คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยเมื่อเกิดไฟป่า

เรียนรู้ว่าไฟป่าส่งผลกระทบต่อเด็กอย่างไร และมีวิธีใดบ้างที่จะช่วยปกป้องครอบครัวของคุณได้

UNICEF
ไฟป่าลุกไหม้ท่ามกลางต้นไม้ในยามค่ำคืน เปลวไฟสีส้มและสะเก็ดไฟส่องสว่างท้องฟ้าที่มืดมิด
UNICEF/UNI861198/Menelaos Michalatos
31 มีนาคม 2026

ไฟป่าเกิดบ่อยขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นทำให้สภาพแวดล้อมร้อนและแห้งมากขึ้น ซึ่งเอื้อต่อการเกิดไฟป่าที่ทั้งรุนแรง อันตราย และสร้างความเสียหายอย่างหนัก ไฟป่าก่อให้เกิดความเสี่ยงโดยตรงต่อทุกสิ่งที่อยู่ในแนวไฟ ขณะเดียวกัน ควันจากไฟป่ายังส่งผลกระทบในวงกว้างและยาวนาน โดยเฉพาะต่อเด็ก

เมื่อไฟป่ามีขนาดใหญ่ขึ้นและเกิดบ่อยขึ้น ประกอบกับควันที่สามารถลอยไปได้ไกล พ่อแม่และผู้ดูแลจึงควรเรียนรู้วิธีปกป้องครอบครัวจากผลกระทบที่เป็นอันตรายจากควันไฟป่า

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับไฟป่า

What is a wildfire?

ไฟป่า คือไฟที่ลุกไหม้ในพื้นที่ที่มีต้นไม้เป็นเชื้อเพลิง โดยเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และไม่สามารถควบคุมได้

ไฟป่ามักเกิดจากความประมาทของมนุษย์ แต่ในหลายกรณี สภาพอากาศที่รุนแรง เช่น ภัยแล้ง ลมแรง และฟ้าผ่า ก็สามารถทำให้เกิดไฟป่าขึ้นได้ หรืออาจทำให้ไฟขนาดเล็กลุกลามอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นไฟป่าขนาดใหญ่ที่ควบคุมไม่ได้

ควันจากไฟป่าก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายด้าน เช่น โรคระบบทางเดินหายใจอย่างหอบหืด โรคหัวใจ ความผิดปกติของสมองและระบบประสาท ปัญหาสุขภาพจิต และโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง

ควันจากไฟป่าส่งผลกระทบรุนแรงมากเป็นพิเศษต่อหญิงตั้งครรภ์และเด็ก  กระทบต่อสุขภาพของแม่และทารกในครรภ์ เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง การคลอดก่อนกำหนด ทารกมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ รวมถึงการแท้งหรือทำให้ทารกเสียชีวิตในครรภ์

ทารกและเด็กเล็กมีความเสี่ยงสูงกว่าที่จะเกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ปัญหาด้านการเผาผลาญของร่างกาย และความบกพร่องด้านการคิดและการเรียนรู้

ผลกระทบจากไฟป่าไม่ได้จำกัดอยู่แค่ปัญหาสุขภาพในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบาดเจ็บ ความพิการ ภาวะกระทบกระเทือนทางจิตใจ การสูญเสียโอกาสในการเรียนรู้และทำกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการ ตลอดจนการต้องย้ายถิ่นฐานหรือออกจากบ้านเรือน

ไฟป่าส่งผลกระทบต่อเด็กอย่างไร

ในช่วงที่เด็กกำลังเจริญเติบโต ระบบภูมิคุ้มกันและปอดยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงทำให้เด็กมีความเปราะบางต่อผลกระทบอันเป็นอันตรายจากควันไฟป่าเป็นพิเศษ ซึ่งควันไฟป่ามีความเป็นพิษมากกว่ามลพิษทางอากาศที่เราเผชิญในชีวิตประจำวัน

ฝุ่นละอองขนาดเล็กมากที่เกิดจากไฟป่า หรือที่เรียกว่า PM2.5 สามารถแทรกซึมลึกเข้าไปในปอดของเด็ก และส่งผลกระทบได้ทั้งต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในระยะสั้นและระยะยาว

 

