เตรียมความสำหรับอนาคตพร้อมให้คนหนุ่มสาวให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คนหนุ่มสาวสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของเราให้สดใสและงอกงามได้ หากพวกเขาได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ

Karin Hulshof
Transforming ASEAN education will require an innovative and entrepreneurial approach.
Reuters/Romeo Ranoc

11 กันยายน 2018

คนหนุ่มสาวสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของเราให้สดใสและงอกงามได้ แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาจะเข้าถึงศักยภาพที่มีได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ตั้งแต่ช่วงปฐมวัยไปจนถึงวัยรุ่นเรื่อยไปจนเติบใหญ่ การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพจึงเป็นความท้าทายของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกเรื่อยมา

เศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนโดยตลาดแรงงาน ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า โลกที่เข้าสู่ยุคโลกาภิวัฒน์ และการปฏิรูปตลาดการค้าโดยมุ่งเน้นที่การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของภูมิภาคในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา แนวทางการพัฒนาทุนมนุษย์ที่เป็นที่ยอมรับกันก็คือ การสร้างแรงงานที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีนวัตกรรม ผ่านโครงการอย่างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หรือหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่น ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกมีประชากรมากกว่า 2 พันล้านคน โดยราวๆ 580 ล้านคนเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งภูมิภาคนี้มีประชากรวัยรุ่นอายุระหว่าง 10-19 ปีอยู่ราวๆ 13% ของประชากรวัยรุ่นทั่วโลก ซึ่งจากฐานข้อมูลของยูนิเซฟระบุว่ามีประชากรวัยรุ่นทั่วโลกประมาณ 277 ล้านคน ซึ่งตรงนี้นับว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญมาก

ในรายงาน The Learning Generation: Investing in Education for a Changing World ของ The Education Commission ชี้ให้เห็นว่าในปี พ.ศ. 2573 จะมีคนหนุ่มสาวเพียง 50% ในประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และเพียง 1 ใน 10 ของประเทศที่มีรายได้ต่ำเท่านั้น ที่จะได้รับการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตามเกณฑ์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก วัยรุ่นหญิงชายกว่า 27 ล้านคนจะไม่ได้เข้าเรียน และแม้ว่าจะมีความก้าวหน้าขึ้นอยากมากในการขยายการเข้าถึงการศึกษาในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาในภูมิภาคนี้ ข้อมูลจากยูเนสโกชี้ให้เห็นว่ายังคงมีเด็กราว 7.2 ล้านคน (4%) ที่ไม่ได้เข้าเรียนในระดับประถมศึกษา และ 8.5 ล้านคน (10%) ไม่ได้เข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และ 18.5 ล้านคน (23%) ไม่ได้เข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

Highest of education attained
HKTDC

ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21

การพัฒนาการเรียนรู้ ความเข้าใจในทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และความพร้อมในการทำงานของคนหนุ่มสาร เป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่งยวดในภูมิภาคนี้ แม้ว่าจะได้มีการลงทุนในด้านการศึกษาในช่วงทศวรรษที่สองของชีวิตแล้ว แต่ความท้าทายในเรื่องประสิทธิภาพของการลงทุนยังคงมีอยู่ การเรียนรู้มักไม่ตอบโจทย์ความต้องการของคนหนุ่มสาว การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ และความต้องการของเศรษฐกิจยุคใหม่ บริบทของการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องส่งผลต่อการพัฒนาทักษะของวัยรุ่น แต่มักจะเป็นการเรียนรู้แบบที่ไม่ได้มีการให้คำปรึกษา ซึ่งจำกัดการมีส่วนร่วมของวัยรุ่น ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการศึกษายังคงไม่ได้รับการแก้ไขที่เพียงพอ เช่น การพัฒนาข้อมูลและระบบการเฝ้าติดตามที่มีประสิทธิภาพ, การเสริมสร้างทักษะให้เหล่าคุณครูโดยนำข้อค้นพบทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการพัฒนาสมองของวัยรุ่นมาเป็นฐานในการออกแบบวิธีการสอน, การให้คนหนุ่มสาวและชุมชนได้มีส่วนร่วมในกระบวนกรเรียนรู้ และการจัดโครงการสนับสนุน

