ร่วมเฝ้าระวังเด็กและครอบครัวกลุ่มเปราะบางในวิกฤตโควิด-19

การมอบความช่วยเหลือแก่เด็กและครอบครัวกลุ่มเปราะบางเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนจากโรคระบาด และป้องกันการพลัดพรากของสมาชิกในครอบครัว

มลฤดี จันทร์สุทธิพันธุ์
ยูนิเซฟร่วมกับบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรีและกรมกิจการเด็กและเยาวชน แจกจ่ายถุงมหัศจจรย์บรรจุหนังสือ ของเล่น และสื่อการเรียนรู้ของยูนิเซฟ ให้แก่ครอบครัวที่มีเด็กเล็กในชุมชนยากจนและแคมป์คนงานก่อสร้าง
UNICEF Thailand/2021/Sukhum Preechapanich
14 ธันวาคม 2021

“หนูกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการดูแลลูก” แพรว (นามสมมติ) คุณแม่วัย 19 ปี เปิดเผยถึงความกังวลของเธอระหว่างพักอยู่ในที่แคมป์ก่อสร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ที่ซึ่งเธออาศัยอยู่กับสามีและลูกน้อยวัย 6 เดือน

ตลอดช่วงเวลาแห่งการระบาดของเชื้อโควิด-19 ทั้งสามชีวิตพึ่งพารายได้จากแหล่งเดียว นั่นคือเงินเดือนสามีของแพรวที่รับเดือนละ 10,000 บาท แม้เธอจะมีรายได้เพิ่มขึ้นมาวันละ 300 บาทจากการที่แพรวทำงานเสริมเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของแคมป์คนงานที่เธออาศัยอยู่ แต่พวกเขาก็ยังคงกังวลว่าจะไม่มีเงินเพียงพอที่จะส่งเสริมการเรียนรู้ของลูกน้อยที่กำลังเริ่มเล่นและมีการเรียนรู้

เพื่อเป็นการช่วยเหลือครอบครัวกลุ่มเปราะบางและคุณแม่วัยรุ่นในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในช่วงเวลาที่ยากลำบากจากมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นความเครียดทางการเงิน และการที่ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยต้องหยุดทำการ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย จึงร่วมมือกับกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) และบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี แจกจ่าย “ถุงมหัศจรรย์” ซึ่งเต็มไปด้วยหนังสือ ของเล่น และอุปกรณ์เสริมสร้างการเรียนรู้จำนวน 300 ถุง ให้แก่คนงานในแคมป์ต่าง ๆ ตลอดจนชุมชนรายได้น้อยในจังหวัดนนทบุรี โดยนอกจากจะแจกจ่ายอุปกรณ์เพื่อการเรียนรู้แล้ว ยูนิเซฟและ ดย. ยังมอบชุดช่วยเหลือพร้อมของใช้จำเป็นต่าง ๆ เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ผ่านทางบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรีและอีก 13 จังหวัดที่ทำงานกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความเปราะบาง

UNICEF together with Nonthaburi Shelters for Children and Families and the Department of Children and Youth distributing UNICEF Magic Bags of books, toys and learning materials to families with young children in the urban poor communities and construction camps.
UNICEF Thailand/2021/Sukhum Preechapanich

ในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของพัฒนาการเด็กปฐมวัยเช่นนี้ เด็ก ๆ สามารถพัฒนากระบวนการคิด การเข้าสังคม อารมณ์ และร่างกาย ผ่านความมหัศจรรย์และพลังจากการเล่นของเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การเล่นถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างความสุข เพิ่มความมั่นใจในตัวเอง และช่วยให้เด็ก ๆ รู้สึกปลอดภัยที่จะเรียนรู้

แม้แต่ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาด หนังสือเด็กและของเล่นเด็กก็ยังเป็นสิ่งของที่หลายครอบครัวไม่สามารถซื้อให้ลูกได้ ผลการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีปี 2562 พบว่า มีเด็กอายุ 5 ขวบเพียงร้อยละ 34 เท่านั้นที่มีหนังสือเด็กที่บ้าน และหากเป็นบ้านที่มีฐานะยากจนมาก จะมีหนังสือเด็กติดบ้านเพียงแค่ร้อยละ 14 เท่านั้น

ซึ่งนั่นทำให้ จุ๋ม (นามสมมติ) คุณแม่วัย 18 ปี ผู้เป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรีรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เล่นต่อบล็อกและอ่านหนังสือจาก “ถุงมหัศจรรย์” ของยูนิเซฟกับลูกน้อยซึ่งกำลังเริ่มหัดเดินและพูดเก่งขึ้นทุกวัน

“หลังจากหมดโรคระบาดแล้ว หนูอยากจะพาลูกไปที่ศูนย์การเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมพัฒนาการของเขาได้” จุ๋มกล่าวอย่างมีความหวัง

