"ไม่มีใครทำอะไรสำเร็จได้คนเดียว" ดาริน คนจริง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสาธิตประสานมิตร กรุงเทพมหานคร ถ่ายทอดสิ่งที่ได้รับหลังจากเข้าร่วมโครงการ "ผู้นำอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) รุ่นใหม่ อาสาเพื่อสังคม (New Gen Volunteer Leadership)" ที่ยูนิเซฟ ประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมทักษะให้กับอาสาสมัครเยาวชนและส่งเสริมความเข้าใจเรื่องสิทธิเด็ก "เราทุกคนต้องช่วยกัน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และทุกคน รวมทั้งเยาวชนด้วย"
ยูนิเซฟกำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยหลายโครงการเพื่อสนับสนุนการทำงานของอาสาสมัคร ผ่านการพัฒนาทักษะและส่งเสริมความรู้ของพวกเขา สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะอาสาสมัครมีบทบาทเชิงบวกที่สำคัญและมักถูกมองข้ามในสังคมไทย จากรายงาน Volunteer National Review ของประเทศไทยพบว่า ในปี 2564 มีอาสาสมัคร 13 ล้านคน และจำนวนที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้มากในปัจจุบัน ทั้งอาสาสมัครที่ทำงานภายใต้โครงสร้างทางการ เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในขณะที่บางส่วนอยู่ในโครงสร้างไม่เป็นทางการ เช่น สมาชิกในชุมชนที่ช่วยเหลือเพื่อนบ้านในยามวิกฤต
เมื่องานอาสาสมัครส่งผลกระทบต่อชีวิตของเด็ก ยูนิเซฟในฐานะองค์กรที่มุ่งมั่นส่งเสริมสิทธิเด็กจึงทำงานเพื่อช่วยให้มั่นใจว่าอาสาสมัครจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิเหล่านั้น ซึ่งในปัจจุบัน อาสาสมัครส่วนใหญ่ไม่ได้รับการฝึกอบรมเชิงผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็ก รวมถึงด้านความรับผิดชอบในการคุ้มครองเด็กที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก สิ่งนี้อาจนำไปสู่การที่อาสาสมัครบางคนไม่เคารพสิทธิของเด็กโดยไม่ตั้งใจ หรือไม่ตระหนักถึงศักยภาพของงานที่ทำกับเด็กแต่ละคนอย่างเต็มที่
"ภาครัฐไม่สามารถขับเคลื่อนงานช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้เพียงลำพัง" เบญจวรรณ บุตรเพชรรัตน์ ผู้อำนวยการกองกิจการอาสาสมัครและภาคประชาสังคม กล่าว "เราจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะคนในพื้นที่ ภาคประชาสังคม รวมถึงองค์กรอย่างยูนิเซฟมาร่วมเป็นภาคี"
โครงการ "ผู้นำอพม. รุ่นใหม่ อาสาเพื่อสังคม (New Gen Volunteer Leadership)" เริ่มกิจกรรมครั้งแรกที่จังหวัดสุพรรณบุรีในปี 2567 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและฝึกทักษะอาสาสมัครเยาวชน โดยโครงการได้ขยายกิจกรรมไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกรุงเทพมหานครตามลำดับ ปัจจุบัน อาสาสมัครเยาวชนจากทั่วประเทศกว่า 400 คนได้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้และกิจกรรมต่าง ๆ และยังได้ฝึกทักษะและความเชี่ยวชาญใหม่ในการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเยาวชนอีกด้วย
"เด็กเป็นเหมือนผ้าขาว คือจุดเริ่มต้นที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต" ภาณุวัตน์ กุลเพชรเจริญ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าว เขาเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ครั้งล่าสุดเพราะสนใจการพัฒนาตนเองและพบปะกับเยาวชนอื่น ๆ ที่สนใจงานอาสาสมัครเหมือนกัน เขามีความฝันในการเป็นครูสอนเด็กในพื้นที่ห่างไกล และเชื่อว่าการเข้าร่วมโครงการ "ผู้นำอพม. รุ่นใหม่ อาสาเพื่อสังคม" จะเป็นรากฐานสำหรับการทำงานนั้นอย่างเต็มความสามารถ
กิจกรรมของโครงการไม่ได้เป็นเพียงการฟังวิทยากร แต่สร้างกระบวนการเรียนรู้ที่เยาวชนสามารถมีส่วนร่วมได้และสนุกไปกับการเรียนรู้ ตัวอย่างเช่น "เกมสิทธิเด็ก: เส้นทางของชีวิต และสิทธิระหว่างทาง" เกมจำลองชีวิตเด็กน้อยคนหนึ่งตั้งแต่เกิดถึงอายุ 20 ปี ว่าควรจะได้รับสิทธิอะไรบ้างเพื่อเติบโตไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์
"เราไม่ได้อยู่แค่ในโลกของตัวเอง" ดาริน คนจริง หนึ่งในนักเรียนจากคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร กล่าว "การแลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อนจากที่ต่าง ๆ และพบปะคนใหม่ ๆ มันช่วยเปิดประสบการณ์และมุมมองที่เราไม่เคยรู้ และช่วยให้เราเข้าใจว่าคนอื่นคิดอย่างไร" หลังจากเข้าร่วมกิจกรรม เธอรู้สึกว่าตัวเองได้พัฒนาความสามารถอาสาสมัครในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะการทำงานเป็นทีม ซึ่งคือทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับเธอเมื่อต้องทำงานร่วมกับคนอื่น ๆ ในการช่วยเหลือเด็กกลุ่มเปราะบาง
แม้การเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศจะไม่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่กิจกรรมนี้นับเป็นก้าวเล็ก ๆ สู่การสร้างสังคมที่เคารพสิทธิเด็กที่เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขยายไปตามภูมิภาคต่าง ๆ ความพยายามนี้ต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและภาคประชาชนที่พร้อมเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ ภาคประชาสังคม และองค์กรอื่น ๆ มาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมความร่วมมือระหว่างยูนิเซฟ ประเทศไทย กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในโครงการ "ผู้นำอพม. รุ่นใหม่ อาสาเพื่อสังคม" เป็นตัวอย่างของทัศนคติดังกล่าว
"ด้วยการที่อาสาสมัคร พม. มีมากกว่า 380,000 คนภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทั่วประเทศ การเป็นพันธมิตรระยะยาวช่วยเสริมสร้างภารกิจร่วมของเราในการรักษา ‘หลักการป้องกันผลกระทบเชิงลบต่อเด็ก’ ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี และสร้างความปลอดภัยให้เด็กทุกคน" นันทพร เอี่ยมวนานนท์ชัย เจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็ก ยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าว "เราเคารพและขอบคุณอาสาสมัครอย่างมากที่ทำงานเพื่อพัฒนาชีวิตและครอบครัวของเด็กกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเมื่ออาสาได้รับการฝึกอบรมด้านสิทธิเด็กและรู้วิธีการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย พวกเขาจะสามารถช่วยเด็ก ๆ เจริญเติบโต ได้รับการรับฟัง และเข้าถึงศักยภาพเต็มที่ของพวกเขาได้มากยิ่งขึ้น"