บนโลกออนไลน์ อย่ารีบไว้ใจ ตั้งข้อสงสัยอยู่เสมอ
ยิ่งช่างสงสัยแค่ไหน ยิ่งปลอดภัยบนโลกออนไลน์เท่านั้น
- English
- ไทย
จะดีกว่าไหม? หากเราตั้งข้อสงสัยในบทสนทนาแปลก ๆ บนโลกออนไลน์
ไม่ว่าจะเป็นคำยกย่องชื่นชมเราอย่างพร่ำเพรื่อ การขอรูปถ่ายมุมสวย ๆ หรืออาจจะเป็นคลิปเราออกลีลาเต้นอย่างสนุกสนาน รวมทั้งการเสนอสิ่งของล่อตาล่อใจ สัญญาว่าจะให้เงินทอง หรือการพูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ ที่ค่อย ๆ ออกไปในเชิงล่อแหลม ก็ล้วนนำไปสู่อันตรายที่เราไม่ทันรู้ตัวได้
โลกดิจิทัลไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป ใครก็ตามที่ท่องโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเด็ก ๆ และวัยรุ่น อาจตกเป็นเป้าหมายของคนที่จ้องแสวงหาประโยชน์ทางเพศบนโลกออนไลน์ และภัยร้ายนี้มักสร้างบาดแผลฝังลึกทางกายและใจได้
ซึ่งในปัจจุบัน มีเด็กและวัยรุ่นจำนวนมากที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์นี้ โดยแทบไม่มีใครกล้าออกมาพูด หรือเปิดเผยเรื่องราวให้คนอื่นรับรู้ ได้แต่เก็บเรื่องราวเหล่านี้เป็นความลับ และใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางฝันร้ายเพียงคนเดียว
คงจะดีกว่าถ้าเราสามารถประเมินความเสี่ยงและฉุกคิดทันก่อนที่จะสายเกินไป เพียงแค่เรา
#สงสัยไว้ก่อน เพื่อไม่ให้ตกหลุมพรางของผู้ไม่หวังดีที่หวังแสวงประโยชน์ และ
#สงสัยให้แจ้ง เพื่อขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางต่างๆ
และขอให้เชื่อมั่นว่า หากเราเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ อย่าเก็บไว้คนเดียว ทุกปัญหามีทางออก มีความช่วยเหลือรอเราอยู่เสมอ
จะดีกว่าไหม? ถ้าเรา #สงสัยไว้ก่อน
เพราะเพื่อนออนไลน์อาจกลายเป็นคนร้ายในชีวิตจริง คิดก่อนส่ง/โพสต์ เนื้อหาส่วนตัวหรือรับใครเป็นเพื่อนบนออนไลน์
เช็กระดับความเสี่ยง กับทักษะเอาตัวรอดบนโลกออนไลน์
อินเทอร์เน็ตทำให้โลกของเรากว้างขึ้น ทำให้เราอัปเดตเทรนด์ใหม่ ๆ และได้เจอเพื่อนใหม่ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะหวังดีกับเรา เพราะคนที่มีเจตนาร้ายก็แฝงตัวเข้ามาหาเราผ่านโลกออนไลน์ได้เช่นกัน
ลองเลือกสถานการณ์ที่สนใจในควิซนี้ จากนั้นเลือกคำตอบที่ใช่ เพื่อเช็กระดับความเสี่ยงจากการตัดสินใจของเรา ไปกันเลย!
ใครกันที่น่าสงสัยว่าจะเป็น "คนร้าย" ?
