บนโลกออนไลน์ อย่ารีบไว้ใจ ตั้งข้อสงสัยอยู่เสมอ

ยิ่งช่างสงสัยแค่ไหน ยิ่งปลอดภัยบนโลกออนไลน์เท่านั้น

ภาพกราฟิกประชาสัมพันธ์แคมเปญรณรงค์เรื่องความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ เป็นภาพของหน้าจอสมาร์ทโฟนที่มีข้อความของแชทเขียนว่า "ขอรูปตอนยิ้มได้ไหม สัญญาจะเก็บไว้ดูคนเดียว" โดยมีภาพใบหน้าครึ่งล่างของผู้หญิงเป็นแบ็กกราวด์ของสมาร์ทโฟน ด้านขวาของภาพกราฟิกมีข้อความเขียนในลักษณะคำเตือนว่า "บนโลกออนไลน์ อย่ารีบไว้ใจ ตั้งข้อสงสัยอยู่เสมอ ยิ่งช่างสงสัยแค่ไหน ยิ่งปลอดภัยบนโลกออนไลน์เท่านั้น #สงสัยไว้ก่อน สงสัยก่อนส่ง/แชร์ รูป วิดีโอ หรือรับใครเป็นเพื่อน บนโลกออนไลน์"

จะดีกว่าไหม? หากเราตั้งข้อสงสัยในบทสนทนาแปลก ๆ บนโลกออนไลน์

ไม่ว่าจะเป็นคำยกย่องชื่นชมเราอย่างพร่ำเพรื่อ การขอรูปถ่ายมุมสวย ๆ หรืออาจจะเป็นคลิปเราออกลีลาเต้นอย่างสนุกสนาน รวมทั้งการเสนอสิ่งของล่อตาล่อใจ สัญญาว่าจะให้เงินทอง หรือการพูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ ที่ค่อย ๆ ออกไปในเชิงล่อแหลม ก็ล้วนนำไปสู่อันตรายที่เราไม่ทันรู้ตัวได้ 

โลกดิจิทัลไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป ใครก็ตามที่ท่องโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเด็ก ๆ และวัยรุ่น อาจตกเป็นเป้าหมายของคนที่จ้องแสวงหาประโยชน์ทางเพศบนโลกออนไลน์ และภัยร้ายนี้มักสร้างบาดแผลฝังลึกทางกายและใจได้ 

ซึ่งในปัจจุบัน มีเด็กและวัยรุ่นจำนวนมากที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์นี้ โดยแทบไม่มีใครกล้าออกมาพูด หรือเปิดเผยเรื่องราวให้คนอื่นรับรู้ ได้แต่เก็บเรื่องราวเหล่านี้เป็นความลับ และใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางฝันร้ายเพียงคนเดียว  

คงจะดีกว่าถ้าเราสามารถประเมินความเสี่ยงและฉุกคิดทันก่อนที่จะสายเกินไป เพียงแค่เรา  

#สงสัยไว้ก่อน เพื่อไม่ให้ตกหลุมพรางของผู้ไม่หวังดีที่หวังแสวงประโยชน์ และ
#สงสัยให้แจ้ง เพื่อขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางต่างๆ 

และขอให้เชื่อมั่นว่า หากเราเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ อย่าเก็บไว้คนเดียว ทุกปัญหามีทางออก มีความช่วยเหลือรอเราอยู่เสมอ 

จะดีกว่าไหม? ถ้าเรา #สงสัยไว้ก่อน

Embedded video follows
UNICEF Thailand

เพราะเพื่อนออนไลน์อาจกลายเป็นคนร้ายในชีวิตจริง คิดก่อนส่ง/โพสต์ เนื้อหาส่วนตัวหรือรับใครเป็นเพื่อนบนออนไลน์

เช็กระดับความเสี่ยง กับทักษะเอาตัวรอดบนโลกออนไลน์ 

อินเทอร์เน็ตทำให้โลกของเรากว้างขึ้น ทำให้เราอัปเดตเทรนด์ใหม่ ๆ และได้เจอเพื่อนใหม่ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะหวังดีกับเรา เพราะคนที่มีเจตนาร้ายก็แฝงตัวเข้ามาหาเราผ่านโลกออนไลน์ได้เช่นกัน 

ลองเลือกสถานการณ์ที่สนใจในควิซนี้  จากนั้นเลือกคำตอบที่ใช่ เพื่อเช็กระดับความเสี่ยงจากการตัดสินใจของเรา ไปกันเลย! 

