ย้อนหลังเรื่องราวปี 2564

ตั้งแต่ปี 2489 จวบจนปีนี้ ยูนิเซฟอยู่กับทุกคนในช่วงเวลาที่ลำบากที่สุด

ทรงพร ลีลากิตติโชค และ ดิลฉัตร ซุสสุโพวา
อาสาสมัคร I Am UNICEF และเจ้าหน้าที่องค์การยูนิเซฟ กำลังถ่ายรูปหมู่ ในพื้นที่แพ็กสิ่งของช่วยเหลือชุมชนคลองเตย
UNICEF Thailand/2021/Sukhum Preechapanich
22 ธันวาคม 2021

ภารกิจของยูนิเซฟดำเนินร่วมกับภาคีพันธมิตรและผู้สนับสนุนมาแล้วหลายทศวรรษ เพื่อส่งเสริมสิทธิเด็กและสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้เด็กทุกคนทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก เป็นระยะเวลาถึง 75 ปีแล้วที่เราไม่เคยหยุดนิ่ง

ภารกิจรับมือโควิด-19

โรคระบาดที่ต่อเนื่องในปีที่สอง กับหลายชีวิตที่ต้องสูญเสียไป รวมถึงผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของอีกชีวิต ยิ่งทำให้การส่งความช่วยเหลือและการเข้าถึงเด็กและครอบครัวที่เปราะบางนั้นสำคัญกว่าที่เคยเป็นมา

จากการระบาดระลอกที่สามของโควิด-19 ในประเทศไทย ซึ่งเป็นระลอกที่หนักที่สุด ยูนิเซฟได้ปรับเปลี่ยนห้องสำนักงานเป็นสถานที่บรรจุชุดสิ่งของฉุกเฉิน ซึ่งทั้งอาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ และศิลปินดาราต่างมาช่วยกันจัดเตรียมชุดสุขอนามัยและชุดส่งเสริมการเรียนรู้จำนวน 22,000 ชุด สำหรับชุมชนแออัดและมีรายได้ต่ำในกรุงเทพฯ จากนั้นก็ได้แจกจ่ายสมุดภาพกิจกรรมที่ให้ข้อมูลโรคโควิด-19แก่เด็กและผู้ใหญ่กว่า 29,000 คนในชุมชนคลองเตย

ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตร เราได้แจกจ่ายอุปกรณ์อนามัยให้เด็กและครอบครัวไปแล้วเกือบ 300,000 คน ทั้งในโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก บ้านพักคนชรา สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ที่พักพิงคนข้ามชาติ สถานสงเคราะห์และศูนย์การเรียนรู้ รวมทั้งในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ แคมป์ก่อสร้าง ตลาด และพื้นที่เสี่ยงทั้งใกล้เคียงและในจังหวัดห่างไกล

โรคระบาดครั้งนี้ทำให้การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นด้านการดูแลสุขภาพเป็นไปได้ยาก เราจึงช่วยให้เด็กและครอบครัวได้เข้าถึงบริการขั้นพื้นฐาน และมอบเครื่องผลิตออกซิเจนจำนวน 550 เครื่องให้โรงพยาบาล ทั้งระดมเงินบริจาคผ่านแคมเปญ Box of Life และการระดมทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิตเด็ก ๆ

ภารกิจต่อเนื่องเพื่อเด็กทุกคน

เราลุกขึ้นสู้กับวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน ด้วยการทำงานร่วมกันกับพวกเขา ขยายพลังอาสา รวมทั้งการทำภารกิจด้วยช่องทางออนไลน์

คุณแม่และลูกสาวตัวน้อยของเธอกำลังเปิดถุงใส่ชุดส่งเสริมการเรียนรู้ที่ได้รับจากยูนิเซฟ ในชุมชนคลองเตย
UNICEF Thailand/2021/Sukhum Preechapanich
คุณแม่และลูกสาวตัวน้อยของเธอกำลังเปิดถุงใส่ชุดส่งเสริมการเรียนรู้ที่ได้รับจากยูนิเซฟ ในชุมชนคลองเตย

