ช่วยครอบครัวพ่อแม่วัยรุ่นให้ช่วยตนเองได้ในช่วงโควิด-19

สนับสนุนด้านสุขอนามัย การดูแลสุขภาพ และการจ้างงานที่เหมาะสมแก่ครอบครัวพ่อแม่วัยรุ่นในพื้นที่ห่างไกล

วันดี สันติวุฒิเมธี
เจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขกำลังสอนทักษะการเลี้ยงดูลูกและการป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับคุณพ่อคุณแม่
UNICEF Thailand
01 กันยายน 2021

ขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับการระบาดระลอกที่สามและเป็นระลอกที่รุนแรงที่สุดของโรคโควิด-19 การส่งเสริมการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ การจ้างงานที่เหมาะสม และอุปกรณ์การรักษาสุขอนามัย ที่จำเป็นในชุมชนต่าง ๆ ที่ห่างไกล ถือเป็นเรื่องที่ยากลำบากกว่าที่เคยเป็นมา แต่องค์การยูนิเซฟ และพันธมิตรต่างก็ร่วมมือกันหาหนทางให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มครอบครัวเปราะบางในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดเช่นนี้

จากการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2562 (The Thailand Multiple Indicator Cluster Survey: MICS) ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติและองค์การยูนิเซฟ พบว่าอัตราการคลอดในกลุ่มแม่วัยรุ่น ยังคงสูงในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ห่างไกล ถึงแม้ว่าอัตราการคลอดในวัยรุ่นในระดับประเทศ จาก 60 คนต่อประชากรวัยรุ่นหญิง 1,000 คน เหลือเพียง 23 ต่อประชากรวัยรุ่นหญิง 1,000 คน ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2555-2562 แล้วก็ตาม ซึ่งการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นทุกครั้งมีความเสี่ยงต่อสุขภาพเพิ่มขึ้นของทั้งมารดาและทารก บ่อยครั้งที่มารดาวัยรุ่นต้องถูกตีตรา เลือกปฏิบัติ หรือเผชิญการความรุนแรงจากฝ่ายชาย ครอบครัว และชุมชน จนต้องหยุดพักการเรียนไปในที่สุด

ตั้งแต่ปี พ.ศ.2563 องค์การยูนิเซฟได้ให้การสนับสนุนโครงการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (Adolescent Pregnancy Programme) ซึ่งดำเนินการโดยสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย (สวท.) ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อสร้างเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขแม่วัยรุ่นจำนวน 60 คน และแกนนำเยาวชนอีก 160 คน ตลอดจนกลุ่มองค์กรนอกภาครัฐ (เอ็นจีโอ) กลุ่มธุรกิจ และกลุ่มประชาสังคมต่าง ๆ เพื่อร่วมกันดูแลกลุ่มมารดาวัยรุ่นในพื้นที่ห่างไกล เช่น อำเภอแม่อาย และอำเภอเชียงดาว ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการคลอดในกลุ่มวัยรุ่นที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ หรือ มีอัตราการคลอดกว่า 50 คน ต่อวัยรุ่น 1,000 คน

นิดา (นามสมมุติ) มารดาวัยรุ่นวัย 17 ปี และอาสาสมัครสาธารณสุขแม่วัยรุ่น ซึ่งให้การศึกษาแก่เพื่อนกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านของเธอเรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ ตลอดจนการป้องกันการตั้งครรภ์และการวางแผนครอบครัวของกลุ่มวัยรุ่น เล่าว่า “หนูมีหน้าที่เชิญชวนเพื่อน ๆ วัยรุ่นที่ตั้งท้องให้ไปฝากท้อง และตรวจสุขภาพก่อนคลอด”