ทารก

ทารกเป็นกลุ่มที่ร่างกายยังอยู่ในช่วงพัฒนา จึงหายใจถี่และรับอากาศเข้าสู่ร่างกายมากกว่าเมื่อเทียบกับขนาดตัว อีกทั้งยังอยู่ใกล้พื้นดินมากกว่า จึงมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อภาวะต่อไปนี้

  • น้ำหนักแรกเกิดต่ำ (ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาระบบทางเดินหายใจเมื่อเติบโต และการมีส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์ตามวัย)
  • ความพิการแต่กำเนิด
  • โรคเบาหวานในเด็ก
  • การเสียชีวิต

 

เด็กเล็ก

ในช่วงวัยนี้ ระบบภูมิคุ้มกัน สมอง และปอดของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ อีกทั้งเด็กมักเคลื่อนไหวมากขึ้นและใช้เวลาอยู่กลางแจ้งมากขึ้น จึงทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อภาวะต่อไปนี้

  • โรคหอบหืดและโรคระบบทางเดินหายใจ
  • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง
  • การทำงานของสมองลดลง

 

วัยรุ่น

วัยรุ่นยังคงอยู่ในช่วงที่ร่างกายและจิตใจกำลังพัฒนา และมักมีกิจกรรมที่เคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น จึงมีความเสี่ยงต่อผลกระทบต่อไปนี้

  • โรคหอบหืดและโรคในระบบทางเดินหายใจ
  • ความผิดปกติด้านการเผาผลาญ เช่น ภาวะอ้วน
  • ความดันโลหิตสูง
  • ผลกระทบด้านสุขภาพจิตในทางลบ

สัญญาณและอาการเมื่อเด็กได้รับควันไฟ

เด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็ก ที่สูดควันจากไฟป่าเข้าไป อาจมีอาการได้หลายอย่าง อาการทางร่างกายที่พบได้ ได้แก่

  • เจ็บหน้าอกหรือรู้สึกแน่นหน้าอก
  • หายใจลำบาก
  • หายใจมีเสียบหวีด
  • ไอ
  • รู้สึกแสบร้อนหรือระคายเคืองจมูก ลำคอ และดวงตา
  • วิงเวียนศีรษะ

หากเด็กมีปัญหาในการหายใจ นอนไม่ได้ หรือมีอาการผิดปกติด้านสุขภาพอย่างชัดเจน ควรรีบพาไปพบแพทย์หรือไปยังสถานพยาบาลทันที

วิธีปกป้องเด็กจากควันไฟป่า

คู่สามีภรรยายืนกลางแจ้งอุ้มทารกที่กำลังหลับอยู่ โดยมีพื้นดินที่ไหม้เกรียมด้านหลัง สื่อถึงผลกระทบหลังเหตุเพลิงไหม้
UNICEF/UNI594528/Frank Dejongh

การเตรียมพร้อมจะช่วยให้ครอบครัวของคุณปลอดภัยและอยู่ในที่เดียวกันเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงไฟป่า ควรทบทวนแผนรับมือร่วมกับคนในครอบครัวอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้ทุกคนพร้อมรับสถานการณ์

ควรติดตามข่าวสารเรื่องสภาพอากาศ คุณภาพอากาศ และคำแนะนำด้านสาธารณสุขจากหน่วยงานในพื้นที่อยู่เสมอ โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับควันไฟป่า นอกจากนี้ ควรรู้จักอาการที่เกิดขึ้นจากการสูดควันไฟป่าเข้าไป เพื่อจะได้ดูแลและป้องกันอย่างทันท่วงทีไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้น

 