ใครกันที่น่าสงสัยว่าจะเป็น "คนร้าย" ?

แม้อินเทอร์เน็ตดูจะเป็นโลกอันแสนวิเศษที่ให้เราได้พบเจอผู้คนและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แต่มันเต็มไปด้วยอันตรายไม่ต่างจากในชีวิตจริงเลยนะ! อย่าเพิ่งแน่ใจว่าเราจะไว้ใจใครได้ทุกคน! เอะใจแล้วฉุกคิด #สงสัยไว้ก่อน แล้วลองทำแบบทดสอบ “ใครที่น่าสงสัยว่าเป็นคนร้าย” ไปพร้อมกัน

#สงสัยไว้ก่อน

เมื่อไรก็ตามที่เราเจออะไรที่ดูไม่ชอบมาพากลในโลกออนไลน์ ควรสงสัยไว้ก่อน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นกลวิธีที่คนร้ายใช้เพื่อเข้าหาผูกสัมพันธ์ให้เราไว้วางใจ ก่อนจะเป็นการล่อหลอกที่นำไปสู่การขู่กรรโชกทางเพศ

ภาพของบุคคลที่น่าสงสัยในห้องที่มืด ใบหน้าถูกเงาของฮู้ดสีเทาบังจนมองไม่เห็น บุคคลคนนี้กำลังใช้สมาร์ทโฟนอยู่ และแสงไฟจากหน้าจอสมาร์ทโฟนคือแหล่งกำเนิดแสงเดียวในห้อง

สงสัยเข้าไว้ ก่อนมันจะนำไปสู่ Sextortion

การขู่กรรโชกทางเพศ หรือ Sextortion นั้น คือ การที่คนร้าย ซึ่งเป็นได้ทั้งคนรู้จัก เพื่อนสนิทที่ไว้ใจ แฟน หรือคนแปลกหน้า มาหลอกล่อเอารูปและวิดีโอที่มีเนื้อหาทางเพศของเราแล้วย้อนกลับมาแบล็กเมล ข่มขู่เอาทรัพย์สิน หรือแสวงประโยชน์ทางเพศ

แผนการร้ายเหล่านี้มักจะมีขั้นตอน Online Grooming โดยเริ่มจากการเข้าหาเราเพื่อสร้างความสัมพันธ์ผ่านออนไลน์ เมื่อเรามีความไว้วางใจ คนเหล่านี้จะขอหรือล่อลวงให้เราส่งหรือผลิตภาพและวิดีโอที่ล่อแหลม โดยแอบบันทึกสื่อเหล่านี้ไว้โดยที่เราไม่รู้ตัว

ส่วน Scam คือการหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เสนองานรายได้ดี หลอกว่าเป็นแมวมองสามารถพาเข้าวงการบันเทิงจนมีชื่อเสียงได้ หรือ Romance Scam ที่ทำทีเข้าหามาตีสนิท ผูกสัมพันธ์หลอกให้รัก พฤติกรรมเหล่านี้มักจะนำไปสู่ขั้นตอนการล่อลวงหรือใช้ข้ออ้างต่าง ๆ ให้เราถ่ายภาพหรือวิดีโอในลักษณะเปิดเผยเนื้อตัว แล้วให้แชร์สื่อเหล่านี้ให้ หรือคนร้ายอาจแอบบันทึกสื่อเหล่านี้ไว้เพื่อย้อนกลับมาใช้ขู่กรรโชกให้ทำตามสิ่งที่คนร้ายต้องการ

ในบางครั้งอาจมีภาพหรือวิดีโอส่วนตัวที่เราผลิตขึ้นเอง ทั้งที่ผลิตโดยไม่ได้คิดอะไรเพื่อดูในกลุ่มคนใกล้ชิด หรือที่เกิดจากการกดดันให้ผลิตจากเพื่อน ๆ หรือคนรอบข้าง ทั้งหมดนี้ก็ล้วนเป็นความเสี่ยง เพราะเมื่อไรก็ตามที่ภาพและวิดีโอเหล่านั้นตกอยู่ในมือคนร้าย สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นเครื่องมือที่เอามาใช้ข่มขู่ บังคับควบคุม ให้เราทำในสิ่งที่เราไม่อยากทำได้เช่นกัน

