เคล็ดลับการเลี้ยงดูเด็กในภาวะการระบาดของโคโรน่าไวรัส ( COVID-19)

แนวคิดที่จะช่วยบิดามารดาและผู้ที่คอยเลี้ยงดูเด็กทำงานที่สำคัญที่สุดในโลก

UNICEF
ครอบครัว พ่อแม่ลูก 4 คน
UNICEF Thailand/2017/Thuentap
31 มีนาคม 2020

< กลับไปที่หน้ายูนิเซฟ โควิด -19

การระบาดของโรคโคโรนาไวรัส ( COVID-19) ชนะสัมพันธภาพต่างๆทั่วโลกโรงเรียนปิดทำการ ทำงานจากระยะไกล การห่างกันทางกาย – เป็นเรื่องยากสำหรับทุกคน โดยเฉพาะกับผู้ปกครอง เราได้ร่วมมือกับโครงการ Parenting for Lifelong Health เพื่อให้ผู้ปกครองและผู้ดูแลมีเคล็ดลับในการจัดการสิ่งใหม่ (ชั่วคราว) เหล่านี้ให้เป็นเรื่องปกติ

 

ค้นหาเคล็ดลับการเลี้ยงดู

1. ใช้เวลาด้วยกัน
2. พูดในเชิงบวก
3. สร้างกิจกรรม 
4. พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
5. สงบอารมณ์และจัดการความเครียด
6. พูดคุยเกี่ยวกับโควิด-19

 

 

1. ใช้เวลาตัวต่อตัว

ไปทำงานไม่ได้? โรงเรียนปิด? กังวลเกี่ยวกับการเงิน? เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกเครียดและหนักใจในสิ่งเหล่านี้

โรงเรียนปิดเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กและวัยรุ่น การใช้เวลาตัวต่อตัวนั้นอิสระและสนุกสนาน สิ่งนี้ทำให้เด็กรู้สึกเป็นที่รักและรู้สึกปลอดภัย และแสดงถึงว่าพวกเขาเป็นบุคคลสำคัญ

ดาวน์โหลดทิปเหล่านี้

 

จัดสรรเวลาให้เด็กแต่ละคน

อาจใช้เวลาเพียงแค่ 20 นาทีหรือนานกว่านั้น ขึ้นกับเราจัดสรร อาจเป็นเวลาเดิมในแต่ละวันเพื่อเด็กเล็กและวัยรุ่นจะได้รอคอย

ถามลูกของคุณว่าพวกเขาต้องการทำอะไร

การให้พวกเขาเลือกสร้างความมั่นใจในตนเอง หากพวกเขาต้องการทำสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับการเว้นระยะห่างทางกาย นี่เป็นโอกาสที่จะพูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับสิ่งนี้

แนวทางสำหรับทารก/เด็กเล็ก

  • เลียนแบบการแสดงออกทางสีหน้าและน้ำเสียง
  • ร้องเพลง สร้างเสียงดนตรีด้วยหม้อและช้อน
  • ลองซ้อนถ้วยเป็นชั้นหรือกำแพง
  • เล่าเรื่องราว อ่านหนังสือให้ฟังหรือให้ดูรูปภาพ

แนวทางสำหรับเด็กโต

  • อ่านหนังสือให้ฟังหรือดูรูป
  • ไปเดินเล่นในสถานที่กลางแจ้งหรือรอบๆบ้าน
  • เต้นรำหรือร้องเพลง
  • ทำงานบ้านด้วยกัน – เล่นเกมทำงานบ้านและทำอาหารด้วยกัน
  • ช่วยสอนการบ้าน

แนวทางสำหรับเด็กวัยรุ่น

  • สนทนาเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาชอบเช่น กีฬา ดนตรี ดารา เพื่อนฝูง
  • ไปเดินเล่นในสถานที่กลางแจ้งหรือรอบๆบ้าน
  • ออกกำลังกายด้วยกันด้วยเพลงที่พวกเขาชอบ

ปิดทีวีและโทรศัพท์ ฟังและอยู่กับพวกเขา ให้พวกเขาทราบว่าคุณสนใจพวกเขาอยู่ และเล่นสนุกด้วยกัน!

