โรคไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) : สิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้

วิธีป้องกันตัวเองและบุตรหลาน

UNICEF
เด็กหญิงกำลังล้างมือ ในขณะที่กำลังยิ้ม
UNICEF/UN0157971/Helin
03 มีนาคม 2020

ไวรัสโคโรน่า ‘สายพันธุ์ใหม่’ คืออะไร

Severe acute respiratory syndrome coronavirus (SARs-CoV-2) คือเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 

โรคที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ซึ่งพบเป็นครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีชื่อว่า โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) – ‘CO’ มาจากคำว่า Corona, ‘VI’ มาจาก Virus, และ ‘D’ มาจาก Disease ที่แปลว่า ‘โรค’ โดยก่อนหน้านี้เราเอ่ยถึงโรคดังกล่าวว่า ‘โรคไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019’ หรือ ‘2019-nCoV’

ไวรัสโควิด-19 เป็นไวรัสชนิดใหม่ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับตระกูลของไวรัสที่เป็นต้นเหตุของโรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome – SARS) หรือโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง รวมทั้งโรคหวัดธรรมดาบางประเภท 


เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายได้อย่างไร

เชื้อไวรัสถ่ายทอดผ่านการสัมผัสโดยตรงกับฝอยละออง (Droplet) จากลมหายใจของผู้ติดเชื้อ (ที่เกิดจากการไอและจาม) การสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อน ไวรัส COVID-19 อาจอยู่รอดบนพื้นผิวเป็นเวลาหลายชั่วโมง แต่ก็ถูกทำลายได้ด้วยสารฆ่าเชื้อทั่วไป

โรคไวรัสโคโรน่ามีอาการอย่างไร

อาการของโรคที่มีรายงาน ได้แก่ มีไข้ ไอ และหายใจหอบ ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีโรคปอดอักเสบ หรือหายใจลำบากร่วมด้วย และอาจถึงขั้นเสียชีวิตแต่พบไม่บ่อยนัก

อาการดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับโรคไข้หวัดใหญ่ หรือโรคหวัดธรรมดาซึ่งพบได้บ่อยกว่าโควิด-19 และนี่คือเหตุผลที่จะต้องทำการทดสอบเพื่อยืนยันว่าผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่ ทั้งนี้ โรคเหล่านี้ใช้หลักเดียวกันในการป้องกัน นั่นก็คือการล้างมือบ่อย ๆ และดูแลสุขอนามัยทางเดินหายใจ (ไอ-จามใส่ข้อพับแขนด้านใน หรือบนกระดาษทิชชูและทิ้งลงในถังขยะที่มีฝาปิด)  ปัจจุบันนี้มีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แล้ว คุณและลูกจึงควรได้รับวัคซีนอย่างครบถ้วนอยู่เสมอ

จำให้แม่น 4 วิธี หนีห่าง COVID-19

ฉันจะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้อย่างไร

ข้อควรปฏิบัติ 4 ประการ เพื่อป้องกันตนเองและครอบครัวจากการติดเชื้อ  

  1. ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือทำความสะอาดด้วยเจลล้างมือที่ผสมแอลกอฮอล์
  2. ปิดปากและจมูกขณะไอหรือจาม โดยไอหรือจามลงใส่ข้อพับแขนด้านในหรือบนกระดาษทิชชู และทิ้งกระดาษที่ใช้แล้วลงในถังขยะที่มีฝาปิด และล้างมือให้สะอาด
  3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการคล้ายหวัดหรือไข้หวัดใหญ่
  4. ไปพบแพทย์หากมีไข้ ไอ หรือรู้สึกหายใจลำบาก

ฉันควรสวมหน้ากากอนามัยหรือไม่

คุณควรสวมหน้ากากอนามัยหากมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ (ไอหรือจาม) เพื่อเป็นการปกป้องผู้อื่น ส่วนผู้ที่ไม่มีอาการใด ๆ  ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย

ในกรณีที่ต้องสวมหน้ากากอนามัย คุณควรสวมให้ถูกต้องเพื่อประสิทธิภาพในการใช้งาน และถอดทิ้งอย่างถูกวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มความเสี่ยงของการแพร่เชื้อไวรัส และล้างมือให้สะอาดหลังถอดหน้ากากทิ้งด้วย

