หยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับเด็กและคนไร้บ้านในช่วงโควิด-19

ศูนย์พักพิงเด็กต้องเว้นระยะห่าง แต่ยังคงหาทางให้ความช่วยเหลือเด็กกลุ่มเปราะบางในกรุงเทพมหานคร

สิรินยา วัฒนสุขชัย
เด็กผู้หญิงกับแม่กำลังนั่งอยู่บนพื้นในศูนย์พักพิงเด็ก
UNICEF Thailand/2021/Preechapanich
13 กรกฎาคม 2021

“หนูกลัวว่าจะติดตอนใช้ชีวิตข้างถนนนี่แหละ” วี (ชื่อสมมติ) พูดพลางค่อยๆ ถอดหน้ากากอนามัยเพื่อกินข้าวกลางวันที่ศูนย์เดอะฮับสายเด็ก (เดอะฮับ) ศูนย์พักพิงสำหรับเด็กและเยาวชนเปราะบางในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะชุมชน​หัวลำโพง

วีนอนข้างถนนมาหลายเดือนแล้ว แต่ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเธอพักอาศัยในเต็นท์กับคนอื่นๆ อีกห้าคนที่ทางเดอะฮับจัดให้บริเวณหน้าศูนย์ เมื่อคืนเธอโชคดีที่ได้พักในห้องพักรายวัน 250 บาททำให้เธอได้อาบน้ำตอนเช้าและมากินข้าวกลางวันที่เดอะฮับได้อย่างสะอาดสดชื่น แต่อย่างไรเสียเธอต้องหาเงินให้ได้อีก 10 บาทไว้จ่ายค่าอาบน้ำที่โรงแรมตอนค่ำเพราะเธอรู้สึกไม่ปลอดภัยถ้าต้องไปอาบน้ำในห้องน้ำที่ปั๊มแก๊สใกล้ๆ เหมือนเด็กผู้ชายทำกัน

วีเป็นคนบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี แต่พออายุได้ 12 ขวบเธอก็เริ่มใช้ชีวิตข้างถนนในกรุงเทพมหานคร ตอนอายุ 15 ปีเธอตัดสินใจลองไปใช้ชีวิตกับแม่และแฟนใหม่แถวประชาอุทิศ แต่อยู่กับครอบครัวใหม่แม่ได้แค่ปีเดียวเธอก็ตัดสินใจหนีออกจากบ้านแล้วกลับมาใช้ชีวิตบนถนนอีกครั้งเพราะพ่อเลี้ยงตบตีเธอ

“หนูหนีออกมาแล้วกลับมาอยู่ที่นี่” วีเล่า ที่นี่ของเธอคือถนนในละแวกหัวลำโพงที่เธอคุ้นชิน และมาขอความช่วยเหลือ อาหาร และคำปรึกษาจากเดอะฮับอยู่เสมอ

ผู้ชายกำลังนั่งอยู่ในเต้นท์ชั่วคราวที่ศูนย์พักพิงจัดทำให้
UNICEF Thailand/2021/Preechapanich
เดอะฮับต้องงดให้ที่พักพิงแก่เด็ก ๆ ตามคำสั่งของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทางศูนย์จึงได้จัดทำที่พักชั่วคราวให้พวกเขา

เดอะฮับสายเด็กก่อตั้งโดยมูลนิธิสายเด็กในปีพ.ศ. 2554 เพื่อเป็นศูนย์พักพิงให้กับเด็กกลุ่มเปราะบางอายุต่ำกว่า 18 ปีมีที่พึ่งพิงเรื่องอาหารและที่พักและให้คำปรึกษา นับตั้งแต่การแพร่ระบาดระลอกสามในเดือนเมษายนที่ผ่านมาเดอะฮับต้องงดให้ที่พักพิงแก่เด็กๆ เป็นการชั่วคราวอีกครั้งตามคำสั่งของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ศูนย์แห่งนี้เคยมีเด็กมาพักด้วยมากถึง 15 คนในแต่ละคืน

วีเป็นหนึ่งในเด็กราว 20,000 คนที่อาศัยอยู่บนถนนทั่วประเทศ จากข้อมูลของมูลนิธิพบว่าสาเหตุหลักที่เด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่ต้องมาใช้ชีวิตบนถนนมักเกิดจากปัญหาความรุนแรงภายในครอบครัว การทำร้ายร่างกายและจิตใจ

เด็กผู้หญิงยืนอยู่นอกศูนย์พักพิง ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของศูนย์ยืนอยู่ในอาคาร
UNICEF Thailand/2021/Preechapanich
เด็กหญิงวัย 11 ขวบเป็นหนึ่งในเด็กกว่า 20,000 คนที่ต้องใช้ชีวิตบนถนนทั่วประเทศไทย

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เดอะฮับได้ให้ความช่วยเหลือและบริจาคสิ่งของมากกว่า 10,000 ครั้งในแต่ละปีให้กับเด็กเปราะบางกลุ่มนี้ เด็กบางคนอายุเพียง 11 ขวบ เดอะฮับได้ให้คำปรึกษาและทำงานใกล้ชิดกับเด็กมากกว่า 400 เคส และกว่าครึ่งถูกปิดไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่าเด็กบางคนหาทางออกจากวงจรสภาวะไร้ที่อยู่อาศัยที่แสนจะเลวร้ายนี้ได้สำเร็จ

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์กำลังเล่นกับเด็กน้อย ซึ่งเป็นลูกของเด็กไร้บ้านที่ทางศูนย์ดูแลอยู่
UNICEF Thailand/2021/Preechapanich
เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์กำลังเล่นกับเด็กน้อย ซึ่งเป็นลูกของเด็กไร้บ้านที่ทางศูนย์ดูแลอยู่

