เปิดเทอมใหม่กับการปรับตัวของครูและนักเรียนในประเทศไทยช่วงโควิด-19

หลังจากที่ต้องเลื่อนเปิดเทอมเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนครึ่ง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา

UNICEF Thailand
เด็กนักเรียนชาย ใส่เฟซชิลด์และหน้ากากผ้า กำลังจดโน้ตในชั้นเรียน
UNICEF Thailand
08 กันยายน 2020

หลังจากที่ต้องเลื่อนเปิดเทอมเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนครึ่ง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา เด็กนักเรียนในประเทศไทยก็ได้กลับไปเรียนที่โรงเรียนอีกครั้ง และกำลังปรับตัวให้เข้ากับชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal

เช่นเดียวกับที่โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เด็กนักเรียนที่นี่ต่างรู้สึกตื่นเต้นที่ได้กลับมาเรียนในวันแรก ทุกคนกระตือรือร้นที่จะได้กลับมามีกิจวัตรและตารางเรียนเหมือนกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขณะเดียวกัน เด็ก ๆ ก็พยายามปรับตัวกับการเปิดภาคเรียนใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม

โรงเรียนไทยราษฎร์คีรีเป็นโรงเรียนขนาดกลางติดชายแดนไทย-พม่า อยู่ในสังกัดของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตากเขต 2 เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงม.3 มีนักเรียนที่เข้ามาลงทะเบียนเรียน 584 คน กว่าร้อยละ  80 ของนักเรียนที่นี่เป็นเด็กข้ามชาติและเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ นอกจากนี้ โรงเรียนไทยราษฎร์คีรีก็เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ยูนิเซฟและองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา หรือยูเอสเอด ได้จัดส่งเครื่องสแกนอุณหภูมิและสิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19

นักเรียนกำลังลงจากรถโรงเรียนแล้วเดินไปที่จุดคัดกรอง
UNICEF Thailand
นักเรียนที่ผ่านการวัดอุณหภูมิที่จุดคัดกรองแล้ว จะได้รับการประทับตรา "PASS" ที่บริเวณข้อมือ
UNICEF Thailand

วันแรกของการเปิดเรียนมาพร้อมกับสายฝนที่ตกลงมาตั้งแต่เช้าตรู่ เด็ก ๆ ต่างทยอยขึ้นรถนักเรียนที่ไปรับพวกเขาถึงหมู่บ้าน โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่รถนักเรียนจะวนมารับเด็ก ๆ บ่อยกว่าเดิมถึงวันละ 6 รอบ โดยรับครั้งละไม่กี่คนเพื่อไม่ให้เด็ก ๆ นั่งเบียดจนแออัดเกินไป ก่อนขึ้นรถเด็กทุกคนจะได้รับการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อน  และเมื่อถึงโรงเรียน ก็จะมีคุณครูคอยรอรับเพื่อเช็คชื่อเด็กรายคนพร้อมให้เด็ก ๆ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้าโรงเรียน ส่วนเด็ก ๆ ที่ผู้ปกครองมาส่งเอง ก็จะมีคุณครูจะคอยวัดอุณหภูมิและให้เด็กล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้าโรงเรียนเช่นกัน เด็กทุกคนที่มีอุณหภูมิปกติ จะได้รับการปั๊มหมึกที่แขนว่า “PASS” และเดินเข้าชั้นเรียนได้เลย 

คุณครูผู้หญิงกำลังวัดอุณหภูมิของนักเรียนชาย ณ จุดคัดกรองที่โรงเรียน
UNICEF Thailand
ยูนิเซฟ และยูเอสเอด มอบเครื่องวัดอุณหภูมิให้กับโรงเรียนในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการกลับมาเปิดโรงเรียนในประเทศไทย

