ยูนิเซฟส่งพลังอาสาช่วยเด็ก ๆ รับมือผลกระทบโควิด-19

ชาวอาสาสมัครได้แสดงให้พวกเราได้เห็นถึงความสำคัญของพลังของคนธรรมดาทั่วไปที่มารวมตัวช่วยเหลือกันในช่วงเวลาแห่งวิกฤต

Jose Alba
อาสาสมัครในโครงการ I Am UNICEF กำลังโชว์สมุดระบายสีที่พวกเขานำไปแจกจ่ายให้กับเด็กๆ และครอบครัวในชุมชนย่านคลองเตย
Jakkarin Sirimongkol
10 มิถุนายน 2020

ทุกวันนี้แทบไม่มีใครเลยที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19  ซึ่งทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ ในสังคมและครอบครัวต้องพลิกผันหน้ามือเป็นหลังมือ และทุก ๆ คนไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน หรือผู้ใหญ่ ต่างก็ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น

ประเทศไทยก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น จากผลสำรวจเร็ว ๆ นี้ที่จัดทำโดยยูนิเซฟ ร่วมกับสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย และหน่วยงานต่าง ๆ ขององค์กรสหประชาชาติ พบว่า เด็กและเยาวชนกว่า 7 ใน 10 คน ในไทย ได้รับผลกระทบเชิงลบด้านสุขภาพจิต มีความเครียดและความกังวล

I Am UNICEF ซึ่งเป็นโครงการอาสาสมัครของยูนิเซฟ เล็งเห็นถึงประเด็นปัญหานี้ และได้ระดมกำลังอย่างเร่งด่วนเพื่อที่จะช่วยเร่งมือการตอบสนองกับปัญหาที่มากับโควิด-19 และเนื่องจากการมีข้อมูลที่ถูกต้องเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ชีวิตปลอดภัยได้ในช่วงโรคระบาด เราจึงพัฒนาแนวทาง 3 ขั้นตอนปลุกพลังอาสา เพื่อจะทำงานร่วมกับเหล่าอาสาสมัคร

3 ขั้นตอนปลุกพลังอาสา
UNICEF Thailand

ด้วยกิจกรรมอาสาที่นำเสนอโดยยูนิเซฟ  มีอาสาสมัครเกือบ 2,000 คน เข้าร่วมในการสร้างสรรค์ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพที่เด็ก ๆ สามารถเข้าใจได้ง่าย  อาสาฯ เหล่านี้ยังช่วยเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครอง เพื่อที่จะช่วยแก้ไขความเข้าใจผิด และรณรงค์การไม่ตีตราในสถานการณ์ที่ไวรัสแพร่ระบาด ทั้งยังช่วยให้ข้อมูลว่าพ่อแม่จะช่วยปกป้องลูก ๆ จากโรคระบาดนี้อย่างไรได้บ้าง

งานอาสาของยูนิเซฟครั้งนี้สร้างความสนใจให้กับสื่อและผู้มีชื่อเสียง เช่น ไทยพีบีเอสได้ให้ความสนใจเข้ามาทำข่าว และทีมงานของยูนิเซฟได้เชิญชวนให้ศิลปินดารา และอินฟลูเอนเซอร์ เข้ามาช่วยปลุกกระแสงานอาสาเพื่อสังคมนี้

เรามาลองเจาะลึกลงถึงให้เห็นเรื่องราวของแต่ละขั้นของแนวทาง 3 ขั้นตอนปลุกพลังอาสา ครั้งนี้

 

ติดตาม

ผู้นำอาสาสมัครจาก 17 จังหวัด ได้ลงพื้นที่ชุมชมเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เป็นผลพวงจากการระบาดของโรคโควิด-19  อนุสรณ์ ยิ่งนอก นักศึกษาจากมหาวิทยามหิดล และผู้นำอาสาสมัครของเราจากรุงเทพฯ ริเริ่มโครงการอาสาที่มุ่งเน้นเรื่องการช่วยเหลือนักศึกษาในการปรับตัวกับการเรียนแบบออนไลน์ ในช่วงที่มหาวิทยาลัยปิดเพราะโรคระบาด

ผู้นำเยาวชนอาสากำลังถือไมโครโฟน แชร์ประสบการณ์ในกิจกรรมอบรมผู้นำอาสาขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย
UNICEF Thailand/2019/Sukhum Preechapanich
A young volunteer leader is holding a microphone, sharing his experience in UNICEF Thailand's Volunteer Leader training