แม้อินเทอร์เน็ตดูจะเป็นโลกอันแสนวิเศษที่ให้เราได้พบเจอผู้คนและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แต่มันเต็มไปด้วยอันตรายไม่ต่างจากในชีวิตจริงเลยนะ! อย่าเพิ่งแน่ใจว่าเราจะไว้ใจใครได้ทุกคน! เอะใจแล้วฉุกคิด #สงสัยไว้ก่อน แล้วลองทำแบบทดสอบ “ใครที่น่าสงสัยว่าเป็นคนร้าย” ไปพร้อมกัน
#สงสัยไว้ก่อน
เมื่อไรก็ตามที่เราเจออะไรที่ดูไม่ชอบมาพากลในโลกออนไลน์ ควรสงสัยไว้ก่อน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นกลวิธีที่คนร้ายใช้เพื่อเข้าหาผูกสัมพันธ์ให้เราไว้วางใจ ก่อนจะเป็นการล่อหลอกที่นำไปสู่การขู่กรรโชกทางเพศ
สงสัยเข้าไว้ ก่อนมันจะนำไปสู่ Sextortion
การขู่กรรโชกทางเพศ หรือ Sextortion นั้น คือ การที่คนร้าย ซึ่งเป็นได้ทั้งคนรู้จัก เพื่อนสนิทที่ไว้ใจ แฟน หรือคนแปลกหน้า มาหลอกล่อเอารูปและวิดีโอที่มีเนื้อหาทางเพศของเราแล้วย้อนกลับมาแบล็กเมล ข่มขู่เอาทรัพย์สิน หรือแสวงประโยชน์ทางเพศ
แผนการร้ายเหล่านี้มักจะมีขั้นตอน Online Grooming โดยเริ่มจากการเข้าหาเราเพื่อสร้างความสัมพันธ์ผ่านออนไลน์ เมื่อเรามีความไว้วางใจ คนเหล่านี้จะขอหรือล่อลวงให้เราส่งหรือผลิตภาพและวิดีโอที่ล่อแหลม โดยแอบบันทึกสื่อเหล่านี้ไว้โดยที่เราไม่รู้ตัว
ส่วน Scam คือการหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เสนองานรายได้ดี หลอกว่าเป็นแมวมองสามารถพาเข้าวงการบันเทิงจนมีชื่อเสียงได้ หรือ Romance Scam ที่ทำทีเข้าหามาตีสนิท ผูกสัมพันธ์หลอกให้รัก พฤติกรรมเหล่านี้มักจะนำไปสู่ขั้นตอนการล่อลวงหรือใช้ข้ออ้างต่าง ๆ ให้เราถ่ายภาพหรือวิดีโอในลักษณะเปิดเผยเนื้อตัว แล้วให้แชร์สื่อเหล่านี้ให้ หรือคนร้ายอาจแอบบันทึกสื่อเหล่านี้ไว้เพื่อย้อนกลับมาใช้ขู่กรรโชกให้ทำตามสิ่งที่คนร้ายต้องการ
ในบางครั้งอาจมีภาพหรือวิดีโอส่วนตัวที่เราผลิตขึ้นเอง ทั้งที่ผลิตโดยไม่ได้คิดอะไรเพื่อดูในกลุ่มคนใกล้ชิด หรือที่เกิดจากการกดดันให้ผลิตจากเพื่อน ๆ หรือคนรอบข้าง ทั้งหมดนี้ก็ล้วนเป็นความเสี่ยง เพราะเมื่อไรก็ตามที่ภาพและวิดีโอเหล่านั้นตกอยู่ในมือคนร้าย สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นเครื่องมือที่เอามาใช้ข่มขู่ บังคับควบคุม ให้เราทำในสิ่งที่เราไม่อยากทำได้เช่นกัน
นอกจากนี้ การกระทำใด ๆ ของเราบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหา, โพสต์, อัปโหลด หรือแม้กระทั่งการคลิก "ถูกใจ" บนโซเชียลมีเดีย ก็เป็นการสร้าง "รอยเท้าดิจิทัล" ของตนเอง แม้เราจะคิดว่าได้ลบสิ่งต่างๆ ออกไปแล้ว ก็อาจยังมีรอยเท้าเล็ก ๆ ที่ยังหลงเหลือทิ้งไว้อยู่ เพราะเราไม่สามารถลบร่องรอยของเราได้อย่างสมบูรณ์ และอินเทอร์เน็ตไม่ได้ลืมอะไรง่าย ๆ ดังนั้นเราควรระวังทุกการกระทำในโลกดิจิทัล
เจอพฤติกรรมแบบนี้ ให้ #สงสัยไว้ก่อน
- ใช้คำชื่นชม ยกย่อง เพื่อแสดงออกถึงความสนใจ เช่น “น้องหน้าตาดีมากเลย” หรือ “น้องหุ่นดีมากเลย” ควรระวังหากได้รับคำชื่นชมที่ผิดสังเกตจากคนที่เราไม่รู้จัก
- พยายามแบ่งปันเรื่องราวส่วนตัว เพื่อให้เราไว้ใจและเผยเรื่องส่วนตัวของเรามากขึ้น จากนั้นอาจจะเริ่มถามซอกแซกเรื่องครอบครัว ที่อยู่ ชอบไปไหนบ้าง อยู่บ้านตอนไหน