นอกจากนี้ การกระทำใด ๆ ของเราบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหา, โพสต์, อัปโหลด หรือแม้กระทั่งการคลิก "ถูกใจ" บนโซเชียลมีเดีย ก็เป็นการสร้าง "รอยเท้าดิจิทัล" ของตนเอง แม้เราจะคิดว่าได้ลบสิ่งต่างๆ ออกไปแล้ว ก็อาจยังมีรอยเท้าเล็ก ๆ ที่ยังหลงเหลือทิ้งไว้อยู่ เพราะเราไม่สามารถลบร่องรอยของเราได้อย่างสมบูรณ์ และอินเทอร์เน็ตไม่ได้ลืมอะไรง่าย ๆ ดังนั้นเราควรระวังทุกการกระทำในโลกดิจิทัล

เด็กสาวในชุดเสื้อสีม่วง กำลังนอนคว่ำหน้าเล่นสมาร์ทโฟนอย่างใจจดใจจ่ออยู่บนเตียงนอนที่มีผ้าปูเตียงสีขาว

เจอพฤติกรรมแบบนี้ ให้ #สงสัยไว้ก่อน

  1. ใช้คำชื่นชม ยกย่อง เพื่อแสดงออกถึงความสนใจ เช่น “น้องหน้าตาดีมากเลย” หรือ “น้องหุ่นดีมากเลย” ควรระวังหากได้รับคำชื่นชมที่ผิดสังเกตจากคนที่เราไม่รู้จัก
  2. พยายามแบ่งปันเรื่องราวส่วนตัว เพื่อให้เราไว้ใจและเผยเรื่องส่วนตัวของเรามากขึ้น จากนั้นอาจจะเริ่มถามซอกแซกเรื่องครอบครัว ที่อยู่ ชอบไปไหนบ้าง อยู่บ้านตอนไหน
  3. ค่อย ๆ เปลี่ยนจากบทสนทนาทั่วไป มาพูดถึงส่วนต่าง ๆ ในร่างกายเรา และเริ่มพูดคุยไปในเชิงที่ถึงเนื้อถึงตัว ล่อแหลม หรือลามกอนาจาร
  4. ให้ของขวัญ เสนอสิ่งล่อใจ เช่น เติมเงินมือถือ, ส่งไอเทมเกมออนไลน์ เสนอโอกาสงานรายได้สูง หรือชักชวนเข้าวงการบันเทิง
  5. บังคับ ชักชวน ล่อลวงให้ย้ายไปคุยในแอปพลิเคชั่นแชตส่วนตัว
  6. ชักจูงหรือบีบบังคับให้ผลิตรูปภาพหรือคลิปวิดีโอที่วาบหวิวของตัวเองออกมา

#สงสัยให้แจ้ง

เมื่อสงสัยว่ากำลังถูกขอให้ถ่ายรูปหรือวิดีโอที่ล่อแหลม หรือให้ทำอะไรที่ต้องที่เปิดเผยเนื้อตัวผ่านช่องทางออนไลน์ หรืออะไรก็ตามที่เรารู้สึกไม่สบายใจ ให้รีบบอกคนรอบข้างที่ไว้ใจและแจ้งเบาะแส เพราะการบอกเล่า ขอความช่วยเหลือและแจ้งเหตุ เป็นสิ่งสำคัญที่จะหยุดยั้งการขู่กรรโชก หรือแสวงประโยชน์ทางเพศออนไลน์ ซึ่งผิดกฎหมายและมีโทษปรับ และโทษจำคุกตั้งแต่ 3-7 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา

ชายวัยรุ่นในชุดเสื้อยืดสีฟ้ากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ หมกมุ่นอยู่กับการใช้งานสมาร์ทโฟน แบ็กกราวด์ของภาพเป็นหน้าต่างของอาคาร