 

< กลับไปด้านบน

2. พูดในเชิงบวก

อาจเป็นการยากที่จะมีอารมณ์ความรู้สึกในแง่บวกเมื่อเด็กทำให้เราต้องปวดศีรษะ เรามักลงท้ายด้วยการพูดว่า “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ทว่าเด็กๆมีแนวโน้มที่จะทำในสิ่งที่เราร้องขอหากเราพูดในเชิงบวกและชื่นชมพวกเขาเมื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง

ดาวน์โหลด ทิปเหล่านี้

 

พูดถึงพฤติกรรมที่คุณต้องการให้กระทำ

ใช้คำพูดเชิงบวกเมื่อต้องการให้ลูกของคุณทำสิ่งใดเช่น “ช่วยเอาเสื้อผ้าออกไป” (แทนการพูดว่า “อย่าทำเลอะเทอะ”)

ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับการสื่อสาร

การตะโกนใส่หน้าลูกของคุณจะทำให้คุณและพวกเขาอยู่ในภาวะตึงเครียดและมีอารมณ์รุนแรงขึ้น ควรดึงดูดความสนใจของพวกเขาโดยการเรียกชื่อ และพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่ใจเย็น

ชื่นชมลูกของคุณเมื่อพวกเขาปฏิบัติตัวดี

ชื่นชมลูกของคุณหรือเด็กๆสำหรับสิ่งที่พวกเขาทำได้ดี พวกเขาอาจไม่ตั้งใจ แต่คุณจะมองเห็นเมื่อพวกเขาทำสิ่งเหล่านั้นอีกครั้ง นี่จะเป็นการสร้างความมั่นใจได้ว่าคุณสังเกตเห็นและเป็นห่วงพวกเขาอยู่เสมอ

ทำได้จริง

ลูกของคุณสามารถทำสิ่งที่คุณขอได้จริงหรือไม่? เป็นการยากสำหรับเด็กที่จะเก็บบางสิ่งไว้ภายในใจตลอดทั้งวัน แต่พวกเขาอาจเก็บคำพูดไว้ได้ราว 15 นาทีในขณะที่คุณกำลังคุยโทรศัพท์

ช่วยให้เด็กวัยรุ่นไม่พลาดการติดต่อ

โดยเฉพาะวัยรุ่นต้องการการติดต่อกับเพื่อนฝูง ช่วยลูกในวัยรุ่นของคุณติดต่อกับเพื่อนผ่านโซเชียลมีเดียและวิธีอื่นในการเว้นระยะห่างอย่างปลอดภัย ซึ่งสิ่งนี้คุณและลูกสามารถทำด้วยกันได้!

 

< กลับไปด้านบน

3. สร้างกิจกรรม

โควิด-19 พรากกิจวัตรประจำวันในการทำงาน กิจวัตรกับทางบ้าน และโรงเรียนไป จึงเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเด็กๆ วัยรุ่น และตัวคุณเอง ดังนั้นการทำกิจกรรมใหม่ๆจะช่วยพวกคุณได้

ดาวน์โหลด ทิปเหล่านี้

 

ลองทำกิจกรรมที่ปรับเปลี่ยนได้ แต่ปฏิบัติได้สม่ำเสมอทุกวัน

  • จัดตารางสำหรับคุณและลูกๆในการทำกิจกรรมและใช้เวลาว่างร่วมกัน นี่จะช่วยให้เด็กรู้สึกถึงความปลอดภัยและมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น
  • ให้เด็กหรือลูกในวัยรุ่นช่วยวางแผนกิจวัตรประจำวันเช่น จัดตารางเรียน เด็กจะปฏิบัติตามสิ่งที่พวกเขามีส่วนร่วมนั้น
  • ออกกำลังกายทุกวัน – สิ่งนี้ช่วยทั้งจัดการความเครียดและเด็กที่มีพลังงานสะสมอยู่มากที่บ้านด้วย