คุณพิสมัย ไชยหลาก (Pisamai Chailak) ผู้จัดการฝ่ายโครงการของสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยระบุว่า กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขแม่วัยรุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มมารดาวัยรุ่นด้วยเช่นเดียวกับนิดา เป็นกลุ่มบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจในชุมชน และบทบาทของพวกเธอก็ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ ภารกิจของพวกเธอร่วมกับกลุ่มเพื่อนนักการศึกษาสาธารณสุข และโรงพยาบาลชุมชนต่าง ๆ ได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือกลุ่มมารดาวัยรุ่นและฝ่ายชายไปแล้วเป็นจำนวน 135 คู่ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะขยายการสนับสนุนช่วยเหลือกลุ่มมารดาวัยรุ่นในอำเภอเชียงดาว และอำเภอแม่อายในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งมีประชากรวัยรุ่นสูงถึง 5,500 คน

เหล่าเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขกำลังแจกจ่ายสิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยป้องกันครอบครัวคุณพ่อคุณแม่หนุ่มสาวจากโรคโควิด-19
UNICEF Thailand
เหล่าเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขกำลังแจกจ่ายสิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยป้องกันครอบครัวคุณพ่อคุณแม่หนุ่มสาวจากโรคโควิด-19

เมื่อเร็ว ๆ นี้ องค์การยูนิเซฟ และ สวท. ได้ร่วมกันแจกจ่ายอุปกรณ์เพื่อสุขอนามัยและสิ่งของจำเป็นเพื่อคุ้มครองครอบครัวกลุ่มมารดาวัยรุ่นในอำเภอแม่อายและอำเภอเชียงดาว โดยได้รับความร่วมมือจากกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขแม่วัยรุ่นที่ช่วยประสานงานรวบรวมจำนวนอุปกรณ์และสิ่งของจำเป็นจากกลุ่มสนทนาของสมาชิกในชุมชนผ่านระบบไลน์ 

สายใจ (นามสมมุติ) หนึ่งในอาสาสมัครสาธารณสุขแม่วัยรุ่น เปิดเผยว่า “หน้ากากอนามัยและเจล/น้ำยาล้างมือเป็นสิ่งหายากในชุมชนของเรา และหลายครอบครัวก็ไม่มีกำลังทรัพย์พอจะซื้อหาได้” พร้อมกล่าวเสริมว่า “หน้ากากอนามัยแบบใช้ซ้ำได้ที่องค์การยูนิเซฟและสวท. จัดหาให้จึงช่วยให้ครอบครัว ในชุมชนของเราประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะครัวเรือนเหล่านั้นสามารถซักหน้ากากอนามัยเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เด็ก ๆ แต่ละคนจะได้รับแจกน้ำยาล้างมือหนึ่งขวด โดยมีกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขแม่วัยรุ่นสอนวิธีใช้อย่างถูกต้องที่โรงเรียน”

มีนา (นามสมมุติ) วัยรุ่นหญิงวัย 18 ปีเพิ่งจะเป็นมารดาวัยรุ่นเมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่เนื่องจากฝ่ายชาย (พ่อของเด็ก) มีสถานะเป็นบุคคลไร้สัญชาติ ไม่มีสัญชาติไทย จึงประสบปัญหาการหางานที่เหมาะสมและการเข้าถึงความช่วยเหลือต่างๆ ในช่วงการระบาดเพื่อดูแลครอบครัวพ่อแม่วัยรุ่นของเขา ดังนั้น การได้รับแจกสิ่งของที่จำเป็น เช่น สบู่ แชมพู ผ้าอ้อม และแป้งเด็ก ตลอดจนมุ้งกันยุง จึงช่วยให้ครอบครัวของเขา ซึ่งมีรายได้น้อยสามารถดูแลลูกน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ 

หลังการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19 กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขแม่วัยรุ่นได้เข้าดูแลชุมชนและติดตามมารดาวัยรุ่น ทั้งทางกลุ่มสนทนาในระบบไลน์ หรือแม้ออกเยี่ยมบ้านของมารดาวัยรุ่นในกรณีที่มีเหตุต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างฉุกเฉิน ทั้งนี้ การช่วยให้ครอบครัวพ่อแม่วัยรุ่น ได้เข้าถึงโครงการสนับสนุนและบริการช่วยเหลือต่าง ๆ ทั้งผ่านระบบไลน์และการเยี่ยมบ้านยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เพราะกลุ่มอาสาสมัคร ได้ประสบปัญหาต่าง ๆ ด้วยตนเอง เช่น ความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาการใช้สารกระตุ้น หรือปัญหาสุขภาพจิต เป็นต้น