การแพร่ระบาดของโควิด-19 นี้ทำให้งานของเดอะฮับมีความสำคัญต่อเด็กที่อาศัยอยู่บนถนนมากกว่าช่วงเวลาไหนๆ เพราะสถานการณ์ปัจจุบันทำให้การอาศัยบนถนนที่เคยยากลำบากอยู่แล้ว กลับยิ่งลำบากและอันตรายสำหรับเด็กเหล่านี้กว่าเดิม เพราะพวกเขาต้องกระเสือกกระสนหาที่พักที่สะอาดและปลอดภัย รวมศูนย์พักพิงเองก็ถูกสั่งให้ปิดตามประกาศของรัฐบาลตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่มูลนิธิก็ไม่ย่อท้อ พวกเขายังคงหาหนทางช่วยเด็กกลุ่มเปราะบางที่ต้องใช้ชีวิตบนถนนเหล่านี้ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย ขนม และอาหารสามมื้อยังคงถูกแจกจ่ายให้เด็กๆ ผ่านหน้าต่างเล็กๆ ตรงประตู และบทสนทนายังคงดำเนินต่อไปภายใต้มาตรการรักษาระยะห่าง

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์รอส่งชามอาหารให้กับชายคนหนึ่งผ่านหน้าต่าง ในขณะที่เขากำลังล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์
UNICEF Thailand/2021/Preechapanich
ขนม และอาหารสามมื้อยังคงถูกแจกจ่ายให้เด็ก ๆ และคนไร้บ้าน ผ่านหน้าต่างเล็ก ๆ ตรงประตู

“เราทำได้ดีที่สุดเท่านี้ในช่วงเวลานี้” กัญญภัค สุขอยู่ กล่าว เธอเป็นผู้จัดการเดอะฮับตั้งแต่พ.ศ. 2557 “เด็กๆ จะมารับอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย และข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นอื่นๆ เมื่อเขาต้องการ”

กัญญภัคเล่าว่าความไว้เนื้อเชื่อใจต้องอาศัยเวลา บางครั้งอาจจะใช้เวลาถึงสามเดือนก่อนที่พวกเขาจะเริ่มพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของศูนย์พักพิง หรืออาจจะยาวนานถึงสองปีกว่าพวกเขาจะยอมเปิดอกพูดคุย การสร้างความเชื่อใจทำได้ยากยิ่งขึ้นหากเด็กๆ ต้องเผชิญกับความปัญหาด้านสุขภาพ เช่น ความหิวโหยหรือภาวะซึมเศร้า

“เด็กๆ พวกนี้ไม่ได้อยากมีชีวิตแบบนี้ แต่พวกเขาหาทางออกไม่เจอ” กัญญภัคเล่า

กัญญภัค สุขอยู่ ผู้จัดการเดอะฮับ
UNICEF Thailand/2021/Preechapanich
กัญญภัค สุขอยู่ ผู้จัดการเดอะฮับ

ยูนิเซฟสนับสนุนความช่วยเหลือด้านการให้คำปรึกษาเบื้องต้นเชิงจิตวิทยาและการจัดการการปกป้องเด็กผ่านสายด่วน 1387 ของมูลนิธิสายเด็ก การดูแลด้านจิตวิทยาและให้ความช่วยเหลือด้วยการปกป้องเด็กกลุ่มเปราะบางเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นช่วงวิกฤตและฟื้นฟูสภาพจิตใจหลังความทุกข์ยากครั้งนี้ไปได้ และยังสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือเพื่อให้สภาพร่างกายและจิตใจของพวกเขาปลอดภัย

นอกจากนี้ยูนิเซฟยังมอบผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย ไม่ว่าจะเป็นสบู่ แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ เจลล้างมือ และหน้ากากอนามัยเพื่อให้เดอะฮับส่งต่อให้กับเด็กๆ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวมากกว่า 10,000 ชิ้นให้กับชุมชนและกลุ่มเปราะบางในกรุงเทพมหานครผ่านองค์กรไม่แสวงผลกำไรอื่นๆ อีกด้วย

“สำหรับเด็กที่ต้องเผชิญกับสภาพไร้ที่อยู่อาศัยในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดโควิด-19 วัยเด็กของพวกเขาอยู่ในภาวะเสี่ยง และพวกเขาขาดสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่ต้องใช้ในการมีชีวิตและเจริญเติบโต” ปริญญา บุญฤทธิ์ฤทัยกุล เจ้าหน้าที่ฝ่ายคุ้มครองเด็กประจำ ยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าว “เราสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิสายเด็กและเดอะฮับเพื่อให้เด็กๆ ยังคงเข้าถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยได้ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เราได้ช่วยให้คำปรึกษากับเด็กมากกว่า 8,500 คนและให้การสนับสนุนการปกป้องเด็กผ่านสายด่วนของมูลนิธิและเดอะฮับ การช่วยเหลือให้เด็กกลุ่มเปราะบางยังต้องดำเนินต่อไปแม้ว่าประตูศูนย์พักพิงจะต้องปิดลงชั่วคราว และไวรัสยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง”

แม้ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะทำให้การช่วยเหลือเด็กๆ ให้หลุดพ้นจากวงจรบนถนนเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยทำได้ยากยิ่งขึ้น แต่เครือข่ายของเราก็ไม่ย่อท้อ เดอะฮับยังคงหาทางยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือแม้ในยามยาก

ติดตามข่าวสารจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

ไม่พลาดทุกการอัปเดต สมัครรับข่าวสารทางอีเมลกับเรา

สมัครเลย