แม้สะดุด แต่ไม่หยุดเดินหน้า

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เยาวชนไทยจากจังหวัดภาคใต้ ยังพร้อมสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวก

วิลาสา พงศธร และ ทรงพร ลีลากิตติโชค
ภาพหมู่ของเยาวชนที่เข้าร่วมการประกวด เยาวชนกล้าคิด สะกิดสังคม ปี 2 (Generation Unlimited)
UNICEF Thailand/2020/Hilmee Unirahsta
23 กรกฎาคม 2020

ยูนิเซฟทำงานร่วมกับเด็กและเยาวชนในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในการคิดหาแนวทางการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในประเทศ

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของโครงการนี้คือ การประกวดไอเดีย เยาวชนกล้าคิด สะกิดสังคม (Generation Unlimited: GenU)) ซึ่งเป็นโครงการการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อสังคมในระดับสากล ที่นำเด็กและเยาวชนทั่วโลกมารวมตัวกัน เพื่อเฟ้นหาไอเดียดีๆ ที่ยิ่งใหญ่ และให้คนหนุ่มสาวเหล่านี้ได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านการศึกษา การหางาน การมีส่วนร่วมทางสังคม

โดยในปีนี้ ยูนิเซฟได้ร่วมจัดการประกวด เยาวชนกล้าคิด สะกิดสังคม ปี 2 ร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นดีพี (United Nations Development Programme:S UNDP) และ มูลนิธิ  Saturday School โดยมุ่งเน้นไปที่เยาวชนไทยที่มีอายุระหว่าง 14-24 ปี ใน 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา อย่างไรก็ดี การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกวดทั่วโลก ซึ่งรวมถึงกิจกรรมเวิร์กชอปต้องสะดุดลง และเปลี่ยนรูปแบบของกิจกรรมการออกแบบและนำเสนอไอเดีย และกิจกรรมอื่น ๆ มาเป็นรูปแบบออนไลน์ ดังนั้น แอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น Zoom หรือ LINE จึงกลายเป็นช่องทางการสื่อสารหลักกับเหล่าเด็กและเยาวชนที่มาร่วมโครงการ

เยาวชนชายหญิงสองคนกำลังร่วมกิจกรรมระหว่างพักเบรกอย่างสนุกสนาน
UNICEF Thailand/2020/Hilmee Unirahsta

หลังจากที่ได้ผ่านกระบวนการอบรมออนไลน์เป็นเวลา 3 เดือนแล้ว ผู้เข้าประกวดทั้ง 54 คนจาก 12 ทีม ได้นำเสนอไอเดียผ่านการประชุมออนไลน์ให้กับคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากยูนิเซฟ ยูเอ็นดีพี ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็ก ประเทศไทย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นอกจากนี้ ยังมีสมาชิกจากโครงการ NextGen ของยูนิเซฟ และทีม Fantastic Four ซึ่งเป็นทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับโลกเมื่อปีที่แล้ว มาร่วมออกเสียงอีกด้วย การนำเสนอไอเดียจัดขึ้นในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 3 วัน เพื่อให้แต่ละทีมได้มีเวลาที่เพียงพอในการเตรียมนำเสนอไอเดียและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเหล่าคณะกรรมการ โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านทางยูทูป ให้ผู้ที่สนใจได้ร่วมติดตามรับชม

แม้ว่าสถานการณ์ของโรคโควิด-19 จะส่งผลให้หลาย ๆ สิ่งต้องหยุดชะงักไปบ้าง แต่น้อง ๆ ทั้ง 12 ทีมต่างก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง และศักยภาพในการแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจน

 “การเข้าร่วมเวิร์กชอปแบบออนไลน์เป็นประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับผมเลย ตอนแรก ๆ ผมก็งง ๆ อยู่บ้าง แต่สุดท้ายผมก็เรียนรู้จนได้ และนั่นก็ทำให้ผมรู้สึกว่าเหมือนเป็นมืออาชีพเลย!” น้อง Afham Bueraheng วัย 15 ปี ตัวแทนจากทีม OLIVIA เล่า “ผมก็เลยหวังว่าการเรียนออนไลน์ที่พวกเราเสนอไปจะช่วยให้พวกเด็ก ๆ ในชุมชนต่างด้าวได้มีโอกาสเรียนต่อ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับอนาคตของพวกเขาด้วย” เขาพูดถึงความฝันอันยิ่งใหญ่ต่อโครงการของตน