 ...เมื่อสงสัย ให้เตรียมตัวก่อนแจ้ง

  1. ตั้งสติแล้วหยุดสื่อสารทันที พยายามอย่าไปตอบโต้ หรือถ้าจำเป็นต้องตอบโต้ ก็ต้องบอกให้ผู้กระทำหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่
  2. เก็บข้อมูลหลักฐานทุกอย่างทั้งหมด ได้แก่ ไอดี, URL, ชื่อแอคเคาท์ รวมทั้ง บันทึกบทสนทนา แคปเจอร์หน้าจอ ข้อความ, รูปภาพ, หรือวิดีโอที่เกี่ยวข้อง แล้วส่งไปให้คนที่เราไว้วางใจได้รับรู้ว่าเรากำลังเจอเหตุการณ์อะไร
  3. บล็อกช่องทางติดต่อกับบุคคลที่บีบบังคับ ข่มขู่ หรือพยายามแสวงหาประโยชน์จากเรา แต่ไม่ควรลบบัญชีโซเชียลมีเดียหรือข้อความต่าง ๆ ที่อาจเป็นหลักฐาน
  4. ตรวจสอบและปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในโซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชันอื่น ๆ ให้เข้มงวดขึ้น
  5. ขอความช่วยเหลือ และบอกเล่าเหตุการณ์กับคนที่ไว้ใจ ไม่ว่าเพื่อนสนิท ผู้ปกครอง หรือผู้ใหญ่ที่ดูแล เพื่อได้รับการสนับสนุนทางด้านจิตใจและกฎหมาย
ภาพของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งกำลังก้มหน้าลงกับโต๊ะไม้ แสดงให้เห็นถึงอารมณ์เสียใจอย่างมาก ในขณะที่เพื่อนผู้หญิงของเธอกำลังปลอบใจเธออยู่

แจ้งแทนเพื่อน อย่าเพิกเฉย พวกเราช่วยได้

ในกรณีที่ผู้ถูกกระทำเป็นเพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่เรารู้จัก การอยู่เคียงข้างคอยให้กำลังใจ และรับฟังด้วยความเข้าใจ เป็นวิธีช่วยรับมือและเยียวยาจิตใจผู้ถูกกระทำเบื้องต้น จากนั้นเราสามารถแนะนำเพื่อนให้แจ้งผู้ปกครองให้รับทราบ หรือแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลเพื่อดำเนินคดีทางกฏหมายต่อไป โดยทำได้ดังนี้

  1. เข้าไปพูดคุยกับเพื่อนผู้ที่ถูกกระทำโดยไม่ต้องพูดย้ำถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น และต้องคิดไว้เสมอว่าเพื่อนของเรากำลังอยู่ในสภาวะที่เปราะบาง และอาจไม่พร้อมที่จะเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นโดยทันที
  2. มองหาคนรอบตัวที่เราไว้ใจแล้วขอความช่วยเหลือ โดยเล่าเหตุการณ์ให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น และขอความช่วยเหลือบางอย่างตามความเหมาะสม
  3. การบันทึกเพื่อเก็บหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นคลิปวิดีโอ รูปภาพ อัดเสียง ควรทำเมื่อปลอดภัย พยายามบันทึกให้เห็นรูปการณ์หรือสถานที่เกิดเหตุ บันทึกเหล่านี้ควรใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดี แต่ไม่ควรนำไปเผยแพร่ต่อเอง เพราะอาจเป็นการซ้ำเติมและสร้างบาดแผลในใจของผู้ถูกกระทำเพิ่มขึ้น
  4. อยู่เคียงข้างผู้ถูกกระทำ เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว เราควรอยู่เคียงข้างกับผู้ถูกกระทำ ให้เขารู้สึกว่าปลอดภัย ไม่โดดเดี่ยว ให้เขารู้ว่าเราพร้อมรับฟัง พร้อมช่วยเขาอยู่เสมอ คอยสอบถามว่าเขาโอเคไหม จะให้ช่วยอะไรได้บ้าง หรืออยากให้เราช่วยบอกกล่าว หรือแจ้งขอความช่วยเหลือจากใคร
มือข้างขวากำลังถือสมาร์ทโฟนใช้งานอยู่ ภาพมีลักษณะแสงไฟมาตกกระทบที่มือ ในห้องที่มีแสงสลัว โฟกัสของภาพอยู่ที่มือและสมาร์ทโฟน แบ็กกราวด์มีลักษณะเบลอ เพราะไม่ได้อยู่ในโฟกัส

