ถาม-ตอบ: ยูนิเซฟรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างไร

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม รองผู้อำนวยการยูนิเซฟ ประเทศไทย อธิบายถึงเหตุผล ว่าทำไมเด็กคือกลุ่มที่เปราะบางที่สุดและควรได้รับการช่วยเหลือเป็นลำดับแรก

UNICEF Thailand
ผู้คนลุยน้ำท่วมท่ามกลางสายฝน ขณะถือถุงน้ำดื่มและของใช้จำเป็น
2025/Thai News Pix/Sarot Meksophawannakul
28 พฤศจิกายน 2025

ถาม: เด็กต้องเผชิญความเสี่ยงอะไรบ้างเมื่อเกิดน้ำท่วม?

แม้น้ำท่วมจะส่งผลกระทบต่อทุกคน แต่สำหรับเด็ก ความเสี่ยงจะรุนแรงและซับซ้อนกว่ามาก เพราะร่างกายและระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ เด็กจึงเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางน้ำ เช่น โรคท้องร่วง การบาดเจ็บ และภาวะทุพโภชนาการ นอกจากนี้ น้ำท่วมยังทำให้โรงเรียน โรงพยาบาล และโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย ส่งผลให้เด็กไม่สามารถเข้าถึงการศึกษา น้ำดื่มสะอาด สุขอนามัย และบริการจำเป็นอื่น ๆ ได้

เด็กยังได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างมาก การเห็นน้ำเอ่อท่วมบ้านอย่างรวดเร็วอาจทำให้รู้สึกหวาดกลัว การไม่ได้ทำกิจวัตรเดิม หรือสูญเสียของรัก เช่น ของเล่นหรือเตียงนอน อาจทำให้เด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็ก รู้สึกไม่ปลอดภัย
อีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญคือการพลัดพรากจากพ่อแม่หรือผู้ดูแล ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการอพยพอย่างเร่งด่วนหรือในพื้นที่แออัด แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็สร้างความเครียดให้เด็กได้มาก

นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านความรุนแรง การแสวงประโยชน์ หรือการถูกทอดทิ้งยังเพิ่มขึ้นเมื่อกิจวัตรถูกรบกวนและผู้ใหญ่ดูแลเด็กได้ยากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ ครอบครัวและหน่วยงานด้านมนุษยธรรมจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเด็กเป็นอันดับแรก เพราะความอยู่รอดและอนาคตของเด็กขึ้นอยู่กับการช่วยเหลือที่รวดเร็ว การประสานงานที่ดี และตอบโจทย์ความต้องการของเด็กอย่างแท้จริง

เด็กผู้ชายเกาะวัตถุลอยน้ำสีเหลืองขณะยืนอยู่ในน้ำท่วมที่ลึกใกล้อาคาร
2025/Thai News Pix/Arnun Chonmahatrakool

ถาม: ครอบครัวและผู้ดูแลจะช่วยปกป้องเด็กทั้งด้านร่างกายและจิตใจในช่วงน้ำท่วมได้อย่างไร?

ในสถานการณ์น้ำท่วม เด็กต้องเผชิญทั้งอันตรายทางร่างกายและความเครียดทางอารมณ์ ครอบครัวจึงมีบทบาทสำคัญในการทำให้เด็กปลอดภัยและรู้สึกมั่นใจ

สิ่งสำคัญคือหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กสัมผัสน้ำท่วม แม้น้ำจะดูใสหรือไม่ลึกก็ตาม เพราะอาจมีการปนเปื้อน ควรใช้น้ำดื่มที่สะอาดเสมอสำหรับดื่ม ทำอาหาร และล้างอาหาร หากไม่แน่ใจ ควรต้มน้ำให้เดือดอย่างน้อยหนึ่งนาทีเพื่อเพิ่มความปลอดภัย นอกจากนี้ ต้องเน้นการล้างมือเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังเข้าห้องน้ำและก่อนรับประทานอาหาร และควรอาบน้ำให้เด็กทันทีหลังสัมผัสน้ำท่วม
หากจำเป็นต้องอพยพ ควรวางแผนเส้นทางปลอดภัย พร้อมเตรียมเอกสารสำคัญ ยา ของใช้เด็กเล็ก และอาหารแห้งไว้ในถุงกันน้ำ เพื่อลดความตึงเครียดระหว่างเดินทาง

ด้านจิตใจ เด็กต้องการความอบอุ่นและความมั่นคงมากเป็นพิเศษ การเปิดโอกาสให้เด็กพูดถึงความรู้สึก การรับฟังอย่างเข้าใจ รวมถึงการกอดหรือปลอบโยน จะช่วยให้เด็กรู้สึกปลอดภัยได้มาก การรักษากิจวัตรเดิม เช่น เวลาอาหาร เวลานอน หรืออ่านหนังสือก่อนนอน ช่วยให้เด็กกลับมารู้สึกเป็นปกติได้เร็วขึ้น

การวางกติกาง่าย ๆ เช่น อยู่ใกล้ผู้ใหญ่ตลอดเวลา รู้จักผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ และหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในสถานที่แออัด รวมถึงศูนย์อพยพ จะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับเด็กได้ 

ผู้ปกครองควรสังเกตสัญญาณความเครียด หากเด็กดูหวาดกลัวหรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปเป็นเวลานาน ควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถโทรสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 ได้

การดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจควบคู่กันอย่างเหมาะสม จะช่วยให้เด็กผ่านช่วงเวลายากลำบากนี้ไปได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง

เจ้าหน้าที่ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังขนกล่องกระดาษที่คลุมด้วยผ้าใบสีน้ำเงินจากท้ายรถกระบะในพื้นที่กลางแจ้งขณะฝนตก
2025/SBPAC

ถาม: ยูนิเซฟ ประเทศไทยทำอะไรบ้างเพื่อช่วยเหลือเด็กในสถานการณ์ฉุกเฉิน?