- ค่อย ๆ เปลี่ยนจากบทสนทนาทั่วไป มาพูดถึงส่วนต่าง ๆ ในร่างกายเรา และเริ่มพูดคุยไปในเชิงที่ถึงเนื้อถึงตัว ล่อแหลม หรือลามกอนาจาร
- ให้ของขวัญ เสนอสิ่งล่อใจ เช่น เติมเงินมือถือ, ส่งไอเทมเกมออนไลน์ เสนอโอกาสงานรายได้สูง หรือชักชวนเข้าวงการบันเทิง
- บังคับ ชักชวน ล่อลวงให้ย้ายไปคุยในแอปพลิเคชั่นแชตส่วนตัว
- ชักจูงหรือบีบบังคับให้ผลิตรูปภาพหรือคลิปวิดีโอที่วาบหวิวของตัวเองออกมา
#สงสัยให้แจ้ง
เมื่อสงสัยว่ากำลังถูกขอให้ถ่ายรูปหรือวิดีโอที่ล่อแหลม หรือให้ทำอะไรที่ต้องที่เปิดเผยเนื้อตัวผ่านช่องทางออนไลน์ หรืออะไรก็ตามที่เรารู้สึกไม่สบายใจ ให้รีบบอกคนรอบข้างที่ไว้ใจและแจ้งเบาะแส เพราะการบอกเล่า ขอความช่วยเหลือและแจ้งเหตุ เป็นสิ่งสำคัญที่จะหยุดยั้งการขู่กรรโชก หรือแสวงประโยชน์ทางเพศออนไลน์ ซึ่งผิดกฎหมายและมีโทษปรับ และโทษจำคุกตั้งแต่ 3-7 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา
...เมื่อสงสัย ให้เตรียมตัวก่อนแจ้ง
- ตั้งสติแล้วหยุดสื่อสารทันที พยายามอย่าไปตอบโต้ หรือถ้าจำเป็นต้องตอบโต้ ก็ต้องบอกให้ผู้กระทำหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่
- เก็บข้อมูลหลักฐานทุกอย่างทั้งหมด ได้แก่ ไอดี, URL, ชื่อแอคเคาท์ รวมทั้ง บันทึกบทสนทนา แคปเจอร์หน้าจอ ข้อความ, รูปภาพ, หรือวิดีโอที่เกี่ยวข้อง แล้วส่งไปให้คนที่เราไว้วางใจได้รับรู้ว่าเรากำลังเจอเหตุการณ์อะไร
- บล็อกช่องทางติดต่อกับบุคคลที่บีบบังคับ ข่มขู่ หรือพยายามแสวงหาประโยชน์จากเรา แต่ไม่ควรลบบัญชีโซเชียลมีเดียหรือข้อความต่าง ๆ ที่อาจเป็นหลักฐาน
- ตรวจสอบและปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในโซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชันอื่น ๆ ให้เข้มงวดขึ้น
- ขอความช่วยเหลือ และบอกเล่าเหตุการณ์กับคนที่ไว้ใจ ไม่ว่าเพื่อนสนิท ผู้ปกครอง หรือผู้ใหญ่ที่ดูแล เพื่อได้รับการสนับสนุนทางด้านจิตใจและกฎหมาย
แจ้งแทนเพื่อน อย่าเพิกเฉย พวกเราช่วยได้
ในกรณีที่ผู้ถูกกระทำเป็นเพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่เรารู้จัก การอยู่เคียงข้างคอยให้กำลังใจ และรับฟังด้วยความเข้าใจ เป็นวิธีช่วยรับมือและเยียวยาจิตใจผู้ถูกกระทำเบื้องต้น จากนั้นเราสามารถแนะนำเพื่อนให้แจ้งผู้ปกครองให้รับทราบ หรือแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลเพื่อดำเนินคดีทางกฏหมายต่อไป โดยทำได้ดังนี้
- เข้าไปพูดคุยกับเพื่อนผู้ที่ถูกกระทำโดยไม่ต้องพูดย้ำถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น และต้องคิดไว้เสมอว่าเพื่อนของเรากำลังอยู่ในสภาวะที่เปราะบาง และอาจไม่พร้อมที่จะเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นโดยทันที
- มองหาคนรอบตัวที่เราไว้ใจแล้วขอความช่วยเหลือ โดยเล่าเหตุการณ์ให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น และขอความช่วยเหลือบางอย่างตามความเหมาะสม