แจ้งได้ที่ไหน? เมื่อถูกขู่กรรโชกทางเพศ หรือล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์

เพราะคุณเองสามารถเป็นคนหนึ่งในการช่วยตัดวงจร Sextortion นี้ได้ หากสงสัยว่าตัวเองถูกข่มขู่ หรือคนใกล้ตัวถูกขู่กรรโชก แสวงประโยชน์ทางเพศ อย่าโทษตัวเอง หรือเก็บไว้คนเดียว โดยคุณสามารถแจ้งเหตุได้ตามช่องทางต่อไปนี้

และหากคุณ หรือคนใกล้ตัวที่ประสบเหตุรู้สึกไม่สบายใจ วิตกกังวล เครียดหรือซึมเศร้า อย่าเก็บความทุกข์ไว้คนเดียว ปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ซึ่งเปิดให้บริการ 24 ชม.และให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ

ไม่เป็นไร…หากมีใครพลั้งพลาดไป

วิธีการดูแลคนรอบกายให้กลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง

  1. ระมัดระวังในการพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ให้สื่อสารเชิงบวก ควรระมัดระวังการใช้คำพูด ไม่ให้กลายเป็นการสอบสวนหรือเท้าความถึงเหตุการณ์จนเกิดความสะเทือนใจ
  2. ดูแลอย่างใกล้ชิด รับฟังอย่างตั้งใจโดยไม่ตัดสิน หลังเกิดเหตุการณ์ผู้ถูกกระทำอาจได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ และอาจมีอาการวิตกกังวล เครียด และหวาดกลัวอย่างมาก การอยู่คอยรับฟังและประคับประคองจิตใจในช่วงเวลานี้มีจึงความสำคัญอย่างมาก
  3. เป็นเซฟโซนเคลื่อนที่ให้พวกเขา คือ การสร้างความสบายใจในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยการอยู่เคียงข้าง รับฟังเรื่องราว และสามารถติดต่อได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือการเจอหน้ากัน ให้พวกเขามีความ อุ่นใจและกล้าออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติมากขึ้น
  4. สนับสนุนให้เขาใช้ชีวิตตามปกติและยืนยันคุณค่าในตัวของเขา ควรสร้างความมั่นใจให้กับพวกเขา จนกว่าจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เองในที่สุด
ภาพของแม่ที่สวมเสื้อสีเบจ และลูกสาวที่สวมเสื้อสีชมพู มีโบว์ผูกผมเปียทั้งสองข้าง ทั้งคู่่กับจ้องดูสมาร์ทโฟนที่ลูกสาวถืออยู่ในมือ มีแบ็กกราวด์ของภาพเป็นหน้าต่างที่มีมู่ลี่ทำจากไม้

สร้างภูมิคุ้มกัน รู้ทันการล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์ ตั้งแต่เด็ก

ผู้ปกครองคือหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญที่มีส่วนช่วยปลูกฝังให้ความรู้เรื่องภัยร้ายจากโลกออนไลน์ได้ เรื่องเหล่านี้สามารถฝึกได้ตั้งแต่เด็ก ๆ พ่อแม่ควรสอนให้ลูกรู้เท่าทันเหตุการณ์ต่าง ๆ และควรคิดให้ดีก่อนแชร์ข้อมูลของลูกหลานบนโลกออนไลน์ เพราะข้อมูลบางอย่างอาจถูกใช้ในการวางแผนของคนร้ายในการเข้าหาลูกหลานเรา จนอาจนำไปสู่การละเมิดและขู่กรรโชกทางเพศ

ภาพลายเส้นแบบเรียบง่าย ที่มีสไตล์การวาดแบบลากเส้นโดยไม่ยกปากกา ลายเส้นสีขาว เป็นรูปของคนสองคน เป็นผู้ใหญ่คนนึง และเป็นเด็กวัยรุ่นอีกคนนึง กำลังสนทนากัน โดยมีพื้นหลังเป็นสีฟ้า