อนุสรณ์ใช้เฟสบุ๊กไลฟ์ในการเผยแพร่แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องในการเรียนทางไกลแบบออนไลน์ และเริ่มจัดประชุมออนไลน์ซึ่งตัวเขาทำหน้าที่ให้คำแนะนำกับนักศึกษารุ่นน้องในการรับมือกับการเรียนหนังสือจากบ้าน  “การเรียนทางออนไลน์ต้องมีขั้นตอนที่จะช่วยให้การมีปฎิสัมพันธ์ในชั้นเรียนเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเราพบว่าการเรียนออนไลนยังติดปัญญหาหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น ความเสถียรของระบบออนไลน์ การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้ก็ช่วยให้ตัวผมเองมีระเบียบวินัยมากขึ้นกับการเรียน และตอนนี้ผมยังสามารถช่วยแนะนำการสร้างวินัยตัวเองสำหรับการเรียนให้กับนักศึกษารุ่นน้องได้อีกด้วย” อนุสรณ์กล่าว

 

พัฒนา

นักถ่ายวีดีโอ นักออกแบบกราฟฟิก และนักวาดการ์ตูน กว่า 800 คน จากทั่วประเทศไทย และอีกกว่า 10 ประเทศทั่วโลก ได้ลงทะเบียนร่วมเป็นอาสาสมัครเพื่อที่จะช่วยพัฒนาเนื้อหา ข้อมูลความรู้ สำหรับทั้งเด็ก ๆ  และพ่อแม่ผู้ปกครอง  อาสาสสมัครบางคนยังได้เสนอตัวร่วมเป็นอาสาให้กับสำนักงานภูมิภาคของยูนิเซฟ และหน่วยงานอื่น ๆ ของสหประชาชาติอีกด้วย

หน้าปกของสมุดวาดภาพ หนึ่งในกิจกรรมของโครงการ I Am UNICEF องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย
UNICEF Thailand

เป็นที่น่าสนใจว่า บรรดานักวาดการ์ตูนจิตอาสาได้ส่งผลงานเข้าร่วมโครงการกว่าหลายร้อยชิ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ถูกรวบรวมเข้าไว้ใน แคตตาลอกออนไลน์ สำหรับเด็ก ซึ่งมาพร้อมข้อมูลความรู้ในการดูแลตัวเองให้สุขภาพแข็งแรงปลอดภัย ผลงานบางส่วนได้ถูกรวบรวมเพื่อจัดทำเป็นสมุดกิจกรรมสำหรับเด็ก โดยสมุดเหล่านี้จะถูกเผยแพร่แจกจ่ายไปทั่วประเทศด้วยพลังของเหล่าอาสาสมัคร

 

ระดมกำลัง

ในขั้นตอนนี้ บรรดาอาสาสมัครจะระดมกำลังกันเพื่อนำสมุดกิจกรรม และเนื้อหาข้อมูลต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์โดยเพื่อน ๆ ชาวอาสาฯ ไปแจกจ่ายให้ถึงมือเด็ก ๆ ในชุมชมต่าง ๆ ซึ่งเหล่าอาสาก็ยังช่วยกันเผยแพร่ แคตตาลอกออนไลน์ สำหรับเด็ก ที่ช่วยส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับเด็กและพ่อแม่ในการดูแลตัวเองในช่วงโควิด-19 และเนื้อหาในแคตตาลอกยังช่วยส่งเสริมกิจกรรมที่ครอบครัวจะใช้เวลาร่วมกันได้อีกด้วย  กิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากเหล่าพลังอาสา โดยมีอาสากว่า 1,000 เข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงการโปรโมทสื่อเหล่านี้ผ่านทางโซเชียลมีเดียอีกนับไม่ถ้วน

 

 

ที่ผ่านมา ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับโควิด-19 นั้นมีอยู่อย่างมากมายตามสื่อต่าง ๆ แต่ว่าส่วนมากแล้วจะเป็นข้อมูสำหรับผู้ใหญ่ เช่น แนวทางสำหรับพ่อแม่ในการดูแลหรือพูดคุยเรื่องโควิด-19 กับลูก ๆ  แต่ครั้งนี้บรรดาอาสาสมัครได้เข้ามาระดมกำลังช่วยยูนิเซฟในการสร้างอะไรบางอย่างที่เฉพาะเจาะจงสำหรับเด็ก ๆ  ซึ่งเป็นข้อมูลที่เด็ก ๆ เข้าถึงได้ ไม่ว่าจะมีอินเตอร์เน็ตหรือไม่มีก็ตาม

นี่ก็เป็นอีกครั้งทีชาวอาสาสมัครได้แสดงให้พวกเราได้เห็นถึงความสำคัญของพลังของคนธรรมดาทั่วไปที่มารวมตัวช่วยเหลือกันในช่วงเวลาแห่งวิกฤต  เหล่าอาสาสมัครได้ช่วยให้ยูนิเซฟสามารถสื่อสารโดยตรงกับผู้คนต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวางขึ้น ซึ่งรวมทั้งสื่อสารต่อเด็ก ๆ โดยตรงอีกด้วย

เราขอขอบคุณพลังอาสาทุก ๆ คนจากใจ

 

ร่วมอาสากับเรา