ในช่วงเวลาลำบากที่สถานเลี้ยงเด็กต้องปิดตัวลง และการเรียนรู้ต้องหยุดชะงัก เราทำให้เด็ก ๆ จากครอบครัวที่มีรายได้น้อย และครอบครัวแรงงานข้ามชาติกว่า  10,000 คน กลับมายิ้มได้อีกครั้งด้วยกล่องมหัศจรรย์ และถุงมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์การเรียนรู้และของเล่นเสริมทักษะ โดยในปีนี้เราช่วยให้นักเรียนได้กลับเข้าเรียนอย่างปลอดภัยด้วยการรณรงค์ให้ครูได้รับวัคซีนโควิด-19 เป็นกลุ่มแรก ๆ และเสนอแนวทางปฏิบัติสำหรับสถานศึกษา โดยมุ่งเน้นการเฝ้าติดตามและบรรเทาการเสียโอกาสการเรียนรู้ ทั้งยังส่งเสริมการเรียนทางไกลและการเรียนแบบผสมผสาน นอกจากนี้ กิจกรรมอ่านสัปดาห์ละเล่มของเราที่ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการยังได้กลับมาช่วยจุดประกายจินตนาการและส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้แก่เด็ก ๆ ในช่วงปิดโรงเรียนอีกด้วย

เราให้คำแนะนำและเคล็ดลับเรื่องสุขภาพจิตที่นำไปใช้ได้จริงแก่เยาวชนและครอบครัว เพื่อช่วยให้ทุกคนหันมาดูแลให้ความสำคัญกับสุขภาวะทางใจ ผ่านแคมเปญ “Every Day is Mind Day — โอกาสพักใจมีได้ทุกวัน” และส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ดีที่สุดเพื่อสำหรับสุขภาพของทารกแม้ในท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  และเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายต่าง ๆ ด้านความเป็นอยู่ของเด็กให้ดียิ่งขึ้น เรายังได้ออกผลรายงานการสำรวจโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติร่วมกับยูนิเซฟ ซึ่งพบว่าเด็กที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดห่างไกลทางภาคใต้ยังคงขาดโอกาสมากกว่าพื้นที่อื่นในเรื่องสำคัญหลาย ๆ ด้าน เช่น โภชนาการ การรับวัคซีน การมีหนังสือที่บ้าน ทักษะการเรียนรู้เบื้องต้น และการศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา

เราส่งเสริมสิทธิเด็ก ๆ ที่ไม่ได้อยู่อาศัยได้รับการดูแลจากพ่อแม่ให้ได้เติบโตในสภาวะแวดล้อมแบบครอบครัว และป้องกันไม่ให้เด็ก ๆ ต้องถูกแยกจากครอบครัวอันเนื่องจากผลกระทบของมาตรการแยกกักตัวเพื่อรับมือโควิด-19  ทั้งนี้ ยูนิเซฟได้ช่วยให้เด็กได้รับการปฐมพยาบาลทางใจ ผ่านระบบปรึกษาออนไลน์ 8,193 ครั้ง และสนับสนุนด้านการคุ้มครองเด็กผ่านสายด่วนของมูลนิธิสายเด็ก

นอกจากนี้ วิดีโอบทเรียนที่ยูนิเซฟร่วมกับ StartDee ได้ทำให้การเรียนรู้เรื่องสิทธิเด็กเป็นเรื่องสนุกและเข้าถึงได้ รวมถึงหนังสือนิทานที่เราทำร่วมกับ InSkru และนักจิตวิทยา ก็ยังช่วยให้ครูสามารถสร้างพื้นที่ปลอดภัยในชั้นเรียนได้อีกด้วย

เราส่งเสริมสิทธิและเสียงของเด็กให้ถูกรับฟัง และสนับสนุนโอกาสให้เยาวชนจำนวน 177,128 คนมีส่วนร่วมกับกิจกรรมในครอบครัว ในโรงเรียนและในสังคม และท่ามกลางสถานการณ์ชุมนุมประท้วง รวมถึงในโลกออนไลน์ด้วย นอกจากนี้ เรายังได้ขยายพลังเสียงเด็กทั่วประเทศไทยด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาเยาวชนยูนิเซฟเพื่อให้การมีส่วนร่วมของเยาวชนในงานของยูนิเซฟและพันธมิตรเป็นไปอย่างแข็งขันและเป็นระบบชัดเจน พร้อมกันนั้นยังได้จัดอบรมผู้นำอาสายูนิเซฟ I Am UNICEF รุ่นที่ 2 จำนวน 12 คน เพื่อเตรียมความพร้อมให้พวกเขาได้นำเอาความตั้งใจที่มี ไปสู่การลงมือสร้างโครงการของตนเองเพื่อพัฒนาสังคม

ยูนิเซฟ พร้อมทั้งพันธมิตรและผู้สนับสนุนของเราจะเดินหน้าทำงานเพื่อเด็กและเยาวชนต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้เด็กทุกคนมีชีวิตรอด เติบโต และก้าวหน้าต่อไป

รับข่าวสารและร่วมเดินทางไปกับเราได้ในปี 2565

ร่วมภารกิจยูนิเซฟ