี้สามารถป้องกันได้ และเราทุกคนต้องลงมือก่อนจะสายเกินไป

สามารถทำได้ แม้ว่าจะยากอยู่บ้าง แต่นั่นคือหนึ่งในเป้าหมายของแคมเปญ “กินไรดี” ที่ต้องการแสดงให้เห็นว่า เราสามารถปรุงเมนูอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้จากวัตถุดิบทางเลือกที่ราคาย่อมเยา อาหารที่ดีต่อสุขภาพไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป

สภาพแวดล้อมด้านอาหาร และอาหารที่อยู่รอบตัวเด็กมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการกินของเด็กอย่างมาก โลกยุคปัจจุบันทำให้เด็กหาอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพเด็กหรือแปรรูปสูง (Ultra-processed foods หรือ UPFs) ได้ง่ายและสะดวกกว่าการหาอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้น สิ่งสำคัญ คือ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมด้านอาหาร และสนับสนุนและส่งเสริมการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ รวมถึงการกระตุ้นให้เด็ก ๆ ออกกำลังกาย จึงเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าการเจาะจงเฉพาะพฤติกรรมของเด็กเพียงฝ่ายเดียว

คุณสามารถช่วยได้ง่าย ๆ โดยการแชร์เนื้อหาแคมเปญของเราผ่านโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์วิดีโอของกลุ่มจูเนียร์เชฟ กิจกรรม Beyond the Bites งาน UNICEF Blue Star Gala หรือเนื้อหาใด ๆ ที่อยู่ใน #HungryForHope ช่วยกันส่งต่อเนื้อหาเรื่องโภชนาการที่ดีให้กับคนรอบตัว ให้เด็ก ๆ ได้รู้ว่าพวกเขาควรกินดี กินพอ เพื่อเติบโตอย่างแข็งแรง ไม่ว่าคุณจะให้ความสำคัญกับเรื่องโรคอ้วนในเด็กไทย ปัญหาทุพโภชนาการ หรือทั้งสองเรื่อง หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของเราคือการเพิ่มความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพในเด็ก และลดอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราต้องการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการกินดีของเด็ก ๆ และส่งเสริมพฤติกรรมการกินดีในระยะยาว ซึ่งคุณมีบทบาทสำคัญในการกระจายข้อมูลเหล่านี้ออกไปได้ มาร่วมสนับสนุนโภชนาการที่ดีต่อเด็กไปกับเรานะ!