โครงการโคแวกซ์: เพื่อความเท่าเทียมในการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก

ยูนิเซฟพร้อมแล้วที่จะจัดหาและส่งมอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19

UNICEF
นางพยาบาลกำลังเตรียมเข็มฉีดยาสำหรับฉีดวัคซีน
UNICEF/UNI350117/Ijazah
26 มกราคม 2021

การจัดซื้อและส่งมอบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมากำลังเริ่มขึ้นแล้ว และยูนิเซฟรับหน้าที่เป็นผู้นำเรื่องนี้ในโครงการโคแวกซ์

เราเร่งทำงานเพื่อให้แน่ใจว่าทุกประเทศที่เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ (ปัจจุบันมี 190 ประเทศ) จะได้มีโอกาสเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จำนวนสองพันล้านโดสภายในสิ้นปี พ.ศ. 2564 ได้อย่างเท่าเทียมกัน

ยูนิเซฟจะทำได้อย่างไร?

โครงการโคแวกซ์ เป็นความร่วมมือระหว่างระหว่าง องค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีนกาวี (Gavi) องค์การอนามัยโลก (WHO) และกลุ่มพันธมิตรความร่วมมือด้านนวัตกรรมเพื่อรับมือโรคระบาด (Coalition for Epidemic Preparedness Innovations: CEPI) 

ยูนิเซฟกำลังทำงานร่วมกับผู้ผลิตและพันธมิตร ในการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตลอดจนการขนส่งและการจัดเก็บวัคซีน ด้วยความร่วมมือกับกองทุนหมุนเวียนขององค์การอนามัยทวีปอเมริกา (PAHO - Pan-American Health Organization) โดยยูนิเซฟเป็นผู้นำในการจัดหาวัคซีนให้กับประเทศที่มีรายได้ต่ำไปจนถึงประเทศที่มีรายได้ต่ำปานกลางกว่า 92 ประเทศ ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนการจัดหาวัคซีนให้กับประเทศที่มีรายได้สูงปานกลาง และประเทศที่มีรายได้สูงมากกว่า 97 ประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้ครอบคลุม 4 ใน 5 ของประชากรโลก

จะจัดส่งเมื่อไหร่?

เมื่อวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพได้รับการรับรองจาก WHO ยูนิเซฟจะเริ่มดำเนินการเพื่อขนส่งวัคซีนจากผู้ผลิตไปยังประเทศต่างๆ วัคซีนสองพันล้านโดสแรกจะมุ่งไปที่การปกป้องดูแลสุขภาพของบุคลากรทางการแพทย์ชั้นแนวหน้าและบุคลากรที่ทำงานเพื่อสังคม ตลอดจนผู้ที่มีความเสี่ยงสูงและเปราะบาง

ทำไมถึงต้องเป็นหน้าที่ของยูนิเซฟ?

ในฐานะผู้ซื้อวัคซีนแบบรายเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยูนิเซฟมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและประสบการณ์อันยาวนานในการจัดหาและขนส่งเพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ ยูนิเซฟจัดหาวัคซีนมากกว่า 2 พันล้านโดสต่อปีสำหรับการฉีดวัคซีนตามปกติ และการฉีดวัคซีนเพื่อรับมือกับการระบาดในกว่า 100 ประเทศ เราเป็นพันธมิตรด้านการจัดซื้อหลักขององค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีนกาวี เราช่วยให้เด็ก ๆ ได้รับวัคซีนช่วยชีวิตมากกว่า 760 ล้านคนในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยให้เด็ก ๆ รอดพ้นจากการเสียชีวิตมากกว่า 13 ล้านคน

ในการฉีดวัคซีนให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วโลก เรามั่นใจว่าจะสามารถทำให้เจ้าหน้าที่กลับไปทำงาน เพื่อให้เด็ก ๆ และแม่ได้รับการดูแลสุขภาพที่จำเป็นต่อได้ เช่นการฉีดวัคซีนเพื่อการรักษาภาวะทุพโภชนาการและโรคร้ายแรงอื่น ๆ อย่าง โรคมาลาเรีย โรคท้องร่วง การฉีดวัคซีนก่อนคลอดและหลังคลอดพร้อมกับการดูแลทารกแรกเกิด งานเหล่านี้เป็นงานที่สำคัญ ชีวิตของเด็กหลายล้านคนต้องไม่ตกอยู่ในความเสี่ยงระหว่างทีปิดล็อกประเทศ เราไม่สามารถปล่อยให้โรคระบาดในครั้งนี้นำไปสู่การแพร่ระบาดของโรคอื่น ๆ ที่จะทำให้ความก้าวหน้าของสุขภาพเด็กถดถอยได้