เสียงเปลี่ยนชีวิต: นูรีนกับการสร้างชุมชนดูแลสุขภาพกายใจในยะลา

จากเยาวชนที่ต้องออกจากโรงเรียนกลางคันสู่การเป็นผู้นำเยาวชนด้านสุขภาพ

เจมี่ จิลล์, พีรยา อภิรัชต์กุล
ผู้หญิงถือหนังสือยิ้มให้กล้อง
UNICEF Thailand/2025
17 กันยายน 2025

“เราเคยสนุกกับการเรียนมัธยมมาก” นูรีน เลาะมา วัย 22 ปี จากจังหวัดยะลาเล่า “แต่พอเริ่มมีปัญหาในครอบครัว เราก็เริ่มเก็บตัว ทำอะไรก็รู้สึกไม่สนุกเหมือนเมื่อก่อน” 

นูรีนประสบปัญหาที่เยาวชนหลายคนในชุมชนเดียวกับเธอต้องเจอ เริ่มต้นจากปัญหาในครอบครัวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้เธอเริ่มขาดเรียน และปัญหาอีกมากมายหลายอย่างก็ตามมา ทั้งเรียนตามเพื่อนไม่ทัน รู้สึกท้อแท้ เก็บตัว ผลการเรียนแย่ลง เมื่อหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันทำให้เกิดความเครียดทางอารมณ์ จนในที่สุดเธอรู้สึกว่าไม่สามารถเรียนต่อได้และต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน 

ช่วงนั้นนูรีนตกอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะกลายเป็นเยาวชนที่ไม่ได้เรียน ไม่ได้ทำงาน และไม่ได้ฝึกอบรม หรือที่เรียกว่า NEET แบบระยะยาว ปัจจุบันประเทศไทยมีเยาวชน NEET กว่า 1.2 ล้านคน ที่ต้องเจอกับความยากจน ความโดดเดี่ยว และปัญหาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ  

รายงานสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย (MICS) ปี 2565 ที่จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติและยูนิเซฟพบว่า เยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายน้อยที่สุดในประเทศไทย โดยมีนักเรียนในระดับชั้นดังกล่าวต้องออกจากโรงเรียนกลางคันกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วประเทศที่ร้อยละ 15 

นูรีนโชคดีที่มีแม่คอยสนับสนุนและให้กำลังใจ แม่ของเธอรู้ว่ามีบริการช่วยสนับสนุนการเรียนและการฝึกอบรมของเยาวชนกลุ่ม NEET อยู่ นูรีนจึงได้ลงทะเบียนเรียนที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอ (สกร.อำเภอ) ซึ่งเธอได้พบกับบรรยากาศการเรียนรู้ที่ทั้งยืดหยุ่นและสนับสนุนเธอได้มากกว่าเดิม 

ตั้งแต่เริ่มเรียนที่นี่ นูรีนเติบโตและพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในปี 2567 องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย เปิดตัวโครงการส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพของเยาวชน ผ่านศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอ เพื่อช่วยเหลือเยาวชนที่ต้องเจอกับสถานการณ์ยากลำบากที่บ้าน เยาวชนที่มีปัญหาด้านสุขภาพ จากการโภชนาการที่ไม่ดี หรือ มีปัญหาสุขภาพจิต รวมไปถึงเยาวชนที่เข้าไม่ถึงบริการที่เหมาะสมกับช่วงวัยของพวกเขา การเข้าร่วมโครงการนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของนูรีน เพราะเธอได้รับเลือกให้เป็น ผู้นำเยาวชนด้านสุขภาพ บทบาทนี้ไม่เพียงช่วยเสริมความรู้และทักษะของเธอ แต่ช่วยให้เยาวชนคนหนึ่งสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มเพื่อนได้ ผ่านภาวะความเป็นผู้นำและการทำกิจกรรมที่หลากหลาย นูรีนได้เข้าร่วมกิจกรรมฝึกอบรมและพัฒนาทักษะหลายครั้ง 

“การเข้าร่วมโครงการช่วยให้เราได้พัฒนาทักษะด้านความเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีม การวางแผนงาน และการจัดทำเอกสารและจดบันทึกข้อมูล” นูรีนกล่าว ครูผู้สอนเห็นถึงความสามารถของเธอ เธอจึงได้รับเลือกให้เป็นผู้จัดตั้ง ชมรม To Be Number One ในศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ประจำอำเภอที่จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโครงการส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพของเยาวชน 

“การบริหารชมรมช่วยให้เราได้เรียนรู้เรื่องสุขภาพจิตมากขึ้น และสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง เราชอบอ่านชอบเรียนรู้ทั้งเรื่องสุขภาพจิตและโภชนาการอยู่แล้ว แต่การได้เป็นผู้นำทำกิจกรรม วางแผนเวิร์กชอป พูดคุยกับนักเรียนที่เข้ามาใหม่ มันสนุกมากและช่วยให้เรามั่นใจในตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม” 

ปัญหาสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่แทบไม่มีใครพูดถึงในชุมชนชนบท นูรีนใช้ประสบการณ์ของตัวเองผลักดันให้มีพื้นที่ปลอดภัยในศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้เยาวชนได้พูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึก ความเครียด ความวิตกกังวล หรือปัญหาทางอารมณ์ บรรยากาศในศูนย์เรียนรู้ค่อย ๆ เปลี่ยนไป นักเรียนเปิดใจต่อกันมากขึ้น และการสนทนาเรื่องสุขภาพจิตซึ่งไม่เคยเกิดขึ้น เริ่มเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ 

ยูนิเซฟได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิคีนันตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ เพราะเห็นในศักยภาพที่จะแก้ไขปัญหาด้านโภชนาการและสุขภาพ และยังสามารถมอบโอกาสให้เยาวชนเป็นผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ซึ่งช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีของเยาวชนไปพร้อม ๆ กัน 

นูรีนเล่าว่าเธอเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน “เพื่อน ๆ เปิดใจและพร้อมพูดคุยมากขึ้น เมื่อก่อนหลายคนคิดว่าปัญหาสุขภาพจิตเป็นเรื่องน่าอาย ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่าถ้ารู้สึกเครียดหรือว่าซึมเศร้า ก็ไม่ต่างกับการป่วยทางร่างกาย สามารถรักษาได้” ผลการสำรวจที่ผ่านมายืนยันสิ่งที่นูรีนพูดได้อย่างดี ร้อยละ 76 ของเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดยะลาให้ความเห็นว่า พวกเขามีความความเข้าใจเรื่องสุขภาพจิตและทักษะชีวิตที่มากขึ้น 

นูรีนชอบที่จะดูแลเพื่อน ๆ อยู่แล้ว แต่หลังจากได้รับการฝึกอบรมจากโครงการ เธอรู้สึกว่าทักษะของตัวเองพัฒนาขึ้นมาก “รู้สึกมั่นใจมากขึ้นว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นถูกต้องแล้ว เราได้เรียนรู้ถึงวิธีการรับฟังและพูดคุยเพื่อช่วยเหลือคนอื่นให้ดีขึ้น และเห็นภาพว่าความช่วยเหลือที่เคารพกันและกันและมีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร เราสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ในเพื่อนผู้นำเยาวชนคนอื่น ๆ ด้วย หลายคนเริ่มเห็นศักยภาพของตัวเองในการช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการสังเกตสัญญาณเตือน หรือการให้คำแนะนำเบื้องต้น” 

ในอนาคต นูรีนตั้งใจที่จะสนับสนุนเพื่อน ๆ ต่อไป แม้หลังจากเรียนจบที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้แล้ว เธอหว่าว่าจะได้ศึกษาต่อด้านสาธารณสุขชุมชน หรือ งานเยาวชน เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาวะทางจิตให้เยาวชนในชุมชนต่อไป 

“เราอยากจะช่วยคนอื่น ๆ แบบที่โครงการนี้ช่วยเราเอาไว้ แม้จะออกจากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอนี้ไป เราก็จะนำสิ่งที่เรียนรู้มาไปใช้ต่อไปและจะแบ่งปันความรู้เหล่านี้ให้คนอื่น ๆในทุกที่ที่ไป” 

ตั้งแต่เปิดตัวโครงการส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพของเยาวชน ผ่านศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอทั้ง 6 แห่ง มีเยาวชนมากกว่า 700 คนในจังหวัดชายแดนใต้อย่าง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ได้เข้าร่วมการฝึกอบรมด้านสุขภาพจิต สุขกาพทางร่างกายและโภชนาการ โดยร้อยละ 85 ของผู้เข้าร่วมรระบุว่ามีความเข้าใจเรื่องสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต โภชนาการ และทักษะชีวิตเพิ่มขึ้น และอีกร้อยละ 70 ระบุว่าสามารถนำความรู้นี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง 

สุขภาพของเยาวชนยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นเร่งด่วนที่สุดที่องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ให้ความสำคัญในปีนี้และในอนาคต เราจะทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพเยาวชนและขับเคลื่อนความก้าวหน้าของประเทศไทยต่อไป 

บล็อกของยูนิเซฟ

 

บล็อกของยูนิเซฟคือบทความที่ส่งเสริมสิทธิและความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ รวมถึงไอเดียในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเด็ก ๆ และครอบครัวของพวกเขา บทความบล็อกเหล่านี้จะนำเสนอข้อมูลและความเห็นจากเด็กและเยาวชน องค์กรพันธมิตร ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็ก และเจ้าหน้าที่ของยูนิเซฟในประเทศไทย อย่างไรก็ดี ความเห็นต่าง ๆ ที่ปรากฏในบทความบนบล็อกของยูนิเซฟนี้ เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่ได้สะท้อนจุดยืนหรือความคิดเห็นอย่างเป็นทางการขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

 

อ่านเรื่องราวในหัวข้ออื่น ๆ