ในท้ายที่สุดแล้ว ก็ได้ 5 ทีม ที่มีไอเดียที่น่าสนใจและเป็นไปได้มากที่สุด เพื่อรับเงินทุนสนับสนุนและขยายผลโครงการจำนวน 1,000 เหรียญสหรัฐฯ และได้เข้าไปประกวดต่อในรอบสุดท้าย ซึ่งโครงการทั้ง 5 นี้ ได้รับการพิจารณาจากความแปลกใหม่ และศักยภาพในการขยายโครงการ มีทั้งบอร์ดเกมที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการบูลลี่ การ์ดเกมที่เข้ามาช่วยสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของความเท่าเทียมและเคารพความแตกต่าง แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์เพื่อให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสเรียนต่อ แพลตฟอร์มการให้คำปรึกษาออนไลน์เพื่อแก้ปัญหาการออกจากโรงเรียนกลางคัน และไอเดียการฝึกอบรมในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเพื่อเพิ่มโอกาสในการมีงานทำ เป็นการป้องกันไม่ให้กระทำผิดซ้ำอีก

หนึ่งในทีมผู้เข้าร่วมการประกวด เยาวชนกล้าคิด สะกิดสังคม ปี 2 (Generation Unlimited)
UNICEF Thailand/2020/Hilmee Unirahsta

ทั้ง 5 ทีมดังกล่าวจะได้รับการอบรมเพิ่มเติมตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ แล้วจะมีการนำเสนอไอเดียอีกครั้งในเดือนสิงหาคม 2563 เพื่อคัดเลือก 2 ทีมสุดท้ายที่จะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปเข้าร่วมการประกวดในระดับโลกต่อไป หากได้เป็นผู้ชนะในการประกวดระดับโลก จะได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 20,000 เหรียญสหรัฐฯ พร้อมได้เข้าโปรแกรมเพาะบ่มจากพันธมิตรโครงการ Generation Unlimited เพื่อช่วยให้ได้ต่อยอดโครงการ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายยิ่งขึ้นไปอีก

แม้ว่าพวกเขาจะมาจากพื้นฐานที่แตกต่างกัน แต่น้อง ๆ ทุกทีมต่างก็มีประสบการณ์จากการเติบโตในภูมิภาคที่มีความขัดแย้งซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตในพื้นที่มาอย่างยาวนานไม่แตกต่างกัน และประเด็นปัญหาที่พวกเขาเลือกที่จะแก้ไขก็สะท้อนถึงปัญหาที่ต้องเผชิญอยู่ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการออกจากโรงเรียน ความไม่เท่าเทียมกันทางการศึกษา การกลั่นแกล้งรังแก และการว่างงาน

“การระบาดของโรคโควิด-19 ในปีนี้ เป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับแต่ละทีมในการประสานงาน และร่วมก่อร่างสร้างไอเดีย แต่เมื่อถึงตอนนำเสนอไอเดีย ทุกคนสามารถนำเสนอทั้งปัญหาและแนวทางการแก้ไขได้อย่างมั่นใจไม่แพ้กันเลย หากได้รับการสนับสนุนอย่างเพียงพอแล้ว โครงการเยาวชนกล้าคิด สะกิดสังคม จะช่วยปูทางเดินให้พวกเขาสู่อนาคตการทำงานที่มั่นคงได้” คุณบีนา กุตติพารามบิล หัวหน้าฝ่ายการพัฒนาและการมีส่วนร่วมของวัยรุ่น กล่าวด้วยความมั่นใจถึงศักยภาพและความสามารถของเยาวชนในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแก่ชุมชนของตนเอง

 

***

ชมบันทึกภาพการนำเสนอไอเดียในแต่ละวัน

 

รายละเอียดโครงการเยาวชนกล้าคิด สะกิดสังคม ติดต่อได้ที่ contact-TH@unicef.org