สอนลูกของคุณเกี่ยวกับการรักษาระยะห่างอย่างปลอดภัย

  • หากประเทศของคุณปลอดภัย ให้พาเด็กออกไปด้านนอก
  • คุณสามารถเขียนจดหมายหรือวาดรูปและแบ่งปันให้ผู้อื่นดูได้ แปะไว้ที่หน้าบ้านให้ผู้อื่นเห็นเลย!
  • สร้างความมั่นใจให้ลูกของคุณด้วยการพูดคุยว่าต้องทำอย่างไรจึงจะปลอดภัย
  • ฟังสิ่งที่พวกเขาพูดและให้ความสำคัญ

ทำให้การล้างมือและสุขอนามัยเป็นเรื่องสนุก

  • ร้องเพลงราว 20 วินาทีขณะล้างมือ และเต้นรำไปด้วย!
  • ให้คะแนนเด็กและชมเชยการล้างมือเป็นประจำ
  • เล่นเกมเพื่อดูว่าเราสัมผัสใบหน้าของเรากี่ครั้งและให้รางวัลหากสัมผัสน้อยที่สุด (ช่วยกันนับได้)

พฤติกรรมของคุณเป็นแบบอย่างให้กับลูก

หากคุณกำลังฝึกรักษาระยะห่างและสุขอนามัยที่ดี และปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเห็นอกเห็นใจโดยเฉพาะกับผู้ป่วยและผู้มีความเสี่ยงแล้ว ลูกๆทั้งเด็กเล็กและวัยรุ่นจะเรียนรู้สิ่งนี้จากคุณ

เมื่อแต่ละวันสิ้นสุดลง ใช้เวลาทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นสักครู่ บอกลูกของคุณถึงสิ่งดีๆหรือความสนุกที่พวกเขาได้ทำ ชมเชยตัวเองในสิ่งที่คุณทำได้ดีในวันนี้ คุณคือฮีโร่!

 

< กลับไปด้านบน

 

4. พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

เด็กทุกคนดื้อ เป็นเรื่องปกติเมื่อเด็กรู้สึกเหนื่อย หิว หวาดกลัว หรือต้องการอิสระ พวกเขาอาจทำให้เราปวดศีรษะได้เมื่อต้องติดอยู่ที่บ้าน

ดาวน์โหลด ทิปเหล่านี้

 

เปลี่ยนพฤติกรรม

  • ค้นหาพฤติกรรมที่ไม่ดีและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นโดยเร็ว
  • ยับยั้งก่อนที่จะเกิดขึ้น! เมื่อพวกเขารู้สึกกระวนกระวาย คุณสามารถเบี่ยงเบนความสนใจของเขาด้วยสิ่งที่น่าสนใจหรือสนุกสนานอื่น เช่น “ มาเถอะ ออกไปเดินเล่นข้างนอกกัน!”

หยุดพักสักระยะ

รู้สึกอยากกรีดร้องหรือไม่ ให้เวลาตนเองหยุดพักเป็นเวลา 10 วินาที หายใจเข้าออกช้าๆห้าครั้ง จากนั้นจึงตอบพวกเขาด้วยความใจเย็น ผู้ปกครองหลายล้านคนบอกว่านี่ช่วยได้มาก!

ใช้หลักการของผลที่จะเกิดตามมา

หลักการของผลจะเกิดขึ้นตามมาช่วยสอนให้ลูกของเรามีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่พวกเขากระทำ มีความเป็นระเบียบวินัยและอยู่ในกฎระเบียบ ซึ่งสิ่งนี้สัมฤทธิ์ผลมากกว่าการตีหรือตะโกนใส่พวกเขา

