Count Me In 2026: Beat to Breathe ร่วมกันส่งเสียงร้อง ทวงสิทธิให้เด็กมีอากาศสะอาดหายใจได้จริง
ปัญหาเรื่องอากาศไม่เคยขาดคนรู้ แต่ขาดเสียงที่ดังมากพอจะทำให้เรื่องนี้ได้รับการแก้ไข
- English
- ไทย
เด็ก 11 ล้านคนทั่วประเทศไทยต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศจาก PM2.5 ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นประจำ มลพิษทางอากาศเป็นภัยเงียบที่มักมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ไม่มีเสียงให้ได้ยิน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ในพื้นที่มลพิษสูง บางคนมีอาการเลือดกำเดาไหลและหายใจได้ลำบาก
คนที่ได้รับผลกระทบจากภับคุกคามนี้มากกว่าก็คือเด็ก เพราะปอด สมอง และร่างกายของพวกเขายังคงอยู่ในช่วงพัฒนา ทำให้เด็กมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพมากกว่า เติบโตและพัฒนาศักยภาพได้ไม่เต็มที่ ในกรณีที่รุนแรงที่สุด อาจนำไปสู่การเสียชีวิต
มีงานวิจัยชี้ว่า มลพิษทางอากาศมีความเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีมากกว่า 100 คนต่อวัน ทั่วภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงประเทศไทย
ปัญหาเรื่องอากาศไม่เคยขาดคนรู้ แต่ขาดเสียงที่ดังมากพอจะทำให้เรื่องนี้ได้รับการแก้ไข
แคมเปญรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ #CountMeIn ในปีนี้ ยูนิเซฟ ประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายอากาศสะอาด ประเทศไทย (THAICAN) นำ "เสียงลมหายใจ" มาเป็นพลังในการเรียกร้องสิทธิในอากาศสะอาดให้กับเด็กทุกคน ภายใต้แนวคิด BEAT TO BREATHE (บีท ทู บรีธ)
ลมหายใจเป็นจุดเริ่มต้นของทุกเสียงและทุกบทเพลง โดยเฉพาะเพลงแรป ซึ่งต้องอาศัยการควบคุมลมหายใจ การใช้เสียง และการส่งลมอย่างต่อเนื่องให้ทันจังหวะ เราจึงนำ บีทของเพลงแรป มาเป็นเครื่องมือสร้างการมีส่วนร่วม เพื่อให้เด็กและทุกคนได้ร้องแรปไปด้วยเช็คปอดตัวเองไปด้วย รวมทั้งใช้เสียงของตนเองเรียกร้องสิทธิในอากาศสะอาด ให้เสียงเด็กดังไปถึงสังคมและผู้กำหนดนโยบาย
“ปอดเทส” เพลงแรปเช็กปอด โดย TangBadVoice
TangBadVoice (ตั้ง ตะวันวาด วนวิทย์) ศิลปินที่ใช้เพลงเพื่อสื่อสารประเด็นที่จริงจัง เข้าใจยากให้กลายเป็นเรื่องที่คนเข้าใจและรู้สึกร่วมได้ ครั้งนี้ตั้งเข้าร่วมแคมเปญและใช้เพลงแรปมาเปลี่ยนเสียงลมหายใจให้เป็นพลังเรียกร้องสิทธิในอากาศสะอาดเพื่อเด็กทุกคน ซึ่งมีการรับรองไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแต่กลับไม่เกิดขึ้นในชีวิตจริง
ตั้งและครอบครัวอาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ซึ่งเผชิญวิกฤต PM2.5 อย่างต่อเนื่องทุกปี จนติดอันดับเมืองที่มลพิษสูงที่สุดในโลก ตั้งจึงเข้าใจดีว่าชีวิตคนที่ต้องอยู่กับฝุ่นเป็นอย่างไร และเมื่อรู้ว่ามีเด็กจำนวนมากขนาดไหนต้องเติบโตท่ามกลางมลพิษนี้ ตั้งจึงอยากใช้ดนตรีและเพลงแรปเป็นเครื่องมือ ทำให้ผู้คนหยุดฟัง หยุดคิด และหันมาตระหนักถึงภัยคุกคามนี้มากขึ้น
“คนที่ผมอยากให้ฟังเพลงนี้ที่สุดคือเด็ก ๆ อยากให้น้อง ๆ มาร่วมชาเลนจ์แรปปอดเทสกันเยอะ ๆ เพราะสุดท้ายแล้ว เสียงของพวกเขาจะได้ส่งไปถึงผู้ใหญ่ และทำให้คนที่มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงได้ยิน”
หายใจเข้าให้ลึก แล้วมารับรู้ความจริงที่น่าตกใจจากมลพิษทางอากาศไปด้วยกัน
ฝุ่นพิษ PM2.5 ส่งผลกระทบอะไรบ้างต่อร่างกายและสมองของพวกเด็กๆ
Roadshow ปอดเทสต์ในโรงเรียน
ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ยูนิเซฟและเครือข่ายอากาศสะอาดจะร่วมกับทีมแพทย์ลงพื้นที่ในโรงเรียนนำร่องในกรุงเทพฯ เพื่อพัฒนาให้ครูและเด็กๆ สามารถคัดกรองเด็กที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ และส่งต่อเพื่อรับการดูแลที่เหมาะสม ข้อมูลจากการคัดกรอง รวมถึงเสียงและประสบการณ์ของเด็ก จะนำไปใช้ผลักดันนโบายเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในระยะยาวต่อไป
“เยาวชนไม่ใช่แค่คนที่จะรอรับผลกระทบของโลกรวน
แต่เป็นกลุ่มคนสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงโลกนี้ไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนขึ้น”
มาเน่ อัซมานี เจ๊ะสือแม อายุ 21 ปี นักเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศรุ่นใหม่
มีส่วนร่วมกับการเรียกร้องสิทธิในอากาศสะอาด
อากาศสะอาดเป็นเรื่องของคนทุกคน การเรียกร้องสิทธิในอากาศสะอาดก็เช่นเดียวกัน
เราอยากจะเปลี่ยน เสียงเพลง → ความเข้าใจ → การมีส่วนร่วม → การเปลี่ยนแปลง
ขยายเสียงจากโรงเรียน ครอบครัว และชุมชนไปสู่สังคมวงกว้าง เพื่อให้เสียงของเด็กดังไปถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจ
คุณสามารถมีส่วนร่วมกับแคมเปญของเราได้โดย
📚 เรียนรู้และสื่อสาร
เรียนรู้เรื่องผลกระทบของ PM2.5 ต่อเด็ก และส่วนกันส่งต่อสื่อสารให้กับครอบครัวและคนในสังคมอย่างต่อเนื่อง
🎵 ร่วมส่งต่อเพลง “ปอดเทส” และ Beat Test Challenge
ให้คนรอบตัวได้ลองเช็คปอดเบื้องต้น
💪 ติดตามและสนับสนุน
ติดตามความคืบหน้าของ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ผ่านทางข่า สื่อมวลชนและเครือข่ายอากาศสะอาด รวมทั้งร่วมส่งเสียงสนับสนุนกฎหมายที่ช่วยจัดการมลพิษจากต้นทาง
👂 ฟังเสียงเด็ก
เปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้บอกเล่าประสบการณ์และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องอากาศและอนาคตของพวกเขา
เกี่ยวกับแคมเปญ Count Me In
เมื่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศและมลพิษทางสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อชีวิตของเด็กมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่อากาศที่พวกเขาหายใจ ไปจนถึงสถานที่ที่พวกเขาใช้ชีวิต เรียนรู้ และเติบโต การส่งเสียงและลงมือทำจึงเป็นสิ่งเร่งด่วนขึ้นทุกขณะ
ตั้งแต่ปี 2567 แคมเปญ Count Me In ของยูนิเซฟได้ชวนเด็ก เยาวชน และพันธมิตรมาร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง หนึ่งในก้าวสำคัญสู่การเปลี่ยนแปลงคือการสร้างพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้แบ่งปันประสบการณ์ ส่งเสียงในเรื่องที่มีความหมายสำหรับพวกเขา และทำให้มั่นใจว่าเสียงของพวกเขาจะได้รับการรับฟัง ระหว่างที่เราร่วมกันสร้างอนาคตที่ปลอดภัยและยั่งยืนยิ่งขึ้น
ในปี 2568 แคมเปญ Count Me In ขยายขอบเขตเพื่อแสดงให้เห็นว่าการลงมือทำเพื่อสภาพภูมิอากาศเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ทางเลือกเล็กๆ ในชีวิตประจำวันไปจนถึงโครงการชุมชนขนาดใหญ่ และทุกการกระทำล้วนมีความหมาย ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่เพียงใด
แคมเปญ Count Me In โลกรวน เด็กเดือดร้อน รับฟังเสียงเด็ก เริ่มต้นในปี 2567 เพื่อดึงเด็กเข้ามาอยู่ในสมการเรื่องการรับมือวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้เล่าถึงผลกระทบของโลกร้อนและโลกรวนที่เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขา รวมทั้งมีการรวบรวมความคิดเห็นส่งให้ผู้มีอำนาจในการทำนโยบายที่เกี่ยวข้อง
ในปี 2569 BEAT TO BREATHE จะรวบรวมเสียงจากผู้คนอีกมากมายเข้าด้วยกัน เพื่อให้แน่ใจว่าเสียงของเราจะถูกได้ยินอย่างชัดเจนและดังกึกก้อง