- การบันทึกเพื่อเก็บหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นคลิปวิดีโอ รูปภาพ อัดเสียง ควรทำเมื่อปลอดภัย พยายามบันทึกให้เห็นรูปการณ์หรือสถานที่เกิดเหตุ บันทึกเหล่านี้ควรใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดี แต่ไม่ควรนำไปเผยแพร่ต่อเอง เพราะอาจเป็นการซ้ำเติมและสร้างบาดแผลในใจของผู้ถูกกระทำเพิ่มขึ้น
- อยู่เคียงข้างผู้ถูกกระทำ เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว เราควรอยู่เคียงข้างกับผู้ถูกกระทำ ให้เขารู้สึกว่าปลอดภัย ไม่โดดเดี่ยว ให้เขารู้ว่าเราพร้อมรับฟัง พร้อมช่วยเขาอยู่เสมอ คอยสอบถามว่าเขาโอเคไหม จะให้ช่วยอะไรได้บ้าง หรืออยากให้เราช่วยบอกกล่าว หรือแจ้งขอความช่วยเหลือจากใคร
แจ้งได้ที่ไหน? เมื่อถูกขู่กรรโชกทางเพศ หรือล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์
เพราะคุณเองสามารถเป็นคนหนึ่งในการช่วยตัดวงจร Sextortion นี้ได้ หากสงสัยว่าตัวเองถูกข่มขู่ หรือคนใกล้ตัวถูกขู่กรรโชก แสวงประโยชน์ทางเพศ อย่าโทษตัวเอง หรือเก็บไว้คนเดียว โดยคุณสามารถแจ้งเหตุได้ตามช่องทางต่อไปนี้
- สายด่วน 1300 ศูนย์ช่วยเหลือสังคม
- แอปพลิเคชันคุ้มครองเด็ก โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน
- กรมสอบสวนคดีพิเศษ
- สายด่วนดีเอสไอ | 1202 หรือ 028319888
- เว็บไซต์ | www.dsi.go.th/th/Eservice/complaint
- กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- สายด่วน | 1441 หรือ 0818663000
- อินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก | Cyber Police
- LINE | @police1441
- เว็บไซต์ | www.thaipoliceonline.com
- ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทางอินเทอร์เน็ต (TICAC)
- แชตบอท MySis
- เว็บไซต์ Thai Hotline | www.thaihotline.org
- มูลนิธิสายเด็ก | www.childlinethailand.org
- สายด่วนมูลนิธิสายเด็ก | 1387
- LINE | @saidek1387
- อินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก | Childline Thailand Foundation
- The Hug Project | www.hugproject.org
- เฟซบุ๊ก | The HUG Project Thailand
- เอ็กซ์ | The HUG Project
- โทร 053920588
- Take it Down | takeitdown.ncmec.org/th
- บริการฟรีที่ช่วยลบหรือหยุดการแชร์รูปหรือวิดีโอออนไลน์ที่เปิดเผยร่างกายของคุณซึ่งถ่ายไว้ขณะอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยคุณไม่ต้องเปิดเผยตัวตน หรือแชร์เนื้อหาใด ๆ ในการใช้บริการ
และหากคุณ หรือคนใกล้ตัวที่ประสบเหตุรู้สึกไม่สบายใจ วิตกกังวล เครียดหรือซึมเศร้า อย่าเก็บความทุกข์ไว้คนเดียว ปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ซึ่งเปิดให้บริการ 24 ชม.และให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ
ไม่เป็นไร…หากมีใครพลั้งพลาดไป
วิธีการดูแลคนรอบกายให้กลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง
- ระมัดระวังในการพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ให้สื่อสารเชิงบวก ควรระมัดระวังการใช้คำพูด ไม่ให้กลายเป็นการสอบสวนหรือเท้าความถึงเหตุการณ์จนเกิดความสะเทือนใจ
