มลพิษทางอากาศ

มลพิษทางอากาศคืออะไร? และเราจะปกป้องสมาชิกในครอบครัวจากมลพิษทางอากาศได้อย่างไร?

องค์การยูนิเซฟ
ผู้หญิงผมสั้นยืนอยู่กลางแจ้งในพื้นที่ที่มีต้นไม้หนาแน่น หลับตาและดูผ่อนคลาย เธอสวมเสื้อยืดสีขาวที่มีภาพกราฟิกของโลกและข้อความว่า "How dare you?" ซึ่งเขียนไว้ในหลายภาษา พื้นหลังเต็มไปด้วยใบไม้และต้นไม้สีเขียว
UNICEF/UN0364165/Ximendaz
02 กันยายน 2024

มลพิษทางอากาศเป็นหนึ่งในภัยที่คุกคามสุขภาพของเด็ก ๆ มากที่สุด 
ร้อยละ 99 ของประชากรทั่วโลกอาศัยอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศไม่บริสุทธิ์ อากาศเป็นพิษที่เด็ก ๆ สูดรับเข้าสู่ร่างกาย จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพและบั่นทอนอนาคตของพวกเขา  

เด็ก ๆ ต้องการอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ เพื่อการเติบโตอย่างแข็งแรง มีสุขภาพดี 
ต่อไปนี้เป็นวิธีลดมลพิษทางอากาศในสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว และวิธีช่วยปกป้องลูกหลานของคุณให้พ้นจากภัยมลพิษทางอากาศ

ข้อเท็จจริงที่น่ารู้เกี่ยวกับมลพิษทางอากาศ
ผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อชีวิตเด็ก ๆ
วิธีปกป้องเด็ก ๆ จากมลพิษทางอากาศ

มลพิษทางอากาศภายนอกและภายในอาคารมีความเชื่อมโยงกับโรคติดเชื้อทางเดินหายใจและโรคอื่น ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ถึงร้อยละ 15

มลพิษทางอากาศ : ข้อเท็จจริงที่น่ารู้

เมื่อสารที่เป็นอันตราย (สารมลพิษ) เช่น ฝุ่นละออง ก๊าซ หรือ สสาร ถูกปล่อยหรือปนเปื้อนไปในอากาศ ทำให้คุณภาพอากาศแย่ลงเกิดเป็นมลภาวะ หากอากาศมีการปนเปื้อนมาก เราจะเห็นอากาศเป็นหมอกสีเทาหรือขุ่นเหลือง

มลพิษทางอากาศส่วนใหญ่มาจากแหล่งต่าง ๆ เช่น โรงไฟฟ้าและโรงงานที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล (ถ่านหิน, น้ำมัน, ก๊าซธรรมชาติ) สภาพการจราจรที่หนาแน่น การจัดการขยะ การใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงที่มากเกินไป และการเผาของเสียภาคการเกษตร เตาเผาถ่านและไม้ ตลอดจนไฟป่า

มลพิษทางอากาศเกี่ยวข้องโดยตรงกับโรคที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตหลายชนิด สามารถก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของผู้คนและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ  

มลพิษในอากาศประกอบด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ PM 2.5  ฝุ่นละอองเหล่านี้มีขนาดเทียบเท่า 1 ใน 30 ส่วนของความหนาของเส้นผมของมนุษย์ และสามารถกระจายไปในอากาศได้ไกลหลายพันกิโลเมตร  PM 2.5 สามารถผ่านเข้าไปในปอดของเราและเข้าสู่กระแสโลหิต ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งปอด ตลอดจนปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ในหญิงมีครรภ์และลูกน้อยในครรภ์

ระดับมลพิษทางอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับสถานที่และเวลาในแต่ละวัน

คุณสามารถตรวจวัดคุณภาพอากาศได้จากแอปพลิเคชั่นตรวจสภาพอากาศต่าง ๆ  หรือรับข่าวสารในเมืองที่คุณอาศัยอยู่ ให้คุณสำรวจดูว่าบริเวณรอบบ้านว่ามีโรงงาน โรงไฟฟ้า หรือมีสภาพการจราจรที่หนาแน่นหรือไม่?  หากสำรวจพบว่ามี คุณอาจจะมีความเสี่ยงที่จะได้รับมลพิษทางอากาศในระดับสูง มลพิษอากาศไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเสมอไป แต่หากคุณเห็นอากาศภายนอกเป็นหมอกสีเทาหรือเหลืองขุ่น มักเป็นตัวชี้วัดว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเลวร้าย

โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีหอหล่อเย็นและปล่องควันหลายอันที่ปล่อยควันหนาทึบออกมา ควันมีสีเข้มและลอยสูงขึ้นไปในอากาศ ซึ่งบ่งบอกถึงมลพิษทางอากาศที่รุนแรง โรงงานนี้ดูเหมือนจะเป็นโรงไฟฟ้าหรือโรงงานผลิตสินค้า โดยมีท้องฟ้าที่มีเมฆครึ้มอยู่เป็นฉากหลัง

VanderWolf Images

มลพิษทางอากาศเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในเด็กแรกเกิดในอัตราร้อยละ 26 ทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับภาวะแทรกซ้อนของทารกน้ำหนักตัวน้อยและการคลอดก่อนกำหนด

เด็ก ๆ และ มลพิษทางอากาศ

ทำไมเด็ก ๆ จึงมีความเสี่ยงที่สูงกว่า?

ขณะที่เด็ก ๆ กำลังเติบโต ปอดและสมองของพวกเขายังกำลังพัฒนาอยู่ ทำให้พวกเขาเปราะบางต่อมลพิษทางอากาศเป็นพิเศษ

ระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขาบอบบางกว่าของผู้ใหญ่ ทำให้พวกเขาเปราะบางต่อเชื้อไวรัส แบคทีเรียและการติดเชื้อต่าง ๆ จึงนับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ และยังลดทอนระดับความสามารถในการต้านทานโรค

เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักมากกว่า เด็กเล็กหายใจเร็วกว่าและสูดรับอากาศเข้าไปมากกว่า อีกทั้งเด็ก ๆ มักหายใจทางปากซึ่งทำให้ต้องรับสารที่เป็นพิษเข้าไปมากกว่า  ยิ่งไปกว่านี้ เด็ก ๆ ยังอยู่ใกล้กับระดับพื้นดินมากกว่า ซึ่งเป็นระดับที่มลพิษบางอย่างมีค่าความเข้มข้นสูงสุด

มลพิษทางอากาศมีผลกระทบต่อเด็ก ๆ อย่างไร?

มลพิษทางอากาศก่อให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพของเด็กทั้งในระยะฉับพลันและในระยะยาวซึ่งอาจไม่สามารถย้อนคืนได้

มลพิษทางอากาศเกี่ยวข้องกับโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ และ หืดหอบ ซึ่งอาจทำให้โรคประจำตัวที่มีอยู่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งยังเป็นอันตรายต่อพัฒนาการด้านร่างกายและสติปัญญาของเด็ก อันส่งผลกระทบต่อชีวิตในด้านอื่น ๆ  เช่น เด็กจะต้องขาดเรียนถ้าเจ็บป่วย รวมถึงผลด้านลบต่อศักยภาพพัฒนาการและการเรียนรู้อีกด้วย

ยิ่งกว่านั้น มลพิษทางอากาศอาจมีผลกระทบยาวนานชั่วชีวิต ผู้ใหญ่ที่ได้รับมลพิษทางอากาศตั้งแต่ยังเป็นเด็กมักมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเมื่อโตขึ้น

ในช่วงคุณแม่ตั้งครรภ์: ร่างกายของผู้หญิงสามารถรับสารเคมีที่เป็นอันตรายจากอากาศ และส่งต่อไปยังทารก์ ระหว่างตั้งครรภ์์และให้นม มลพิษทางอากาศอาจส่งผลอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของทารกในครรภ์ และอาจนำไปสู่ผลกระทบเชิงลบ เช่น การแท้งบุตร ภาวะเด็กคลอดก่อนกำหนดและน้ำหนักตัวน้อย ทั้งยังมีผลต่อพัฒนาการด้านสมองของเด็กอีกด้วย

อาการที่มักพบเมื่อได้รับมลพิษทางอากาศ

อาการต่อไปนี้เป็นอาการที่มักพบเมื่อร่างกายได้รับมลพิษทางอากาศ ์หากมีสมาชิกในครอบครัวมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