ชีวิตวิถีใหม่ของการเปิดเทอมวันแรกดูจะเป็นเรื่องแปลกใหม่และยังไม่คุ้นชินสำหรับเด็ก ๆ เพราะไม่ว่าพวกเขาจะหันไปทางไหน ก็จะเจอโปสเตอร์หรือสติกเกอร์รณรงค์ป้องกันโควิด-19 เต็มไปหมด นอกจากนี้ เด็ก ๆ ยังต้องสวมหน้ากากอนามัยขณะเรียน อีกทั้งโต๊ะเก้าอี้ก็ถูกจัดไว้ให้นั่งห่างกันกว่าเดิม หรือแม้แต่การเข้าแถวเคารพธงชาติตอนเช้าก็ถูกงดไป  เพื่อรักษาระยะห่าง ซึ่งการดำเนินการต่าง ๆ เหล่านี้ สอดคล้องกับคู่มือแนวปฏิบัติสำหรับการเปิดภาคเรียนใหม่ที่จัดทำขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างองค์การยูนิเซฟ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และความช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อปกป้องเด็ก ๆ จากโควิด-19  

ห้องเรียนในวันแรกที่โรงเรียนเปิดในจังหวัดตาก หลังจากการล็อกดาวน์เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19
UNICEF Thailand
นักเรียนกำลังล้างมือ
UNICEF Thailand

แต่แม้จะเต็มไปด้วยข้อกำหนดต่าง ๆ และการปรับตัวกับชีวิตวิถีใหม่ในโรงเรียน เด็ก ๆ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขาดีใจที่ได้กลับไปเรียนที่โรงเรียนอีกครั้ง

 

เด็ก ๆ ดีใจที่ได้กลับมาเรียนที่โรงเรียน

นักเรียนชายหญิงสามคนในชุดนักเรียน กำลังใส่หน้ากากอนามัยอยู่
UNICEF Thailand

เด็กนักเรียนหลายคนต่างพูดตรงกันว่า ชอบมาเรียนที่โรงเรียนมากกว่า เพราะได้เจอเพื่อน ๆ นอกจากนี้ ถ้าเรียนแล้วไม่เข้าใจตรงไหนก็สามารถถามครูได้เลย ไม่เหมือนกับการเรียนออนไลน์ที่บ้าน ซึ่งมีข้อจำกัดมากมายที่ทำให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าได้ความรู้ไม่เต็มที่ 

น้องมายด์ จากชั้น ม. 3 กลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ที่ตั้งใจจะเรียนต่อสายวิทย์-คณิตฯ บอกว่า “ตอนอยู่บ้านก็เรียนผ่านมือถือ แต่ว่าไม่ได้เรียนตามตารางตลอดเพราะว่าต้องช่วยพ่อแม่ทำไร่ ก็จะมาเรียนย้อนหลังตอนกลางคืนค่ะ พอเรียนผ่านมือถือก็จะมีปัญหาคือบางครั้งสัญญาณอินเทอร์เน็ตจะติด ๆ ขัด ๆ” 
 
เช่นเดียวกับ น้องนา ชั้น ม. 3 เชื้อสายพม่า ที่เล่าว่า “หนูต้องตื่นมาช่วยที่บ้านเปิดร้านขนมตั้งแต่ตีห้าค่ะ พอช่วยงานบ้านเสร็จก็เตรียมตัวเรียนตามตารางเลย กลางวันก็ทำอาหารเที่ยง พอเรียนเสร็จตอนเย็นก็จะช่วยที่บ้านเอาขนมไปขายตามไร่นา หนูชอบมาเรียนที่โรงเรียนมากกว่าเพราะสามารถถามคุณครูได้ถ้าไม่เข้าใจ”

 

การออกแบบวิธีการเรียนสอนที่ที่จะช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่องในช่วงปิดโรงเรียน

คุณครูผู้หญิงกำลังสอนนักเรียนในชั้นให้อ่านตัวพยัญชนะภาษาไทย
UNICEF Thailand
ห้องเรียนในชีวิตวิถีใหม่ นักเรียนแต่ละคนจะรักษาระยะห่างทางกายภาพ
UNICEF Thailand