  • ให้ทางเลือกกับลูกของคุณปฏิบัติตามคำสั่งก่อนจะบอกถึงผลที่จะตามมา
  • พยายามใจเย็นเมื่อบอกถึงผลที่จะเกิดตามมา
  • ต้องมั่นใจว่าสามารถปฏิบัติได้จริง เช่น การยึดโทรศัพท์จากเด็กวัยรุ่นไว้เป็นเวลา 1 อาทิตย์เป็นเรื่องยากเกินไป แต่การยึดไว้เป็นเวลา 1 ชั่วโมงสามารถปฏิบัติได้
  • เมื่อกฎนี้สิ้นสุดลง ให้โอกาสเด็กในการปรับปรุงตัว และชื่นชมพวกเขา

การใช้เวลาตัวต่อตัว การชื่นชมเมื่อกระทำดี และมีกิจวัตรอย่างสม่ำเสมอช่วยลดพฤติกรรมที่ไม่ดีของพวกเขาได้

มอบหมายงานที่ง่ายให้กับเด็กและลูกในวัยรุ่นของคุณกระทำ แต่ต้องมั่นใจว่าเป็นสิ่งที่พวกเขาสามารถกระทำได้ และชมเชยเมื่อเขาลงมือทำด้วย!

 

< กลับไปด้านบน

5. สงบอารมณ์และจัดการความเครียด

ช่วงนี้เป็นภาวะตึงเครียด ดูแลตัวเองให้ดีเพื่อที่คุณจะสามารถให้กำลังใจลูกได้

ดาวน์โหลด ทิปเหล่านี้

 

คุณไม่ได้อยู่คนเดียว

ผู้คนหลายล้านคนอยู่ในภาวะหวาดกลัวเช่นเดียวกับเรา ลองหาใครสักคนที่คุณสามารถพูดคุยด้วยได้ว่าคุณรู้สึกอย่างไร และฟังพวกเขา หลีกเลี่ยงโซเชียลมีเดียที่จะทำให้คุณรู้สึกหวาดกลัว

พักผ่อนบ้าง

เราทุกคนต้องการการพักผ่อน เมื่อลูกของคุณหลับแล้ว ให้หากิจกรรมที่สนุกสนานหรือผ่อนคลายทำเพื่อตัวเองบ้าง ทำรายการกิจกรรมที่คุณชอบ คุณสมควรได้รับมัน

ฟังลูกๆของคุณ

เปิดใจและฟังลูกๆของคุณ ลูกจะมองหาคุณเมื่อต้องการกำลังใจและความมั่นใจ ฟังลูกๆของคุณเมื่อพวกเขาเล่าว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร รับรู้ถึงความรู้สึกเหล่านั้นและปลอบโยน

หยุดพักสักระยะ

สิ่งเหล่านี้คือ กิจกรรมเพื่อการผ่อนคลายเป็นเวลา 1 นาทีที่คุณสามารถกระทำได้เมื่อรู้สึกเครียดหรือเป็นกังวล

ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมการ

  • นั่งด้วยท่าทางที่สบายและผ่อนคลาย เท้าวางราบกับพื้น นำมือมาวางไว้ที่หน้าตัก
  • หลับตาลงหากจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น

ขั้นตอนที่ 2 : ลองคิด รู้สึกถึงสิ่งต่างๆ และกายของเรา

  • ถามตัวเองว่า “ คิดอะไรอยู่ในตอนนี้”
  • ให้ประเมินความคิด ประเมินความคิดตนเองว่าเป็นไปในแง่บวกหรือแง่ลบ
  • ให้ประเมินอารมณ์ว่าเป็นอย่างไร ประเมินอารมณ์ของคุณว่ามีความสุขหรือไม่
  • ให้ประเมินว่าร่างกายรู้สึกอย่างไร ประเมินว่าเจ็บปวดหรือเป็นกังวลหรือไม่

ขั้นตอนที่ 3 : จดจ่อกับลมหายใจ

  • ฟังเสียงลมหายใจเข้า-ออก
  • อาจนำมือวางไว้ที่หน้าท้องและรู้สึกถึงการขึ้นและลงของลมหายใจ
  • คุณอาจอยากพูดกับตนเองว่า “ ไม่เป็นไร ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะไม่เป็นอะไร”
  • หลังจากนั้นฟังเสียงของลมหายใจสักระยะ