ในภาวะฉุกเฉิน เวลาเป็นสิ่งสำคัญ ยูนิเซฟจึงเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดภัยพิบัติ โดยจัดเก็บสิ่งของจำเป็นในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้เมื่อเกิดน้ำท่วมหรือเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ เราสามารถส่งมอบชุดสุขอนามัย ผ้าห่ม และสิ่งจำเป็นต่าง ๆ ให้เด็กได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน โดยไม่ต้องรอเป็นสัปดาห์ การเตรียมพร้อมนี้ช่วยให้ยูนิเซฟปกป้องเด็กได้ทันทีในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด

เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน คนไทยช่วยเหลือกันอย่างรวดเร็วเสมอ ซึ่งมีคุณค่าอย่างยิ่ง ขณะเดียวกัน บทบาทของยูนิเซฟคือทำให้แน่ใจว่า “เด็กจะไม่ถูกมองข้าม” ยูนิเซฟจึงเตรียมสิ่งของที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับเด็ก เช่น ของใช้เด็กเล็ก และถุงมหัศจรรย์ (Magic Bag) ที่มีสื่อการเรียนรู้และของเล่น เพื่อให้เด็กผ่อนคลายและยังคงเรียนรู้ได้ต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยูนิเซฟยังทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) หน่วยงานท้องถิ่น และชุมชน เพื่อประเมินสถานการณ์และความต้องการของเด็ก รวมถึงส่งทีมสุขภาพจิตช่วยเด็กและวัยรุ่นรับมือความเครียด จัดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กเพื่อให้สามารถเล่นและเรียนรู้ และจัดพื้นที่ให้นมแม่และดูแลทารกอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

หลักการสำคัญของยูนิเซฟในสถานการณ์ฉุกเฉินคือ การตอบสนองอย่างรวดเร็ว มุ่งเน้นความต้องการของเด็ก และสนับสนุนครอบครัวและชุมชนให้ฟื้นตัวได้อย่างปลอดภัยและมีความหวัง

กล่องสิ่งของช่วยเหลือของยูนิเซฟวางซ้อนกัน โดยมีถุงยูนิเซฟสีฟ้าด้านบนบรรจุของใช้จำเป็น เช่น แปรงสีฟัน สบู่ และอุปกรณ์อื่น ๆ
2025/SBPAC

ถาม: เมื่อยูนิเซฟ ประเทศไทยเปิดรับบริจาคฉุกเฉิน เช่น น้ำท่วมครั้งนี้ เงินบริจาคถูกนำไปใช้ช่วยในสถานการณ์ฉุกเฉินจริงหรือไม่ และนำไปใช้อย่างไร?

ใช่ เงินบริจาคถูกนำไปช่วยเด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่สิ่งสำคัญคือ ยูนิเซฟไม่รอให้ได้รับเงินบริจาคก่อนถึงจะเริ่มลงมือให้ความช่วยเหลือ เพราะในสถานการณ์ฉุกเฉิน ความล่าช้าเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ยูนิเซฟจะใช้ทรัพยากรจากกองทุนฉุกเฉินและสิ่งของที่เตรียมไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ตอบสนองได้ทันที 

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้ ยูนิเซฟได้จัดเก็บชุดสุขอนามัย ผ้าห่ม และสื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กไว้ก่อนแล้ว เพราะจากประสบการณ์ สิ่งเหล่านี้คือของที่ครอบครัวต้องการในช่วงแรกของวิกฤตมากที่สุด

แต่ละสถานการณ์ฉุกเฉินมีลักษณะเฉพาะตัว ความช่วยเหลือจึงขึ้นอยู่กับความต้องการของเด็กในเวลานั้น อาจเป็นสิ่งของจำเป็นด้านสุขอนามัย การจัดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก การสนับสนุนการเรียนรู้ออนไลน์เมื่อโรงเรียนปิด การดูแลสุขภาพจิต หรือการให้เงินช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ครอบครัวที่สูญเสียรายได้

ด้วยเหตุนี้ ยูนิเซฟจึงต้องระดมทุนตลอดทั้งปี เพื่อให้พร้อมตอบสนองทันทีทุกครั้งที่เกิดวิกฤต เงินบริจาคที่ยูนิเซฟได้รับในวันนี้และในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า จะช่วยให้เราสามารถส่งมอบการช่วยเหลือที่จำเป็นแก่ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติในระยะยาวอีกด้วย