ก่อนเกิดไฟป่า

  • พูดคุยกับคนในครอบครัวเกี่ยวกับไฟป่า และอธิบายให้ลูกเข้าใจตามช่วงวัยว่าไฟป่าคืออะไร พร้อมย้ำว่าคุณจะทำทุกวิถีทางเพื่อดูแลให้เขาปลอดภัย
  • เตรียมแผนอพยพฉุกเฉินไว้ล่วงหน้า โดยควรระบุข้อมูลทางการแพทย์ที่จำเป็น รวมถึงแนวทางปฏิบัติหากคนในครอบครัวพลัดหลงกัน ควรสำรวจสถานที่ปลอดภัยใกล้บ้านหรือในพื้นที่ใกล้เคียงที่สามารถใช้เป็นที่พักพิงได้ และเตรียมเด็กให้พร้อมโดยให้เขามีข้อมูลติดต่อของคุณ รวมทั้งรู้ว่าควรทำอย่างไรหากต้องแยกจากครอบครัว นอกจากนี้ ควรสอบถามโรงเรียนของเด็กว่ามีแผนรับมืออย่างไรในกรณีเกิดไฟป่า
  • จัดเตรียม “ชุดยังชีพฉุกเฉิน” ที่มีของจำเป็น เช่น อาหารที่เก็บไว้ได้นาน ยา เงินสด ชุดปฐมพยาบาล ถังดับเพลิง หน้ากาก N95 หรือ KN95 ทั้งขนาดสำหรับผู้ใหญ่และเด็ก ไฟฉาย วิทยุ แบตเตอรี่ และน้ำดื่มสำหรับใช้หลายวัน เผื่อกรณีที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่หรือบริการสาธารณูปโภคหยุดชะงัก ควรเพิ่มของจำเป็นอื่น ๆ ให้เหมาะกับความต้องการของครอบครัว รวมถึงสำเนาเอกสารสำคัญ เช่น สูติบัตร บัตรประจำตัวประชาชน โฉนดบ้าน และเอกสารสำคัญอื่น ๆ
  • หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงไฟป่า เช่น ใกล้พื้นที่ต้นไม้หนาแน่นหรือใกล้ป่า ควรจัดพื้นที่รอบบ้านให้เป็นเขตปลอดเชื้อไฟ โดยพยายามให้บริเวณรอบบ้านอย่างน้อย 10 เมตร ปราศจากใบไม้แห้ง เศษวัสดุ หรือสิ่งของที่ติดไฟได้ หากสามารถทำได้

ให้อพยพออกจากพื้นที่ทันที ไปยังพื้นที่ปลอดภัยตามคำแนะนำของหน่วยงานในพื้นที่ หากมีการประกาศเตือน หรือหากบ้านอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

ระหว่างเกิดไฟป่า

  • ให้อพยพออกจากพื้นที่ทันที ไปยังพื้นที่ปลอดภัยตามคำแนะนำของหน่วยงานในพื้นที่ หากมีการประกาศเตือน หรือหากบ้านอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
  • หากทำได้ ควรย้ายไปอยู่ในพื้นที่อื่นชั่วคราวเพื่อลดการสัมผัสควันไฟป่า
  • พยายามให้เด็กอยู่ภายในอาคารและปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด หากมีการใช้เครื่องปรับอากาศ ควรตั้งค่าไม่ให้นำอากาศจากภายนอกเข้ามา เพื่อป้องกันไม่ให้ควันจากภายนอกเข้ามาในบ้าน และใช้เครื่องฟอกอากาศแบบพกพา ถ้าเป็นไปได้
  • ควรงดกิจกรรมที่ต้องออกแรงมาก และดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • หากลูกจำเป็นต้องออกไปข้างนอก อาจพิจารณาให้สวมหน้ากาก N95 หรือ KN95 เพื่อช่วยป้องกันควัน อย่างไรก็ตาม หน้ากากประเภทนี้มักไม่ได้ออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ แต่เด็กอายุ 7 ปีขึ้นไปอาจสามารถใช้หน้ากากขนาดเล็กหรือขนาดเล็กมากสำหรับผู้ใหญ่ได้ เด็กไม่ควรสวมหน้ากาก หากทำให้หายใจลำบาก หรือหากเด็กไม่สามารถถอดหน้ากากออกได้ด้วยตนเอง

 

หลังเกิดไฟป่า

  • ไม่ควรให้เด็กช่วยทำความสะอาดพื้นที่หลังเกิดไฟป่า ควรกำจัดเถ้าถ่านและเศษซากต่าง ๆ ออกให้เรียบร้อยก่อนที่เด็กจะกลับเข้าบ้าน
  • หากลูกเริ่มมีอาการใด ๆ ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ควรรีบพาไปยังสถานพยาบาลทันที และควรสังเกตอาการทางร่างกายหรือปฏิกิริยาทางอารมณ์ของเด็กอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนหลังจากนั้น
  • เด็กอาจไม่ได้แสดงอาการหรือสื่อสารความรู้สึกในแบบเดียวกับผู้ใหญ่ ดังนั้นหลังจากเผชิญเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ เด็กจึงต้องการความอดทน ความเข้าใจ และการดูแลสนับสนุนมากเป็นพิเศษ