ขั้นตอนที่ 4 : กลับมา

  • สังเกตว่าร่างกายรู้สึกอย่างไร
  • ลองฟังเสียงภายในห้อง

ขั้นตอนที่ 5 : การสะท้อน

  • ให้คิดว่า “รู้สึกดีขึ้นหรือไม่?”
  • เมื่อคุณพร้อม ให้ลืมตา และเปิดใจรับฟังลูกของคุณ เด็กๆจะมองหาคุณเมื่อต้องการกำลังใจและความมั่นใจ ฟังลูกของคุณเมื่อพวกเขาแบ่งปันความรู้สึก รับฟังว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรและปลอบโยน

การหยุดพักสักระยะได้ผลดีเมื่อลูกของคุณทำให้คุณหงุดหงิดหรือพวกเขาทำสิ่งผิดพลาดด้วยเช่นกัน นี่เป็นโอกาสดีที่ทำให้ใจเย็นขึ้น เพียงแค่การหายใจลึกๆหรือการสัมผัสได้ถึงพื้นที่ฝ่าเท้าก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ คุณและลูกของคุณสามารถทำร่วมกันได้เช่นกัน!

 

< กลับไปด้านบน

6. พูดถึงสถานการณ์โควิด-19

ให้ลองสนทนา พวกเขาอาจได้ยินข่าวแล้ว การปิดเงียบและเก็บเป็นความลับไม่สามารถปกป้องลูกๆของเราได้ แต่ความจริงใจและการเปิดใจช่วยได้มากกว่า พิจารณาดูว่าพวกเขาจะเข้าใจได้มากน้อยเพียงใด คุณรู้ดีที่สุด

ดาวน์โหลด ทิปเหล่านี้

 

ให้เปิดใจและรับฟัง

ให้ลูกของคุณพูดได้อย่างอิสระ ให้ถามคำถามปลายเปิดและประเมินว่าพวกเขารับรู้มากน้อยเพียงใด

จริงใจ

ให้ตอบคำถามของพวกเขาอย่างจริงใจ ประเมินว่าลูกของคุณอายุเท่าไรและจะเข้าใจสถานการณ์ได้มากน้อยเพียงใด

ให้กำลังใจ

ลูกของคุณอาจรู้สึกกลัวหรือสับสน ให้พื้นที่กับพวกเขาในการแบ่งปันความรู้สึกและทำให้พวกเขาทราบว่าคุณอยู่กับพวกเขา

ไม่เป็นไรหากไม่ทราบคำตอบ

ไม่เป็นไรหากต้องพูดว่า “เราไม่รู้เลย แต่เราพยายามกันอยู่ หรือ “เราไม่รู้เลยแต่กำลังหาหนทางอยู่” ให้ใช้โอกาสนี้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆจากลูกของคุณ!

ฮีโร่จะไม่ถูกรังแก

อธิบายว่าโควิด-19 ไม่เกี่ยวข้องกับรูปลักษณ์ของผู้คน ไม่ว่าจะมาจากที่ใดหรือพูดภาษาใด บอกลูกของคุณว่าเราควรจะเห็นอกเห็นใจผู้ป่วยและผู้ดูแลพวกเขา ให้เล่าเรื่องราวของบุคคลากรที่ทำงานเพื่อยับยั้งโรคระบาดและผู้ดูแลผู้ป่วยเหล่านี้

มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น

บางเรื่องราวอาจไม่จริง ให้อ้างอิงจากเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้เช่น องค์กรยูนิเซฟ และองค์การอนามัยโลก

ปิดการสนทนาด้วยคำพูดที่จริงใจ

ประเมินว่าลูกของคุณสบายดีหรือไม่ บอกพวกเขาว่าคุณเป็นห่วง และเขาสามารถพูดคุยกับคุณได้ตลอดเวลา และให้ทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสนุกสนาน!

 

< กลับไปด้านบน


 


เคล็ดลับการเลี้ยงดูเหล่านี้จัดทำขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Parenting for Lifelong Health.

 

< กลับไปที่หน้ายูนิเซฟ โควิด-19