สำหรับ ยา (นามสมมติ) คุณแม่วัย 19 ปี สถานการณ์โควิด-19 ทำให้เธอวิตกกังวลจากการตั้งท้องลูกคนแรกและยังถูกจำกัดพื้นที่ห้ามเดินทางออกนอกแคมป์คนงานที่เธออาศัยอยู่กับสามีตั้งแต่ต้นปี โดยในช่วงที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มแคมป์คนงานก่อสร้างที่อยู่กันอย่างหนาแน่นเพิ่มสูงขึ้นมากก็ได้มีคำสั่งปิดแคมป์ ส่งผลให้คนงานก่อสร้างชาวไทยและชาวต่างชาติกว่า 80,000 คนในกรุงเทพฯ และอีก 9 จังหวัดถูกกักตัวอยู่ภายในที่พักตั้งแต่ตัวปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลายคนในจำนวนนี้ต้องขาดรายได้กระทันหัน รวมทั้งตกอยู่ในความเสี่ยงด้านความเป็นอยู่และสุขภาพเมื่อต้องอาศัยอยู่ในที่พื้นที่ที่แออัดและออกไปไหนไม่ได้

“การอยู่แต่ในที่พักคนงานทำให้หนูเครียดมาก หนูร้องไห้หลายครั้ง แล้วเรายังต้องเก็บเงินไว้สำหรับซื้อสิ่งของจำเป็น หนูไม่มีเงินซื้อของเล่นให้ลูกเลย” ยาเล่าถึงความอัดอั้นในใจของเธอ

แม้จะเกิดภาวะชะงักงันจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 ไปจนถึงความท้าทายของการท้องในวัยรุ่น แต่คุณแม่วัยใสอย่างยาก็ยังตั้งใจที่จะคลอดลูกและเริ่มต้นใช้ชีวิตอย่างดีที่สุด

UNICEF together with Nonthaburi Shelters for Children and Families and the Department of Children and Youth distributing UNICEF Magic Bags of books, toys and learning materials to families with young children in the urban poor communities and construction camps.
UNICEF Thailand/2021/Sukhum Preechapanich

เพื่อให้มั่นใจว่าเด็ก ๆ ที่สูญเสียพ่อแม่/ผู้ดูแลหลักจากการระบาดของโรคโควิด-19 จะยังคงได้รับการดูแลโดยครอบครัว ยูนิเซฟได้ทำงานร่วมกับ ดย. เพื่อเผยแพร่แนวทางการดูแลเด็กเพื่อป้องกันการถูกแยกจากครอบครัว รวมทั้งส่งเสริมให้เด็กได้รับการดูแลที่จำเป็นและมีความปลอดภัยผ่านการอบรมผู้ปฏิบัติงานของหน่วยงานภายใต้ ดย. กว่า 107 แห่งทั่วประเทศไทยเกี่ยวกับการดูแลด้านจิตสังคมสำหรับเด็ก ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งรวมถึงเด็กที่สูญเสียครอบครัวจากโรคโควิด-19 และได้มีการมอบเงินสนับสนุนแก่ผู้ดูแลเด็กจำนวน 300 คนที่สูญเสียครอบครัวจากวิกฤตครั้งนี้

“ยูนิเซฟทำงานร่วมกับรัฐบาลและเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือครอบครัวกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รวมทั้งคุณแม่วัยรุ่นและลูกที่อาศัยอยู่ในแคมป์คนงาน รวมถึงเด็ก ๆ ที่สูญเสียพ่อแม่/ผู้ดูแลจากโรคนี้” นันทภรณ์ เอี่ยมวนานนทชัย เจ้าหน้าที่งานคุ้มครองเด็ก องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าว

“เมื่อเด็กต้องเผชิญกับการสูญเสียครอบครัวอย่างกระทันหันจากโรคโควิด-19 พวกเขาต้องสูญเสียทั้งผู้เป็นที่รัก ผู้ที่ให้การดูแลเอาใจใส่ และความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในชีวิต เป็นเรื่องน่าเศร้าที่มีเด็กกว่า 400 คนในประเทศไทยต้องประสบกับเหตุการณ์นี้ เราจึงต้องมุ่งมั่นทำงานเพื่อให้แน่ใจว่า เด็ก ๆ จะยังคงได้อยู่ร่วมกับสมาชิกในครอบครัวที่เด็กคุ้นเคยและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมภายใต้สภาพแวดล้อมของครอบครัวที่เกื้อหนุน แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายของการเป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวหรือการต้องดูแลเด็กโดยลำพัง โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังถดถอยเช่นนี้ ทั้งนี้การส่งเด็กไปอยู่สถานสงเคราะห์ ควรเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น” นันทภรณ์ กล่าว

ด้วยการทำงานร่วมกับระหว่างยูนิเซฟ ดย. กรมสุขภาพจิต และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ทำให้เด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 จำนวนมากถึง 630 ครอบครัว สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือและบริการทางสังคมผ่านทางศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 โดยสามารถแอดไลน์เพื่อติดต่อรับการช่วยเหลือได้ที่ @savekidscovid19


ติดตามข่าวสารจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

ไม่พลาดทุกการอัปเดต สมัครรับข่าวสารทางอีเมลกับเรา

สมัครเลย