“หนูอยากให้ทุกวันเป็นวันเด็ก” จริยาวดี สว่างจันทร์ เด็กหญิงวัย 5 ขวบ พูดพร้อมกับยิ้มกว้าง ก่อนจะวิ่งเข้าไปโพสท่าถ่ายรูปคู่กับพี่หมีเท็ดดี้ บลู
ย้อนกลับไปเพียงไม่ถึงสองเดือน เมืองหาดใหญ่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ทิ้งความเสียหายไว้เป็นวงกว้างในช่วงปลายพฤศจิกายน แม้ในวันนี้ถนนสายหลักทุกสายและอาคารต่าง ๆ จะได้รับการฟื้นฟูจนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แต่ผลกระทบทางจิตใจยังคงแฝงตัวอยู่ในใจของเด็ก ๆ ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์อันเลวร้ายนั้น ด้วยเหตุนี้ งานวันเด็ก "เล่น (หาด) ใหญ่ ใจฟู" ณ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ที่เพิ่งผ่านพ้นไป จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การเฉลิมฉลองเหมือนทุกปี แต่คือภารกิจฟื้นฟูจิตใจและส่งมอบพลังบวกเป็นของขวัญและการเริ่มต้นใหม่ที่เปี่ยมด้วยความหวังของปี 2569
จริยาวดีมาร่วมงานครั้งนี้ด้วยความตื่นเต้น โดยหวังว่าจะเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลใหญ่อย่างจักรยานคันใหม่ ขณะที่กนกพิชญ์ แกล้วทะนง ลูกพี่ลูกน้องวัย 9 ขวบของเธอ กลับมีความหวังเล็ก ๆ เพียงแค่อยากได้ลูกเทนนิสไปฝากสุนัขที่บ้าน แม่ของจริยาวดีเล่าว่า ความตื่นเต้นของเด็ก ๆ สั่งสมมานานหลายวัน เพราะหลังจากต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมถึงสองครั้งในปีที่ผ่านมา โอกาสที่จะได้หัวเราะและวิ่งเล่นอย่างอิสระจึงมีความหมายต่อพวกเขามากเป็นพิเศษ
ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน ชาวหาดใหญ่ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมวลน้ำหลายวัน สัปดาห์ต่อมาเมื่อน้ำลดผู้ใหญ่ต่างเร่งซ่อมแซมบ้านเรือนและฟื้นฟูรายได้และความเป็นอยู่ของครอบครัว แต่เด็กจำนวนไม่น้อยยังไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามกิจวัตรเดิมได้ โรงเรียนหลายแห่งหยุดการเรียนการสอนนานนับเดือน ทำให้แต่ละวันดูยาวนานและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
แม้ในวันนี้ตัวเมืองหาดใหญ่จะเริ่มกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง แต่การฟื้นฟูยังไม่ครอบคลุมทั่วทั้งเมือง ร้านอาหารบางแห่งยังคงปิดทำการ บ้านเรือนหลายหลังอยู่ระหว่างการซ่อมแซม คราบน้ำท่วมบนผนังอาคารและเศษซากตามริมถนนยังคงปรากฏให้เห็น เป็นสิ่งเตือนใจว่า ฝันร้ายที่ทำให้ชีวิตต้องหยุดชะงักนั้นเพิ่งผ่านพ้นไปได้ไม่นาน
แต่บรรยากาศภายในสวนสาธารณะในวันนี้ต่างออกไป งานวันเด็กที่จัดขึ้นโดยเทศบาลนครหาดใหญ่ร่วมกับภาคประชาสังคมครั้งนี้เต็มไปด้วยสีสันและเสียงหัวเราะ พื้นที่กิจกรรมแน่นขนัดไปด้วยของเล่น หนังสือ จักรยาน และอุปกรณ์การเรียน ภาพเด็ก ๆ ที่วิ่งเล่นระหว่างซุ้มเกม มุมระบายสี และกิจกรรมดนตรี ทำให้เมืองหาดใหญ่ดูราวกับได้ปลดปล่อยความกังวล ส่วนผู้คนก็ผ่อนคลายสบายใจมากขึ้น
ในงานนี้องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ได้ร่วมภารกิจฟื้นฟูจิตใจเด็ก ๆ ด้วยการจัดจุดการเรียนรู้ที่สนุกสนาน โดยมีพี่หมีเท็ดดี้ บลู มาสร้างรอยยิ้มให้กับเด็ก ๆ ครอบครัวที่มาเยี่ยมบูทยูนิเซฟจะได้ร่วมเล่นและเรียนรู้วิธีการอยู่รอดปลอดภัยหากเกิดวิกฤตในอนาคตไปกับเกม “รู้ทันท่วม” กิจกรรมนี้ขับเคลื่อนด้วยพลังของน้อง ๆ อาสาสมัคร I Am UNICEF กว่า 40 คนจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เหล่าอาสาต้อนรับและมอบความรู้แก่เด็ก ๆ ที่หมุนเวียนกันเข้ามาตลอดทั้งวันรวมเกือบ 1,100 คน