1. สอนเด็กให้รู้จักร่างกายและอวัยวะสงวน

เมื่อเด็กเริ่มเข้าใจสิ่งต่างๆ ควรสอนให้เด็กรู้จักอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงอวัยวะสงวน ไม่มีใครมีสิทธิมาขอดู มาจับ หรือสัมผัสอวัยวะดังกล่าวได้ หรือแม้แต่ตัวเด็กเองก็ไม่ควรสัมผัสอวัยวะส่วนตัวของเด็กคนอื่นเช่นกัน

ภาพวาดของมือสองข้าง เป็นลายเส้นสีขาว กำลังถือสมาร์ทโฟนอยู่ โดยมีพื้นหลังเป็นสีฟ้า หน้าจอสมาร์ทโฟนกำลังแสดงภาพของบุคคล ตำแหน่งของมือที่ถือสมาร์ทโฟนอยู่ กำลังทำท่าเหมือนกับสัมผัสไปที่รูปบนหน้าจอสมาร์ทโฟน

2. สอนให้เด็กเข้าใจว่าไม่ควรให้ใครเห็นร่างกายได้ง่าย ๆ

ควรสอนเด็กให้ทราบว่านอกจากผู้ปกครองที่ช่วยอาบน้ำหรือแต่งตัวเด็กเล็ก ๆ แล้ว คนนอกบ้านคนอื่น ๆ ไม่ควรมองเห็นร่างกายที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าของเด็ก เพราะถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม

ภาพวาดลายเส้นสีขาวบนพื้นหลังสีฟ้า เป็นภาพของคนสองคน คนนึงกำลังวางมือทั้งสองข้างบนไหล่ของอีกคนที่นั่งอยู่

3. คนร้ายอาจแฝงมาจากคนใกล้ตัว

ควรสอนเด็กให้เข้าใจว่าคนร้ายอาจเป็นใครก็ได้ ไม่ว่าคนแปลกหน้า หรือคนใกล้ตัวที่ไม่ใช่ผู้ปกครอง เช่น ญาติ ครู เพื่อนบ้าน ผู้ใหญ่คนอื่น หากมีใครเข้ามาแล้วหลอกล่อด้วยสิ่งล่อใจ ควรสอนให้เด็กปฏิเสธ หยุดพูดคุย หรือเดินหนีทันที

ภาพลายเส้นสีขาวบนพื้นหลังสีฟ้า เป็นภาพของผู้หญิงผมยาวกำลังใช้แขนสองข้างทำท่ากากบาท แสดงถึงการปฏิเสธ

4. รู้จักปฏิเสธเมื่อรู้สึกไม่สบายใจ

สอนเด็กให้เข้าใจว่าหากมีใครสัมผัสร่างกายโดยทำให้เด็กรู้สึกไม่ชอบ ไม่โอเค หรือขอให้เปิดเผยร่างกาย เด็กมีสิทธิและสามารถปฏิเสธได้ สอนให้เด็กกล้าและมั่นใจที่จะยืนยันสิทธิในร่างกายตนเอง และกล้าบอกว่า ‘ไม่’ ในทันที หรือให้ขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ที่ไว้ใจ

เด็กนักเรียนชายในชุดนักเรียน เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสีดำ สะพายเป้ไว้ข้างหลัง กำลังเดินก้มหน้าอยู่ มีแบ็กกราวด์ของภาพเป็นตึกสูงในเมือง ท้องฟ้ามีลักษณะอึมครึม ดูหดหู่

สังเกต ใส่ใจ...

สัญญาณเหล่านี้ อาจบอกว่าเด็ก ๆ กำลังถูกล่วงละเมิดทางเพศ

  • พูดน้อย ซึมเศร้า ไม่ร่าเริง
  • ก้าวร้าว และอารมณ์แปรปรวน
  • ติดมือถือมากเกินไป ปลีกตัว ปิดบังเรื่องส่วนตัว
  • ไม่อยากกลับบ้าน หรือไม่อยากไปโรงเรียน
  • บ่นว่าเจ็บอวัยวะบางส่วน หรือมีรอยฟกช้ำบนร่างกาย

ติดตามข่าวสารจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

ไม่พลาดทุกการอัปเดต สมัครรับข่าวสารทางอีเมลกับเรา