  • ระคายเคืองตา/ตาแห้ง ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย มีอาการแพ้หรือมีภาวะหายใจเร็วและถี่ ในกรณีของทารก ให้สังเกตอาการที่ทารกต้องออกแรงเป็นพิเศษขณะหายใจ
  • ผู้ที่เป็นโรคหืดหอบอาจมีการหายใจหอบรุนแรง หายใจสั้น เจ็บหน้าอก ไอ และหายใจมีเสียงหวีด
ภาพการจราจรติดขัดบนถนนที่มีรถยนต์หลายคันจอดชิดกัน ควันไอเสียจากรถยนต์เห็นได้ชัดเจน ซึ่งเป็นการเพิ่มมลพิษทางอากาศ แสงอาทิตย์สะท้อนกับตัวรถยนต์สร้างบรรยากาศที่ดูคลุมเครือ พื้นหลังมีรถยนต์อีกหลายคันที่จอดติดอยู่ในระยะไกล

Nady

ผู้ใหญ่ที่ได้รับมลพิษทางอากาศตั้งแต่ยังเป็นเด็กมักมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเมื่อโตขึ้น

วิธีปกป้องเด็ก ๆ จากมลพิษทางอากาศ

มลพิษทางอากาศเป็นปัญหาระดับโลกที่ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่เพียงระดับครอบครัว หรือระดับบุคคล  แต่ยังรวมถึงระดับชุมชนและภาครัฐ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถร่วมกับคนในครอบครัวเพื่อลดความเสี่ยงในการเผชิญมลพิษและลดทอนผลกระทบที่มีต่อเด็ก ๆ ได้ ด้วยวิธีหลักๆ ดังต่อไปนี้:  

วิธีปกป้องเด็ก ๆ จากมลพิษทางอากาศภายนอกอาคาร

  • หมั่นอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพอากาศในพื้นที่ที่คุณอาศัยอยู่เป็นประจำทุกวัน เพื่อปรับพฤติกรรมของสมาชิกในครอบครัว และลดการเผชิญกับมลพิษให้สอดคล้องทันเหตุการณ์
  • พยายามลดการใช้เวลาในพื้นที่ที่มีมลพิษสูง เช่น บริเวณใกล้เคียงหรือรอบพี้นที่ที่มีจราจรหนาแน่น ควรเดินทางในช่วงเวลาที่ระดับมลพิษต่ำ
  • ในกรณีที่มีมลพิษมากเป็นพิเศษ ไม่ควรให้เด็ก ๆ ทำกิจกรรมที่ต้องใช้กำลังมาก ลดระดับการเล่นหรือออกกำลังให้น้อยที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น หืดหอบ หรือ โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
  • ในกรณีที่อากาศภายนอกมีมลพิษสูง เช่น กำลังเกิดไฟไหม้ป่า ต้องกำชับให้เด็ก ๆ อยู่แต่ในอาคารเท่านั้น  

