ยูนิเซฟชี้ความร้อนที่เพิ่มขึ้นทั่วยุโรปและเอเชียกลางคร่าชีวิตเด็กเกือบ 400 คนต่อปี

ผลวิเคราะห์สรุป 6 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับรัฐบาลในการปกป้องเด็กเล็ก โดยเฉพาะกลุ่มที่เปราะบางต่อคลื่นความร้อน

05 สิงหาคม 2024
เด็กชายผมสั้นสีดำกำลังเล่นในน้ำพุ สวมกางเกงขาสั้นสีเข้ม มีน้ำพุ่งรอบตัว ท้องฟ้าโปร่งอยู่เบื้องหลัง
UNICEF/ UNI117150/ Pirozzi เด็กชายวัย 11 ปีกำลังเล่นน้ำพุเพื่อคลายร้อน ในย่านเก่าของเมืองซามาร์คันด์ ประเทศอุซเบกิสถาน

เจนีวา/กรุงเทพฯ - 24 กรกฎาคม 2567 – ผลวิเคราะห์ล่าสุดซึ่งเผยแพร่โดยยูนิเซฟวันนี้ พบว่า อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทั่วทวีปยุโรปและเอเชียกลางได้คร่าชีวิตเด็กประมาณ 377 คนในปี 2564 โดยเด็กครึ่งหนึ่งเสียชีวิตจากอาการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับความร้อนในช่วงขวบปีแรก และส่วนใหญ่เสียชีวิตในช่วงฤดูร้อน

เรจินา เด โดมินิซิส ผู้อำนวยการยูนิเซฟประจำภูมิภาคยุโรปและเอเชียกลาง กล่าวว่า “ประมาณครึ่งหนึ่งของเด็กในยุโรปและเอเชียกลาง หรือราว 92 ล้านคน ต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนบ่อยครั้ง ซึ่งภูมิภาคนี้ถือเป็นพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นในอัตราที่เร็วที่สุดทั่วโลก อุณหภูมิที่สูงขึ้นแม้ในระยะเวลาสั้น ๆ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพที่ร้ายแรงต่อเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็ก และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้”

รายงาน Beat the heat: child health amid heatwaves in Europe and Central Asia ซึ่งได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลใน 23 ประเทศในทวีปยุโรปและเอเชียกลาง ระบุว่า การสัมผัสกับความร้อนมีผลกระทบเฉียบพลันต่อเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และอาจส่งผลให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกเกิดน้อย การเสียชีวิตในครรภ์ และความผิดปกติแต่กำเนิด ความเครียดจากความร้อนเป็นสาเหตุโดยตรงของการเสียชีวิตของทารกและอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทารก อีกทั้งทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ในเด็ก รายงานยังระบุด้วยว่า ภาวะร้อนจัดนี้อาจทำให้เด็กและวัยรุ่นในภูมิภาคต้องสูญเสียโอกาสในการมีชีวิตที่ปกติสุข ซึ่งคิดเป็นระยะเวลา 32,000 ปี

สำหรับประเทศไทย เด็ก 3 ใน 4 คนหรือประมาณ 10.3 ล้านคนต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนสูงในปี 2563 ทั้งนี้ภายในปี 2593 เด็กทุกคนในประเทศไทยจะต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนถี่ขึ้นและยาวนานขึ้นหากไม่มีการดำเนินการแก้ปัญหาใด ๆ

ในขณะที่อุณหภูมิยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยูนิเซฟได้เสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลทั่วภูมิภาคยุโรปและเอเชียกลางดังนี้:

  • บูรณาการกลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อลดผลกระทบของคลื่นความร้อน โดยผ่านนโยบายต่าง ๆ เช่น การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (National Determined Contributions) แผนการปรับตัวแห่งชาติ และนโยบายการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการจัดการภัยพิบัติโดยมีเด็กเป็นศูนย์กลาง
  • ลงทุนในการดำเนินงานด้านสุขภาพและการดูแลสุขภาพเพื่อดูแลรักษาเด็กที่เจ็บป่วยจากความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ลงทุนในระบบเตือนภัยล่วงหน้า เช่น ระบบแจ้งเตือนความร้อน
  • ปรับพื้นที่การเรียนรู้ของเด็ก ๆ เพื่อลดอุณหภูมิให้เหมาะสมกับการเล่นหรือทำกิจกรรม และเตรียมพร้อมครูให้มีทักษะในการรับมือกับความเครียดของเด็ก ๆ ที่เกิดจากความร้อน
  • ปรับการออกแบบเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึง อาคารต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่อาศัยของชุมชนเปราะบางที่สุด ให้สามารถรับมือหรือลดการสัมผัสความร้อน
  • จัดเตรียมน้ำสะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มักขาดแคลนน้ำสะอาด

ยูนิเซฟกำลังทำงานร่วมกับรัฐบาล พันธมิตร และชุมชนทั่วภูมิภาคเพื่อสร้างการปรับตัวและความยืดหยุ่นต่อคลื่นความร้อน ซึ่งรวมถึงการเตรียมความพร้อมให้กับครู เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในชุมชน และครอบครัวให้มีทักษะและความรู้ในการรับมือกับความเครียดและการเจ็บป่วยจากความร้อน

ที่อยู่ติดต่อสื่อ

ณัฐฐา กีนะพันธ์
Communication Officer
องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย
อีเมล: [email protected]
สิรินยา วัฒนสุขชัย
องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย
อีเมล: [email protected]

เกี่ยวกับยูนิเซฟ

ยูนิเซฟส่งเสริมสิทธิและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กทุกคน ในทุกๆ งานที่เราทำ ยูนิเซฟทำงานใน 190 ประเทศและดินแดน ร่วมกับพันธมิตรของเรา เพื่อแปรเปลี่ยนความมุ่งมั่นให้กลายเป็นการลงมือทำที่เป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นไปที่การเข้าถึงพวกเด็กๆ ในกลุ่มที่เปราะบางและถูกมองข้าม ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของเด็กทุกคน ในทุกๆ ที่

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับยูนิเซฟ และงานเพื่อเด็กของยูนิเซฟ ได้ที่เว็บไซต์ www.unicef.org/thailand/

ข้อมูลทั่วไปกรุณาติดต่อ [email protected]

ติดตามเรื่องราวล่าสุดจากยูนิเซฟได้ที่ ทวิตเตอร์ และ เฟซบุ๊ก ของยูนิเซฟ