เสียงและทางเลือกสำหรับเด็กทุกคนในประเทศไทย

เด็กและเยาวชนมีโอกาสที่จะส่งเสียงและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างแท้จริงหรือไม่

คยองซัน คิม
วัยรุ่นหญิงในชุดนักเรียนกำลังพูดในห้องประชุม
UNICEF Thailand/2017/Sukhum Preechapanich
02 กุมภาพันธ์ 2022

เมื่อไม่นานนี้ เยาวชนนักเคลื่อนไหวได้ยึดพื้นที่การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 26 (COP26) ในสก๊อตแลนด์ เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำโลกลงมือทำมากกว่าเพียงแค่พูด เพราะครึ่งหนึ่งของประชากรเด็กจำนวน 2.2 พันล้านคนทั่วโลกยังคงอาศัยอยู่ในประเทศที่กำลังเผชิญกับภาวะอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรง ส่วนในประเทศไทยเอง กว่าหนึ่งปีแล้วที่เยาวชนได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องการปฏิรูปทางการเมือง การศึกษา และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม พวกเขากำลังเรียกร้องการรับฟังและเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเหล่านั้นด้วย

ถึงเวลาที่เราต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า เด็กและเยาวชนมีโอกาสที่จะส่งเสียงและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตพวกเขาอย่างแท้จริงหรือไม่ พื้นที่หรือแพลตฟอร์มไหนที่สามารถมีส่วนร่วมได้อย่างปลอดภัยอย่างแท้จริง  การที่เราช่วยให้เด็ก ๆ ได้เข้าถึงสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน โรงเรียน หรือในสังคม จะช่วยให้เรามีกระบวนการตัดสินใจที่ดียิ่งขึ้น และยังเป็นการสร้างพลเมืองที่เข้มแข็งสำหรับในอนาคตอีกด้วย

เราควรถามตัวเองว่าการปฏิบัติแบบไหน ทัศนคติเช่นไร หรือข้อจำกัดใดที่กำลังปิดกั้นไม่ให้เด็ก ๆ ได้ส่งเสียง แสดงออกหรือได้รับการรับฟัง โรงเรียนมีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กในการแสดงออก มีส่วนร่วมและเรียนรู้หรือไม่  ผู้ใหญ่ที่กำหนดนโยบายมุ่งมั่นที่จะรับฟังข้อเสนอแนะของเด็ก ๆ และนำไปเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายและการตัดสินใจอย่างแท้จริงหรือไม่?

เราต้องรับฟังและไม่ละเลยเสียงของเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงของพวกเขาที่ดังมาจากบนท้องถนน หรือจากพื้นที่ต่าง ๆ ที่ใช้กำหนดนโยบายที่กระทบต่อชีวิตของพวกเขา ในขณะที่หลายคนยังไม่มีสิทธิเลือกตั้ง การชุมนุมอย่างสันติเป็นหนึ่งในไม่กี่หนทางที่เยาวชนคนรุ่นใหม่จะได้ใช้สิทธิความเป็นพลเมืองของตน ซึ่งหน้าที่ของพวกเราก็คือการสร้างหลักประกันว่าเด็กและเยาวชนจะมีสิทธิในการแสดงออกได้อย่างปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และนั่นหมายถึง การวางแผนเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของเด็กในการดูแลควบคุมฝูงชน ตลอดจนการทำให้แน่ใจว่า การตั้งข้อหาใด ๆ กับเด็กจะเป็นไปตามมาตรฐานสากลและเคารพกระบวนการทางกฎหมาย

เมื่อเด็กและเยาวชนรู้สึกปลอดภัยที่จะแสดงออกซึ่งความคิดเห็นทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ และมีทักษะมากพอที่จะแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์ พวกเขาจะมีพลังในการค้นหาความต้องการของตัวเองและเชื่อมั่นในความสามารถของตนในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชน การมีส่วนร่วมของเด็กเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อเด็ก สังคมซึ่งจะสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืนและปกครองด้วยความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของประชาชน การมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการกำหนดนโยบายและบริการต่าง ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของพวกเขา

เราต้องถามตัวเองด้วยว่า เรากำลังประเมินความคิดและบทบาทของเด็กและเยาวชนต่ำไปหรือไม่ เราต้องไม่ลืมว่าเด็ก ๆ มองโลกต่างไปจากผู้ใหญ่ หรือแม้แต่จากเพื่อนในวัยเดียวกัน มุมมองของเด็ก ๆ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่เปราะบางที่สุดของสังคมเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการมองทะลุปัญหาที่พวกเขากำลังเผชิญและการหาทางออก  รวมไปถึงการปลุกปั้นอนาคตที่พวกเขาฝันถึงหรือต้องรับช่วงต่อจากคนรุ่นก่อน

เราจะทำอย่างไรเพื่อช่วยให้การมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนไม่ได้เป็นไปอย่างฉาบฉวย แต่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบและมีความหมาย เด็กและเยาวชนได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขารอบรู้และมีความสนใจรอบด้าน พวกเขาใส่ใจกับทั้งอนาคตของตนเอง และกับปัจจุบันซึ่งจะเป็นตัวกำหนดอนาคตที่พวกเขาจะต้องเผชิญต่อไป หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ใหญ่อย่างพวกเรา คือการสร้างความมั่นใจว่าพวกเขาจะมีโอกาสที่จะมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงและไม่เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ และพวกเขาต้องมีส่วนร่วมตั้งแต่จุดเริ่มต้นของกระบวนการตัดสินใจ วิธีนี้จะช่วยพวกเขาได้เรียนรู้ถึงความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับสิทธิและผลกระทบจากการตัดสินใจของพวกเขาที่มีต่อผู้อื่น ในขณะเดียวกัน ผู้ใหญ่ที่มีอำนาจตัดสินใจยิ่งต้องมีความรับผิดชอบกว่าเดิมเมื่อรวมเด็กและเยาวชนเข้าไว้ในกระบวนการตัดสินใจ

การสร้างการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนอย่างแท้จริงสามารถทำให้เป็นแบบอย่างในสังคมไทยได้ ซึ่งยูนิเซฟได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และบรรจุอยู่ในแผนการดำเนินงาน 5 ปีในประเทศไทย  ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนกลไกขับเคลื่อนต่าง ๆ เช่น การสำรวจความคิดเห็นของเด็กและเยาวชน และการสื่อสารอย่างเท่าทันต่อสถานการณ์ทางออนไลน์และโซเชียลมีเดีย หรือการทำงานกับกลไกที่เป็นทางการต่าง ๆ เช่น กลไกสภาเด็กและเยาวชน หรือรัฐสภา

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ยูนิเซฟได้สนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังได้รวบรวมความเห็นของเด็ก ๆ มาใช้เพื่อการพัฒนาหลักสูตรทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและภาคีเพื่อการศึกษาไทย นี่เป็นตัวอย่างของการสร้างการมีส่วนร่วมที่มีความหมายผ่านหน่วยงานภาครัฐและองค์กรอื่น ๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้ในกระบวนการกำหนดนโยบายเพื่อตอบสนองความต้องการของเด็กและเยาวชน ผู้ซึ่งจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่นำพาสังคมในวันข้างหน้า และรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นการตัดสินใจในวันนี้

ยูนิเซฟยังได้ทำงานร่วมกับสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นเครือข่ายเด็กและเยาวชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจทั้งระดับประเทศและระดับภูมิภาค และในปีนี้เองยูนิเซฟได้ก่อตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาเยาวชน ซึ่งมาจากตัวแทนเยาวชนหลากหลายกลุ่มทั่วประเทศเพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับการทำงานของยูนิเซฟ เพื่อให้งานของเรามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและเชื่อมโยงกับเด็ก และเยาวชนกลุ่มต่าง ๆ มากขึ้น นอกจากนี้ ยูนิเซฟยังได้รวบรวมเสียงของเด็กและเยาวชนที่ได้สะท้อนความกังวลของพวกเขาต่อสถานการณ์โควิด-19 เพื่อเป็นข้อมูลแก่รัฐบาลในการรับมือกับวิกฤตครั้งนี้

เราควรถือโอกาสนี้สะท้อนและติดตามว่า เราจะทำให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์อย่างแท้จริงได้อย่างไร เราทุกคนควรมาร่วมกันมุ่งมั่นที่จะตั้งคำถาม รับฟัง และลงมือทำอย่างจริงจัง

บทความนี้ได้ตีพิมพ์ลงใน Workpoint Today เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ปี 2564


ติดตามข่าวสารจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

ไม่พลาดทุกการอัปเดต สมัครรับข่าวสารทางอีเมลกับเรา

สมัครเลย