การแปรสภาพการเรียนรู้และทักษะของวัยรุ่น จำเป็นต้องใช้วิธีที่เป็นนวัตกรรม เช่น การใช้ปัญญาประดิษฐ์, การใช้เทคโนโลยีในการเข้าถึงความรู้และทักษะ และการอาศัยบทบาทของภาคเอกชนและกิจการเพื่อสังคม รูปแบบของโรงเรียนแบบเดิมอาจไม่ตอบสนองต่อความต้องการของวัยรุ่น โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่นอกระบบ หรือกลุ่มที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม

ความท้าทายอันหลากหลาย

ในขณะที่ภาระในเรื่องผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและความพร้อมสำหรับอาชีพและชีวิตในอนาคตมักจะถูกยกให้เป็นเรื่องของระบบการศึกษา แต่นั่นไม่ใช่คำตอบเพียงคำตอบเดียวสำหรับปัญหาความท้าทายอันซับซ้อนที่สังคมของเรากำลังเผชิญอยู่ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกมีความหลากหลายสูงมาก ทั้งความแตกต่างทางด้านเศรษฐกิจตลอดไปจนถึงด้านภูมิศาสตร์ ความเท่าเทียมกันทางเพศ และชาติพันธุ์ สิ่งเหล่านี้มีผลต่อผลการเรียนรู้ของคนหนุ่มสาวอย่างไร? ส่วนใหญ่แล้วกรณีของการถูกกีดกันออกจากการศึกษาและการเรียนรู้จะมีองค์ประกอบเรื่องเพศเกี่ยวข้องอย่างมาก บางประเทศกำลังลงทุนในด้านนโยบายและโครงการต่างๆ เพื่อป้องกันความรุนแรงบนฐานเพศภาวะในโรงเรียน หรือส่งเสริมเรื่องการจัดการสุขอนามัยระหว่างมีประจำเดือน และการเรียนการสอนเพศวิถีศึกษา ในหลายประเทศ การตั้งครรภ์ในวัยเรียนของเด็กสาวส่งผลให้พวกเธอต้องออกจากโรงเรียน อัตราการมีบุตรในวัยรุ่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันอยู่ที่ 47 รายต่อหญิงอายุ 15-19 ปี 1,000 คน ซึ่งสูงกว่าเอเชียใต้ที่มีอัตราการมีบุตรวัยรุ่นอยู่ที่ 35 รายต่อหญิง 1,000 คน ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและการแต่งงานเด็กในประเทศแถบอาเซียน เช่น ไทย, กัมพูชา, ฟิลิปปินส์ และ ลาส แสดงให้เห็นถึงกำแพงที่เป็นอุปสรรคต่อเด็กสาวในการบรรลุถึงศักยภาพของพวกเธอในการศึกษาและการเรียนรู้ และมักส่งผลให้พวกเธอต้องเลือกชีวิตที่ถูกกีดกันออกจากตลาดแรงงานที่มีงานดีๆ 

A girl sells native bracelets outside Cambodia's Ta Prohm temple in Siem Reap.
Reuters/Erik De Castro
A girl sells native bracelets outside Cambodia's Ta Prohm temple in Siem Reap.

