อธิชาติ บุตรจันทร์ อายุ 11 ขวบ จากสกลนครเป็นสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาเยาวชนของยูนิเซฟ หรือ YPAB (UNICEF’s Young People Advisory Board) ที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มสมาชิกปี 2566 เยาวชนกลุ่มนี้จะร่วมทำงานกับยูนิเซฟในประเด็นสำคัญ อาทิ การศึกษา สุขภาพจิต และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อธิชาติได้แบ่งปันเรื่องราวของเขาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของประเทศไทย
“พ่อของผมเล่าให้ฟังว่าเมืองไทยเปลี่ยนไปเยอะ ตอนเป็นเด็ก พ่อต้องตื่นตั้งแต่ตีห้ามาช่วยทำงานในบ้านและเลี้ยงกระบือตอนเช้าก่อนถึงจะเดินไปโรงเรียน ได้ยินแค่นี้ผมก็หมดแรงแล้ว! ผมดีใจที่ทุกวันนี้ชีวิตไม่ต้องเหนื่อยขนาดนั้น ผมแค่ต้องตื่นตอนเช้าแล้วเตรียมตัวให้พร้อมไปโรงเรียน และตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด พ่อแม่ผมเรียนจบแค่ชั้นประถมเลยอยากให้ผมได้เรียนสูง ๆ เขาอยากเห็นผมใส่ชุดครุยสักวัน แต่มันคงจะยากมากที่จะส่งเสียให้ผมเรียนจนจบมหาวิทยาลัย แต่ผมก็วางแผนเอาไว้แล้วว่าจะช่วยพ่อแม่หาเงินยังไง ผมก็มีพอมีหัวด้านคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง ตอนนี้ผมเริ่มออกแบบวอลล์เปเปอร์บนมือถือให้กับเพื่อน ๆ ตอนหลังเลิกเรียน
การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญสำหรับศตวรรษที่ 21 ผมอยากพูดภาษาอังกฤษและจีนให้เก่ง ๆ แล้วผมจะได้ทำงานที่ดีและได้เดินทาง ผมเคยเดินทางครั้งหนึ่งตอนได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาเยาวชนยูนิเซฟผมสนใจเรื่องการศึกษาและสิ่งแวดล้อมมาเป็นพิเศษ และได้ช่วยคุณครูทำโครงการแยกขยะที่โรงเรียน ครูเลยแนะนำให้ผมลองสมัครดู เผื่อจะได้ความรู้เรื่องการจัดการขยะเพิ่มเติมและนำกลับมาแบ่งปันความรู้ให้กับคนในชุมชน
ผมตื่นเต้นมากตอนที่รู้ว่าผมได้รับคัดเลือกและจะได้เดินทางมากรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก คืนก่อนวันเดินทางผมถึงกับนอนไม่หลับจนเกือบเช้า ผมได้ความรู้มากมายจากค่าย YPAB ในครั้งนั้นและตั้งใจว่าปีหน้าผมจะลองสมัครอีกครั้งเพราะผมอยากทำงานในหัวข้อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ผมยังจำครั้งแรกที่รู้สึกว่า โลกเราร้อนมาก ตอนนั้นผมอยู่อนุบาล ผมรู้สึกอากาศมันร้อนมาก แบบที่เปิดพัดลมกี่ตัวก็เอาไม่อยู่ จนผมคิดว่า “ทำไมไม่มีใครบินขึ้นไปบนฟ้าแล้วไปปิดสวิตช์เสียหน่อย” เพราะตอนนั้นผมคิดว่าความร้อนมันมาจากท้องฟ้า แต่พอโตขึ้นผมถึงได้รู้ว่า โลกร้อนเพราะขยะ การเผาป่า และไอเสียรถยนต์ต่างหาก ผมคิดว่าเราต้องเปลี่ยนไปใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าและใช้เทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหา ตอนนี้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทุกคน และผมคิดว่าเราใช้มันมาช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นได้
ผมอยากฝากถึงยูนิเซฟและทุกคนว่า ขอบคุณครับที่เชื่อมั่นในตัวเด็กตัวเล็ก ๆ พวกเรายังต้องการการสนับสนุนจากผู้ใหญ่และสังคม ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีมาก ๆ ที่พ่อแม่ใช้เวลากับผมเยอะมาก ในอนาคตผมอยากเห็นผู้ใหญ่สนับสนุนเด็กทุกคนในประเทศไทย และอยากเห็นเด็กทุกคนได้เรียนหนังสือสูงเท่าที่ทุกคนอยากจะเรียน เพราะเด็กทุกคนคืออนาคต และพวกเราจะสร้างความสำเร็จให้กับประเทศได้ถ้าพวกเรามีการศึกษาที่ดี”