- ดูแลอย่างใกล้ชิด รับฟังอย่างตั้งใจโดยไม่ตัดสิน หลังเกิดเหตุการณ์ผู้ถูกกระทำอาจได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ และอาจมีอาการวิตกกังวล เครียด และหวาดกลัวอย่างมาก การอยู่คอยรับฟังและประคับประคองจิตใจในช่วงเวลานี้มีจึงความสำคัญอย่างมาก
- เป็นเซฟโซนเคลื่อนที่ให้พวกเขา คือ การสร้างความสบายใจในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยการอยู่เคียงข้าง รับฟังเรื่องราว และสามารถติดต่อได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือการเจอหน้ากัน ให้พวกเขามีความ อุ่นใจและกล้าออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติมากขึ้น
- สนับสนุนให้เขาใช้ชีวิตตามปกติและยืนยันคุณค่าในตัวของเขา ควรสร้างความมั่นใจให้กับพวกเขา จนกว่าจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เองในที่สุด
สร้างภูมิคุ้มกัน รู้ทันการล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์ ตั้งแต่เด็ก
ผู้ปกครองคือหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญที่มีส่วนช่วยปลูกฝังให้ความรู้เรื่องภัยร้ายจากโลกออนไลน์ได้ เรื่องเหล่านี้สามารถฝึกได้ตั้งแต่เด็ก ๆ พ่อแม่ควรสอนให้ลูกรู้เท่าทันเหตุการณ์ต่าง ๆ และควรคิดให้ดีก่อนแชร์ข้อมูลของลูกหลานบนโลกออนไลน์ เพราะข้อมูลบางอย่างอาจถูกใช้ในการวางแผนของคนร้ายในการเข้าหาลูกหลานเรา จนอาจนำไปสู่การละเมิดและขู่กรรโชกทางเพศ
1. สอนเด็กให้รู้จักร่างกายและอวัยวะสงวน
เมื่อเด็กเริ่มเข้าใจสิ่งต่างๆ ควรสอนให้เด็กรู้จักอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงอวัยวะสงวน ไม่มีใครมีสิทธิมาขอดู มาจับ หรือสัมผัสอวัยวะดังกล่าวได้ หรือแม้แต่ตัวเด็กเองก็ไม่ควรสัมผัสอวัยวะส่วนตัวของเด็กคนอื่นเช่นกัน
2. สอนให้เด็กเข้าใจว่าไม่ควรให้ใครเห็นร่างกายได้ง่าย ๆ
ควรสอนเด็กให้ทราบว่านอกจากผู้ปกครองที่ช่วยอาบน้ำหรือแต่งตัวเด็กเล็ก ๆ แล้ว คนนอกบ้านคนอื่น ๆ ไม่ควรมองเห็นร่างกายที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าของเด็ก เพราะถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม
3. คนร้ายอาจแฝงมาจากคนใกล้ตัว
ควรสอนเด็กให้เข้าใจว่าคนร้ายอาจเป็นใครก็ได้ ไม่ว่าคนแปลกหน้า หรือคนใกล้ตัวที่ไม่ใช่ผู้ปกครอง เช่น ญาติ ครู เพื่อนบ้าน ผู้ใหญ่คนอื่น หากมีใครเข้ามาแล้วหลอกล่อด้วยสิ่งล่อใจ ควรสอนให้เด็กปฏิเสธ หยุดพูดคุย หรือเดินหนีทันที
4. รู้จักปฏิเสธเมื่อรู้สึกไม่สบายใจ
สอนเด็กให้เข้าใจว่าหากมีใครสัมผัสร่างกายโดยทำให้เด็กรู้สึกไม่ชอบ ไม่โอเค หรือขอให้เปิดเผยร่างกาย เด็กมีสิทธิและสามารถปฏิเสธได้ สอนให้เด็กกล้าและมั่นใจที่จะยืนยันสิทธิในร่างกายตนเอง และกล้าบอกว่า ‘ไม่’ ในทันที หรือให้ขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ที่ไว้ใจ
สังเกต ใส่ใจ...
สัญญาณเหล่านี้ อาจบอกว่าเด็ก ๆ กำลังถูกล่วงละเมิดทางเพศ
- พูดน้อย ซึมเศร้า ไม่ร่าเริง
- ก้าวร้าว และอารมณ์แปรปรวน
- ติดมือถือมากเกินไป ปลีกตัว ปิดบังเรื่องส่วนตัว
- ไม่อยากกลับบ้าน หรือไม่อยากไปโรงเรียน
- บ่นว่าเจ็บอวัยวะบางส่วน หรือมีรอยฟกช้ำบนร่างกาย