หลักฐานจากการศึกษาต่างๆ ทั่วโลกเกี่ยวกับเด็กที่ต้องออกจากโรงเรียนแสดงให้เห็นว่า ในหลายๆ ประเทศ มีต้นทุนทางการศึกษาหรือค่าใช้จ่ายที่กลายมาเป็นข้อจำกัดในการเข้าถึงการศึกษาของเด็กๆ ในกลุ่มที่ด้อยโอกาส ครอบครัวที่มีฐานะยากจนมักจะต้องตัดใจจากการศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาหรืออุดมศึกษา ปัจจัยบางอย่าง เช่น ความปลอดภัยบนท้องถนน หรือ การที่เด็กชายและเด็กสาวเข้าไม่ถึงระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัย ส่งผลต่อการตัดสินใจของครอบครัวพวกเขาว่าจะลงทุนในการศึกษาต่อหรือไม่ ซึ่งทางออกที่เป็นไปได้ที่สุดของปัญหานี้ จากการวิจัยต่างๆ ก็คือ โครงการคุ้มครองทางสังคมที่มุ่งเน้นไปที่การลดค่าใช้จ่ายของครอบครัวเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงการให้เรียนฟรี, การให้เงินอุดหนุน (ทั้งแบบมีเงื่อนไขและแบบไม่มีเงื่อนไข), โครงการทุนการศึกษา นอกจากนี้การร่วมทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เช่น ระบบใบทะเบียนสำคัญ (Voucher system) ก็มีส่วนช่วยให้นักเรียนในชุมชนที่ยากจนสามารถอยู่ในระบบการศึกษาต่อไปได้

แพลตฟอร์มสำหรับนวัตกรรม

ท้ายที่สุดนี้ ในภูมิภาคที่ขับเคลื่อนโดยแนวคิดผู้ประกอบการและเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และการกล้าคิดกล้าแสดงออกของวัยรุ่นและเยาวชน จะกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรม ความสำคัญของการมีส่วนร่วมของเด็กและวัยรุ่นในด้านการศึกษาและโครงการการเรียนรู้ และผลลัพธ์เชิงบวกของการมีส่วนร่วมของเด็กและวัยรุ่นที่มีต่อการพัฒนาทักษะและความสามารถ ความสัมพันธ์ทางสังคม สุขภาพกายใจและในระยะยาว ต่างก็เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง โอกาสในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและการมีส่วนร่วมของวัยรุ่นมีความสำคัญอย่างมากสำหรับการเสริมศักยภาพและทักษะให้พวกเขา และสำคัญต่อนวัตกรรมและแนวคิดการเป็นผู้ประกอบการเช่นกัน คนหนุ่มสาวจะสามารถเข้าถึงศักยภาพของพวกเขาและประสบความสำเร็จได้ ผ่านการลงทุนในกิจการเพื่อสังคม สตาร์ทอัพ และโครงการเพาะบ่มสตาร์ทอัพต่างๆ การทำงานร่วมกัน หรือ การสร้างผลงานร่วมกัน เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับภาครัฐบาล หน่วยงานวิจัย ภาคเอกชน ภาพประชาสังคม ในการที่จะให้คนหนุ่มสาวได้เข้ามามีอิทธิพลอย่างแท้จริงในกระบวนการและการตัดสินใจในเรื่องที่มีผลต่อสิทธิในการศึกษาและความเป็นอยู่ของพวกเขา

ยูนิเซฟตระหนักดีว่าทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จะเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับอนาคต และโรงเรียนต่างๆ จำเป็นต้องเพาะบ่มทักษะทั้งในหลักสูตรการศึกษาและนอกหลักสูตรการศึกษา และให้โอกาสแก่วัยรุ่นในการพัฒนาทั้งในและนอกระบบการศึกษา ถึงกระนั้นก็ตาม ข้อเท็จจริงก็คือตัวระบบการศึกษาเพียงอย่างเดียว จะไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาความท้าทายของการเรียนรู้ที่เราเผชิญอยู่ได้ทั้งหมด เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานด้านสวัสดิการสังคม สุขภาพ ส่วนปกครองท้องถิ่น คมนาคม และภาคเอกชน จะต้องร่วมกันตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของคนหนุ่มสาวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และสังคมในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วนี้

หมายเหตุ

  • บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ World Economic Forum on ASEAN
  • บทความนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกที่ weforum.org วันที่ 10 กันยายน 2561
  • เขียนโดย: Karin Hulshof, ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียใต้ และแปซิฟิก องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ)
  • มุมมองในบทความเป็นของตัวผู้เขียนบทความ ไม่ใช่ของ World Economic Forum

รู้จักกับยูนิเซฟให้มากกว่านี้