เด็ก ๆ ที่โรงเรียนไทยราษฎร์คีรีส่วนใหญ่เป็นเด็กข้ามชาติและไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแม่ การขาดเรียนเนื้อหาภาษาไทยนาน ๆ อาจทำให้พวกเขาลืมหรือตามเนื้อหาใหม่ไม่ทันตอนเปิดเทอม ดังนั้น ก่อนการเปิดภาคเรียนใหม่ คุณครูที่โรงเรียนไทยราษฎร์จึงได้ริเริ่มโครงการ "กระเป๋าสื่อรู้กับครูไทยราษฎร์" เพื่อช่วยเสริมความรู้ให้เด็ก ๆ ในระหว่างการปิดภาคเรียนที่นานกว่าปกติ 

ช่วง 6 สัปดาห์ก่อนการเปิดภาคเรียนใหม่ ทุก ๆ วันคุณครูจะเดินทางไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ พร้อม “กระเป๋าสื่อรู้” ที่บรรจุสื่อการเรียนการสอน พร้อมใบงานทบทวนและแจกจ่ายการบ้านเพื่อทบทวนเนื้อหา โดยเด็ก ๆ ในหมู่บ้านจะมานั่งรอเรียนพร้อมกันที่ศาลาอเนกประสงค์  ซึ่งได้กลายเป็นห้องเรียนชั่วคราวของเด็ก ๆ ในช่วงโรงเรียนปิด

ครูศิรภัสสร ชุมภูเทพ ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยราษฎร์คีรี
UNICEF Thailand

“เด็ก ๆ ตั้งใจและสนใจกันเรียนมาก ผู้ปกครองให้ความสนใจเพราะเห็นว่าลูก ๆ ได้อยู่กับครู” ครูศิรภัสสร ชุมภูเทพ ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยราษฎร์คีรี กล่าว “ในช่วงโรงเรียนปิด พวกเขามักเจอกับอุปสรรคมากมายในการต้องเรียนจากที่บ้าน พ่อแม่ของเด็ก ๆ ส่วนใหญ่เป็นคนพม่าและม้ง มักต้องเข้าไร่ทำมาหากินในช่วงกลางวัน ทำให้เด็กจำนวนมากต้องอยู่กับปู่ย่าตายาย การที่ต้องเรียนผ่านระบบ DLTV ถือเป็นความท้าทาย หลายคนไม่พร้อม เช่น อ่านหนังสือไม่ออก ไม่เข้าใจ ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของโครงการกระเป๋าสื่อรู้ ซึ่งคุณครูก็ต้องปรับรูปแบบการสอนเพื่อให้มั่นใจว่าเด็ก ๆ จะไม่ลืมเนื้อหาที่เรียนไปในเทอมก่อน และไม่ขาดช่วงการเรียนรู้”   

ในช่วงอีกหลายเดือนถัดจากนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตากเขต 2 จะยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนกรมอนามัยในการตรวจประเมินสถานการณ์ และเพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกโรงเรียนได้ดำเนินการตามแนวปฏิบัติครบทั้ง 44 ข้อที่ออกโดยกรมอนามัย ซึ่งหากโรงเรียนไหนไม่ผ่านการประเมินก็อาจจะต้องถูกสั่งปิดอีกครั้ง 

การขยายการปิดโรงเรียนที่เกิดขึ้นในปีนี้ได้สร้างอุปสรรคและความท้าทายนานัปการแก่ครูและนักเรียน โดยเฉพาะเด็กกลุ่มข้ามชาติและกลุ่มชาติพันธุ์ เด็กหลายคนต้องเผชิญความยากลำบากในการที่ต้องเรียนออนไลน์ ขณะที่อีกหลายคนก็ต้องช่วยพ่อแม่หารายได้ระหว่างวัน ความพยายามที่เกิดขึ้นจากครูในพื้นที่ได้ช่วยให้เด็ก ๆ เหล่านี้ได้มีการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมที่จะขึ้นบทเรียนใหม่ได้ทันเมื่อโรงเรียนสามารถกลับมาเปิดได้ใหม่ ในขณะเดียวกัน ความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนก็ได้สร้างความแข็งแกร่งให้กับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อเด็ก ๆ ได้กลับมาเรียนที่โรงเรียน ซึ่งการทำงานและความพยายามที่เกิดขึ้น ทำให้เด็กและครูปลอดภัยและช่วยให้พวกเขาสามารถปรับตัวในวิถีชีวิตใหม่ได้ง่ายขึ้น