 

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

เพื่อลดการสัมผัสมลพิษทางอากาศจากแหล่งอื่น ๆ ระหว่างเกิดไฟป่าและในช่วงหลังจากนั้นไม่นาน ควร

  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงการใช้เตาแก๊ส เตาถ่าน เตาผิง หรือการจุดเทียน
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องฟอกอากาศที่ปล่อยโอโซน
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องปั่นไฟที่ใช้ก๊าซธรรมชาติหรือน้ำมันเบนซินภายในอาคาร
  • หลีกเลี่ยงการใช้สเปรย์กระป๋อง
  • หลีกเลี่ยงการทอดหรือย่างอาหาร
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องดูดฝุ่น
  • หลีกเลี่ยงการเผาขยะ

แม้ในช่วงที่ไม่มีไฟป่า มลพิษทางอากาศภายในบ้านและบริเวณใกล้เคียงก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กได้เช่นกัน

> เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการปกป้องเด็ก ๆ จากมลพิษทางอากาศ

เริ่มต้นพูดคุย และพร้อมที่จุคุยกับลูกเสมอ

  • ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้พูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟป่า และชวนให้เขาบอกความกังวลหรือความรู้สึกกลัวที่มีอยู่
  • แสดงให้ลูกเห็นว่าคุณกำลังตั้งใจฟัง และใส่ใจต่อความรู้สึกของเขาอย่างจริงจัง
  • ควรจำกัดการรับสื่อหรือข่าวที่มีเนื้อหาน่าวิตกหรือสร้างความสะเทือนใจแก่เด็ก

 

ให้ความมั่นใจและช่วยให้ลูกรู้สึกปลอดภัย

  • อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าไฟป่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และผลกระทบหลังเหตุการณ์นี้ไม่ใช่จะอยู่ตลอดไป
  • มอบความรักและความอบอุ่นให้ลูกเพื่อช่วยให้เขารู้สึกมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น ด้วยการใช้เวลาอยู่ด้วยกัน และกอดเขาให้มากเป็นพิเศษ

 

สังเกตสัญญาณของความเครียดทางอารมณ์

แม้ว่าเด็กหลายคนอาจดูเหมือนไม่เป็นอะไรในช่วงประมาณ 1 เดือนแรกหลังเกิดภัยพิบัติ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกชาชินอาจค่อย ๆ ลดลง และเด็กอาจเริ่มแสดงอาการของภาวะบอบช้ำทางจิตใจออกมา

เด็กอาจมีความวิตกกังวลบ้าว แต่หากอาการไม่ดีขึ้นหลังผ่านไปหลายเดือน หรือหากลูกมีอาการรุนแรงมากขึ้น เช่น มีอาการตื่นตระหนกอย่างหนัก หรือมีความคิดอยากทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น ควรรีบติดต่อแพทย์ประจำครอบครัวหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตทันที

 

ฝึกทำกิจกรรมที่ช่วยให้จิตใจสงบไปด้วยกัน

การหายใจลึกโดยใช้ท้องเป็นวิธีที่ช่วยได้มาก และเป็นสิ่งที่คุณสามารถทำร่วมกับเด็กโตได้ หากเป็นเด็กเล็ก คุณอาจชวนเล่นเกม เช่น ทุก ๆ ชั่วโมง ลองมาช่วยกันดูว่าเราจะทำให้ใจและร่างกายสงบลงได้อย่างไร ด้วยการค่อย ๆ ชะลอการหายใจให้ช้าลง

 

พยายามรักษากิจวัตรประจำวันเอาไว้ให้ได้มากที่สุด

แม้อาจทำได้ไม่ง่ายนัก แต่การเข้านอนหรือรับประทานอาหารให้เป็นเวลาเดิม จะช่วยให้ลูกรู้สึกใกล้เคียงกับชีวิตประจำวันก่อนเกิดไฟป่าอยู่บ้าง