นอกจากนี้ ควรคำนึงว่าการใช้หน้ากากอนามัยเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะหยุดการติดเชื้อได้ แต่ต้องใช้ร่วมกับการล้างมือบ่อย ๆ ระมัดระวังขณะไอหรือจาม พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการคล้ายหวัดหรือไข้หวัดใหญ่  (ไอ จาม มีไข้)

People wearing face masks.
UNICEF/UNI288092/Chhin Sothy/AFP-Services

โควิด-19 มีผลกระทบต่อเด็กหรือไม่

โควิด-19 เป็นไวรัสชนิดใหม่ที่เรายังมีข้อมูลไม่มากพอถึงผลกระทบของเชื้อไวรัสชนิดนี้ที่มีต่อเด็กหรือสตรีมีครรภ์ เราทราบว่ามีความเป็นไปได้ที่คนทุกช่วงวัยสามารถติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้ แต่จนถึงปัจจุบันนี้ก็มีรายงานการติดเชื้อโควิด-19ในเด็กเพียงไม่กี่ราย ทั้งนี้มีผู้ป่วยเสียชีวิตจากไวรัสชนิดนี้น้อยมาก โดยส่วนใหญ่มักเป็นผู้สูงอายุที่มีอาการป่วยอื่น ๆ อยู่ก่อนแล้ว

ฉันควรทำอย่างไรหากลูกมีอาการของโรคโควิด-19

คุณควรไปพบแพทย์ อย่างไรก็ดี ช่วงนี้เป็นฤดูไข้หวัดใหญ่ในซีกโลกเหนือ และอาการของโรคโควิด-19 เช่นไอหรือมีไข้นั้นคล้ายคลึงกับอาการของโรคไข้หวัดธรรมดาหรือโรคไข้หวัดใหญ่ซึ่งพบบ่อยกว่ามาก

ล้างมือเป็นประจำ และปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยเกี่ยวกับทางเดินหายใจ และนำบุตรหลานไปฉีดวัคซีนให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสชนิดอื่น ๆ และแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ

และเช่นเดียวกับการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ เช่นไข้หวัดใหญ่ เมื่อคุณหรือลูกมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ และหลีกเลี่ยงการไปยังสถานที่สาธารณะ (ที่ทำงาน โรงเรียน ขนส่งสาธารณะ) เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น

ฉันควรทำอย่างไร เมื่อสมาชิกครอบครัวแสดงอาการ 

หากคุณหรือลูกมีไข้ ไอ หรือหายใจลำบาก ควรไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ คุณควรแจ้งผู้ให้บริการด้านสุขภาพทราบล่วงหน้าหากคุณได้เดินทางไปยังพื้นที่ที่มีรายงานการพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 หรือมีการติดต่อใกล้ชิดกับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เหล่านั้นและมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ

ฉันควรให้ลูกหยุดเรียนหรือไม่ 

หากลูกมีอาการ ควรพาลูกไปพบแพทย์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หรือปฏิบัติตัวเช่นเดียวกับการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ เช่นไข้หวัดใหญ่ คือให้ลูกพักผ่อนที่บ้านขณะที่มีอาการ และหลีกเลี่ยงการไปยังสถานที่สาธารณะเพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปยังผู้อื่น  

กรณีที่ลูกของคุณไม่ได้มีอาการใด ๆ เช่น มีไข้หรือไอ และหากไม่มีการประกาศ คำเตือน หรือคำแนะนำด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ ที่ส่งผลกระทบต่อโรงเรียน เด็กควรไปเรียนหนังสือตามปกติ

คุณควรสอนเด็กให้ปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยในการดูแลความสะอาดของมือและด้านทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนหรือสถานที่อื่น ๆ เช่นการล้างมือบ่อย ๆ (ดูด้านล่าง) ไอหรือจามลงบนข้อพับแขนด้านในหรือบนกระดาษทิชชูแล้วทิ้งลงในถังขยะที่มีฝาปิด ตลอดจนไม่สัมผัสตา ปาก หรือจมูกของตนหากยังไม่ได้ล้างมืออย่างถูกวิธี

วิธีล้างมือที่ถูกต้อง 

  • ขั้นตอนที่ 1: ล้างมือให้เปียกด้วยน้ำที่ไหลจากก๊อก
  • ขั้นตอนที่ 2: ถูมือด้วยสบู่ในปริมาณที่มากเพียงพอ
  • ขั้นตอนที่ 3: ถูมือให้ทั่ว รวมทั้งหลังมือ ซอกนิ้ว และใต้เล็บ เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที
  • ขั้นตอนที่ 4:ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำที่ไหลจากก๊อก
  • ขั้นตอนที่ 5: เช็ดมือให้แห้งด้วยผ้าสะอาดหรือกระดาษที่ใช้แล้วทิ้ง

ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังสั่งน้ำมูก ไอ หรือจาม และเมื่อใช้ห้องน้ำ 

หากไม่มีสบู่และน้ำ ใช้เจลล้างมือที่มีปริมาณแอลกอฮอล์อย่างน้อย 70%  ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งที่เห็นว่ามือสกปรกอย่างชัดเจน  

สตรีมีครรภ์ถ่ายทอดไวรัสไปยังเด็กในครรภ์ได้หรือไม่ 

ในเวลานี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่รระบุว่า เชื้อไวรัสจะถูกถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกขณะตั้งครรภ์หรือไม่ หรือส่งผลกระทบใดต่อลูกในครรภ์ ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ สตรีมีครรภ์จึงควรปฏิบัติตามข้อควรระวังต่าง ๆ เพื่อป้องกันตนเองจากการสัมผัสเชื้อไวรัส และไปพบแพทย์แต่เนิ่น ๆ หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ ไอ หรือหายใจลำบาก

การให้นมลูกขณะที่แม่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ปลอดภัยหรือไม่

แม่ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหรือมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและมีอาการไอ มีไข้ หรือหายใจลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์ พร้อมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์  

เมื่อคำนึงถึงประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และการที่น้ำนมแม่ไม่ได้เป็นส่วนสำคัญในการแพร่เชื้อไวรัสทางเดินหายใจชนิดอื่น ๆ  แม่จึงสามารถให้นมลูกต่อไปได้โดยปฏิบัติตามข้อควรระวังที่จำเป็นทั้งหมด 

สำหรับแม่ที่มีอาการ แต่แข็งแรงพอที่จะให้นมลูกได้ แม่จะต้องสวมหน้ากากเมื่ออยู่ใกล้ลูก (รวมถึงระหว่างให้นมลูก) ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสกับลูก (และขณะให้นมลูก) รวมทั้งทำความสะอาด/ฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อน โดยปฏิบัติเช่นเดียวกับกรณีผู้ที่ป่วยหรือสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19 มีการติดต่อสัมผัสกับผู้อื่นรวมถึงเด็ก  

หากแม่ป่วยเกินกว่าจะให้นมได้ ควรปั๊มนมและให้ลูกดื่มผ่านถ้วยและ/หรือช้อนที่สะอาด โดยปฏิบัติตามวิธีป้องกันการติดเชื้อแบบเดียวกัน

กล่องบรรจุอุปกรณ์และสิ่งของช่วยเหลือของยูนิเซฟ
UNICEF/UNI281226/Hildelbrandt

ยูนิเซฟให้ความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง 

ขณะนี้องค์การยูนิเซฟได้มุ่งเน้นให้การสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลจีน และประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกที่ได้รับรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคมเป็นต้นมา ยูนิเซฟได้ส่งเครื่องบินลำเลียงสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ น้ำหนัก 13 ตัน รวมทั้งชุดป้องกันการติดเชื้อ หน้ากากอนามัย  แว่นครอบตา และถุงมือสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข โดยกำลังดำเนินการขนส่งเพิ่มเติม พร้อมทั้งจัดเตรียมสิ่งของไว้ตามพื้นที่สำคัญ ๆ

จากลักษณะที่ไม่แน่นอนของไวรัสและการแพร่กระจายอย่างต่อเนื่อง ยูนิเซฟจึงได้ประสานงานกับรัฐบาลต่างๆ พันธมิตรขององค์การอนามัยโลก (WHO) และภาคีต่างๆ ในการพัฒนาแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในภูมิภาคอื่นด้วย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่ระบบสาธารณสุขกำลังพัฒนาอยู่ และมีขีดความสามารถจำกัดในการรับมือกับโรคระบาดต่าง ๆ

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ยูนิเซฟได้ประกาศระดมทุนจำนวน 42.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อยกระดับการให้ความช่วยเหลือต่อการดำเนินงานยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเงินทุนเบื้องต้นจะช่วยส่งเสริมงานของยูนิเซฟด้านการลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ซึ่งรวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงและความรู้ที่ถูกต้องเพื่อให้เด็ก สตรีมีครรภ์และครอบครัว รู้วิธีป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และบุคคลหรือสถานที่สำหรับขอความช่วยเหลือ