นิภัทรา วิลเคส เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสาร องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เฝ้ามองเด็ก ๆ ที่พากันส่งเสียงตอบคำถามอย่างร่าเริง โดยมีผู้ปกครองโน้มตัวลงฟังอย่างตั้งใจ เธอคอยเดินประสานงานระหว่างกลุ่มอาสาสมัครและครอบครัวเพื่อให้ทุกกิจกรรมดำเนินไปอย่างราบรื่น ในช่วงน้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา ยูนิเซฟได้ส่งความช่วยเหลือไปยังเด็กและครอบครัว เพื่อให้เด็ก ๆ ได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยที่สุดท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุด
“การได้มาอยู่ที่นี่ เห็นเด็ก ๆ ได้กลับมายิ้ม หัวเราะอย่างมีความสุข มีความหมายต่อพวกเรามาก เราเห็นกระบวนการที่ช่วยเยียวยาจิตใจเด็กเห็นความอยากที่จะเรียนรู้ อยากที่จะทำกิจกรรมและสนุกให้เต็มที่ในแววตาของเด็ก ๆ” นิภัทรากล่าว
“เกมรู้ทันท่วม สนุกและได้ความรู้ด้วยครับ” สิทธินนท์ อังศุภานิช นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เล่าขณะเดินออกจากบูธ ปกติเขาจะเป็นเด็กขี้อายเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก แต่ครั้งนี้เขาตกลงมาร่วมงานตามคำชวนของแม่ แม้จะพูดด้วยเสียงแผ่วเบา ทว่าสีหน้ากลับซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ตลอดการร่วมกิจกรรม
สิทธินนท์เดินร่วมสนุกจนเกือบครบทุกซุ้มและเพลิดเพลินกับทุกฐานกิจกรรม เขาสนใจกิจกรรม “รู้ทันท่วม” เป็นพิเศษ เนื้อหาเกมเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมรับมือเมื่อน้ำท่วมด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย แม้บ้านของเขาจะไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากน้ำท่วมที่ผ่านมา แต่เขาก็สนใจเรื่องนี้เพราะบ้านของเพื่อนหลายคนต้องเผชิญกับความเสียหายอย่างหนัก
สองพี่น้อง ปัญพัฒน์ และ ฐิตพัฒน์ ลีรพงศ์นันท์ วัย 8 และ 10 ปี คือหนึ่งในเด็ก ๆ ที่ชีวิตต้องพลิกผันจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ ทั้งคู่ต้องติดอยู่บนชั้นสองของบ้านท่ามกลางมวลน้ำนานถึงหนึ่งสัปดาห์เต็ม
“เราเหมือนติดอยู่บนเกาะเลยค่ะ” พิกุล สุกแดง ผู้เป็นแม่เล่าย้อนถึงความทรงจำในวันที่เสบียงเริ่มร่อยหรอ ซึ่งในตอนนั้น เด็ก ๆ ทำได้เพียงนั่งเล่นเลโก้เพื่อคลายความกังวล ในวันนี้เมื่อได้กลับมาใช้ชีวิตนอกบ้านปกติดังเดิม ทั้งสองคนจึงสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเต็มที่ พวกเขาหัวเราะไปพร้อมกับแม่ระหว่างร่วมกิจกรรม ก่อนจะกลับบ้าน ฐิตพัฒน์บอกว่าเขายกให้ไอศกรีมเป็นไฮไลต์อันดับหนึ่งของวันนี้
มารวย สุวรรณศิลป์ นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และอาสาสมัคร I Am UNICEF ผู้รับหน้าที่นำกิจกรรมเกมของยูนิเซฟ เล่าว่าเด็ก ๆ ที่เธอพบดูร่าเริงสดใสดี แต่เราก็ไม่อาจรู้ได้ว่าในใจของพวกเขาได้รับการฟื้นฟูให้กลับมามากน้อยแค่ไหน “เรารู้ว่าเด็ก ๆ ต้องผ่านเหตุการณ์อะไรมาหลายอย่าง เราเลยพยายามอย่างเต็มที่ให้พวกเขามีความสุขในวันนี้”