ข้อมูลข่าวสาร

ข่าวสำหรับเผยแพร่

รายงาน

ติดต่อเรา

 

แถลงการณ์ของนายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เกี่ยวกับการผ่าน พ.ร.บ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก

นมแม่
© UNICEF Thailand/2013/Metee Thuentap
แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่โรงพยาบาลในจังหวัดขอนแก่น

กรุงเทพฯ 5 เมษายน 2560  - ยูนิเซฟรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งต่อการผ่านร่างพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. ... โดยพระราชบัญญัติฉบับนี้ถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของพ่อแม่ บุคลากรทางสาธารณสุขและสังคมโดยรวมที่ได้ต่อสู้มายาวนานหลายสิบปีเพื่อปกป้องการเลี้ยงลูกด้วยแม่ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นวิธีที่สำคัญที่สุดวิธีหนึ่งในการช่วยให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรงและเติบโตอย่างเต็มศักยภาพจวบจนถึงวัยผู้ใหญ่

ในปีที่ผ่านมา วารสารทางการแพทย์นานาชาติ เดอะแลนเซ็ท ได้รวบรวมหลักฐานล่าสุดจากทั่วโลกและพบว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเหมาะสมสามารถป้องกันการเสียชีวิตของทารกมากกว่า 800,000 คนต่อปี และยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาระดับเชาวน์ปัญญา หรือไอคิวโดยเฉลี่ย 3 จุด ทำให้ผลการเรียนดีขึ้น และเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะมีรายได้สูงขึ้น นอกจากนี้ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยังช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ในแม่อีกด้วย

การผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการปฎิบัติตามหลักเกณฑ์สากลว่าด้วยการส่งเสริมตลาดอาหารทดแทนนมแม่ ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในการจัดการกับผลกระทบด้านลบจากการส่งเสริมการตลาดนมผงที่มีต่อพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายเกี่ยวกับการส่งเสริมการตลาดของอาหารทดแทนนมแม่เฉกเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เช่น ฟิลิปปินส์ อินเดีย และเนปาล

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนต่ำที่สุดและเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในภูมิภาคที่ไม่มีกฎหมายควบคุมการส่งเสริมการตลาดของผลิตภัณฑ์ทดแทนนมแม่ ทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำหรับทารกและเด็กอายุไม่เกินสองปีไม่ใช่บรรทัดฐานของสังคม ส่งผลให้ทารกและเด็กเล็กจำนวนมากไม่ได้รับสารอาหารที่ดีที่สุดต่อการพัฒนาสมองและสุขภาพ ทั้งๆ ที่ไม่มีอาหารใดที่จะมาเทียบเคียงนมแม่ได้

ดังนั้น พวกเราจึงมีหน้าที่ที่จะต้องทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นทางเลือกที่ถูกต้องและสามารถทำได้โดยง่าย แต่เมื่ออาหารทดแทนนมแม่ถูกโฆษณาว่ามีคุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าหรือมากกว่านมแม่ ครอบครัวก็ย่อมได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและทำให้ไขว้เขว และเมื่อบริษัทนมผงเข้ามาใช้สถานพยาบาลเป็นพื้นที่ในการส่งเสริมการตลาด ก็ย่อมขัดขวางบทบาทของผู้ให้บริการสาธารณสุขที่สนับสนุนแม่ด้วยข้อมูลที่เป็นจริง  ฉะนั้น พระราชบัญญัติฉบับนี้จะเข้ามาช่วยกำกับดูแลการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก ซึ่งทำกันอย่างแพร่หลายและนำไปสู่การเข้าใจผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารทดแทนนมแม่

ยูนิเซฟมีความภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขและพันธมิตรอื่นๆ เช่น มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ในการร่วมผลักดันกฎหมายฉบับนี้ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา และขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จในวันนี้ ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมสุขภาพสำหรับเด็กทุกคนในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ภารกิจของเรายังไม่เสร็จสิ้น หลังจากนี้เราต้องเร่งส่งเสริมให้แม่และชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เราต้องเร่งทำงานกับภาคธุรกิจเพื่อให้แม่ที่ต้องไปทำงานได้มีห้องที่สะอาดและปลอดภัยสำหรับการให้นมลูกหรือปั๊มนมและกักเก็บนมในที่ทำงานได้ โดยที่ไม่ต้องไปปั๊มนมในห้องน้ำ เราต้องทำงานร่วมกับภาครัฐเพื่อหาแนวทางในการเพิ่มวันลาคลอดเพื่อให้แม่ได้มีโอกาสใช้เวลาอยู่กับลูกมากขึ้นในช่วงเดือนแรกๆ ของชีวิต และเราต้องทำงานร่วมกับบุคลากรทางสาธารณสุขเพื่อที่ว่า การให้นมผงแก่เด็กภายในหนึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอดเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ นอกเสียจากว่ามีเหตุผลทางการแพทย์ที่ทำให้แม่ไม่สามารถให้นมลูกเองได้

แม้ยังคงมีภารกิจอีกมากที่ต้องทำเพื่อสร้างหลักประกันว่าเด็กทารกทุกคนในประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วงหกเดือนแรก แต่การผ่านกฎหมายฉบับนี้ถือเรื่องน่ายินดีและเป็นก้าวสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมายดังกล่าว

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
ณัฐฐา กีนะพันธ์ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย 086 616 7555 or nkeenapan@unicef.org

 

 
ค้นหา

 Email this article

Donate Now

unite for children