วิธีปกป้องเด็ก ๆ จากมลพิษทางอากาศภายในอาคาร

  • ใช้เทคโนโลยีและพลังงานสะอาดในการหุงต้ม ปรับอากาศและเพิ่มแสงสว่างในภายบ้าน หากเป็นไปได้ ควรเลือกใช้พลังงานไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ ก๊าชปิโตรเลียมเหลว หรือ LPG ก๊าซชีวภาพ หรือเตาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
  • พยายามทำให้พื้นที่ครัวมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก โดยการเปิดหน้าต่าง และติดตั้งพัดลมระบายอากาศเพื่อให้ระบายความร้อนและควัน หากครัวมีอากาศถ่ายเทไดไม่ดี อาจใช้วิธีทำครัวภายนอกอาคาร
  • ดูแลรักษาสภาพเตาหุงต้ม ปล่องควันและเครื่องใช้อื่น ๆ ให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ เพื่อให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพ
  • ระวังไม่ให้หญิงมีครรภ์และเด็กเข้าใกล้ควันไฟ
  • ไม่สูบบุหรี่ภายในอาคารหรือใกล้หญิงมีครรภ์และเด็ก เพื่อเลี่ยงภัยของควันบุหรี่มือสอง
  • ระวังการใช้สารปนเปื้อนภายในอาคารอื่น ๆ เช่น สีทาผนังอาคาร น้ำยาทำความสะอาดและสารเคมีภายในบ้าน และไม่จุดธูปเทียนหรือใช้น้ำหอมปรับอากาศที่ก่อให้เกิดสารพิษในอากาศ
  • หากเป็นไปได้ ควรติดตั้งเครื่องกรองอากาศที่มีแผ่นกรองคุณภาพสูงชนิด HEPA ซึ่งมีประสิทธิภาพดักจับฝุ่นภายในอาคาร
  • การกินอาหารที่ดีและการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพจะช่วยลดผลกระทบของมลพิษทางอากาศที่มีต่อเด็กได้ เด็กยิ่งมีสุขภาพแข็งแรงมากเท่าไร จะยิ่งมีอาการแทรกซ้อนจากมลพิษน้อยลงเท่านั้น ในที่นี้รวมถึงการให้นมแม่เพียงอย่างเดียวและอย่างต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด เพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานที่ดี ตลอดจนการส่งเสริมให้รับประทานอาหารสุขภาพ และให้โอกาสเด็ก ๆ ได้เล่นและทำกิจกรรมที่ใช้พลังด้านร่างกายอย่างเต็มที่

จำไว้ว่า เด็ก ๆ มักสนใจใคร่รูเรื่องสิ่งแวดล้อม และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเป็นสิ่งที่มีผลกระทบอย่างยิ่งต่อชีวิตของคนจำนวนมาก เด็ก ๆ จึงควรได้รับความรู้เกี่ยวกับภัยของมลพิษทางอากาศที่มีผลต่อสุขภาพของพวกเขาและสิ่งแวดล้อม เด็ก ๆ ควรรู้ถึงระดับความเลวร้ายที่มลพิษทางอากาศที่อาจจะเกิดขึ้น้  ตลอดจนวิธีปฏิบัติเพื่อลดมลพิษและการปกป้องตนเองจากมลพิษ คุณสามารถค้นข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมกับลูกได้จาก แหล่งข้อมูลที่เป็นมิตรต่อเด็ก เกี่ยวกับมลพิษทางอากาศ

มาร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อสภาพอากาศที่ดีขี้น

มลพิษทางอากาศเป็นเรื่องเร่งด่วนด้านสาธารณสุข หากภาครัฐและภาคเอกชนไม่ร่วมมืออย่างจริงจังในการลดมลพิษทางอากาศ เด็กๆ จะยังคงเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยคุณสามารถมีบทบาทสำคัญในการร่วมสร้างความตระหนักรู้ต่อปัญหาและทางแก้ไข ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ส่งเสริมและสนับสนุนลูกของคุณให้เรียนรู้และมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น เข้าร่วม ชุมชนเสียงของเยาวชน (Voices of Youth) ของยูนิเซฟ และค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โครงการลมหายใจแห่งชีวิต 2030 (Breathe Life 2030) ที่เป็นโครงการรณรงค์เพื่ออากาศบริสุทธิ์ที่จัดขึ้นทั่วโลก
  • ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ จักรยาน หรือเดิน เพื่อลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นต์ อันจะนำไปสู่การลดมลพิษทางอากาศ
  • ปรึกษากับคุณครในโรงเรียนของลูก ๆ เกี่ยวกับพื้นที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ไร้มลพิษ และพื้นที่เล่นที่ปลอดภัย และสำรวจดูว่าโรงเรียนของลูกมีกฎระเบียบเรื่องการจราจรและห้ามสูบบุหรี่บริเวณรอบโรงเรียนหรือไม่
  • เข้าร่วมหรือสนับสนุนโครงการสีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อมในชุมชนที่คุณอยู่อาศัย
  • เรียกร้องรัฐบาลท้องถิ่นและผู้บริหารภาครัฐที่ทำงานด้านสุขภาพให้สนับสนุนนโยบายที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศและปกป้องสุขภาพของเด็กเยาวชน เช่น ส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะ และการจำกัดแหล่งที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศใกล้โรงเรียนและสนามเด็กเล่น เป็นต้น