คุณพิสมัย ไชยหลาก ระบุว่า “ความช่วยเหลือของกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขแม่วัยรุ่นของพวกเราตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ทำให้กลุ่มมารดาวัยรุ่นในชุมชนได้รับการติดตามและดูแลเอาใจใส่มากขึ้น” ทั้งยังกล่าวเสริมว่า “ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่มีแกนนำ ทำให้การดูแลสุขภาพไม่ต่อเนื่อง พอมีแกนนำแม่วัยรุ่น ทำให้ได้รับการเยี่ยมและดูแล จากที่แม่วัยรุ่นหลายคนไม่เคยรู้ว่าลูกต้องฉีดวัคซีน แต่พอแกนนำไปให้ความรู้ถึงบ้าน และทางยูนิเซฟสนับสนุนให้มารับวัคซีนที่สถานพยาบาล ตัวเลขของแม่วัยรุ่นที่มารับบริการสุขภาพจึงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  ทำให้กลุ่มครอบครัวพ่อแม่วัยรุ่นในชุมชนเห็นว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้งให้เผชิญปัญหาต่าง ๆ โดยลำพัง”

ครอบครัวคุณพ่อคุณแม่หนุ่มสาวกำลังฝึกทักษะการเลี้ยงลูกและการป้องกันตนเองจากโรคโควิด-19 ซึ่งจัดโดยเจ้าหน้าที่อาสามัครสาธารณสุข
UNICEF Thailand
ครอบครัวคุณพ่อคุณแม่หนุ่มสาวกำลังฝึกทักษะการเลี้ยงลูกและการป้องกันตนเองจากโรคโควิด-19 ซึ่งจัดโดยเจ้าหน้าที่อาสามัครสาธารณสุข

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ แก้วตา (นามสมมติ) มารดาวัยรุ่นชาวลาหู่ วัย 18 ปี เคยกังวลเรื่องการคลอดทารกแฝดด้วยวิธีธรรมชาติ แต่ได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการฯ ให้รับผ่าตัดคลอดที่โรงพยาบาลชุมชนในอำเภอใกล้เคียง ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครสาธารณสุขแม่วัยรุ่นเข้าเยี่ยมและให้ความรู้วิธีการดูแลลูกแฝดได้อย่างเหมาะสม

ยิ่งกว่านั้น โครงการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (Adolescent Pregnancy Programme) ยังช่วยให้กลุ่มพ่อแม่วัยรุ่นจากกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ ในชุมชนได้มีงานทำท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซาจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ผ่านแนวทางการประเมินอาชีพและการจัดฝึกอบรมอาชีพโดยกลุ่มองค์กรพันธมิตร เช่น องค์การเฟรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองเขียว ก่อนหน้านี้ สามีของแก้วตามีรายได้ไม่แน่นอนจากการรับจ้างตามฤดูกาลและคิดจะโยกย้ายไปอยู่จังหวัดลำพูนเพื่อรับจ้างเก็บผลลำไย แต่หลังจากได้รับการฝึกอบรมอาชีพการปลูกพืชผักสวนครัวภายใต้ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองเขียว โดยปัจจุบันเขาสามารถลดรายจ่ายในครัวเรือน และมีรายได้ทางอื่นเพิ่มขึ้น ทั้งยังอยู่กับครอบครัวได้เหมือนเดิม 

ถึงแม้ว่าการตั้งครรภ์ไม่พร้อมมักเป็นเรื่องที่หลายครอบครัวต้องปกปิดด้วยกลัวจะถูกสังคมตีตรา แต่หลังจากได้รับการสนับสนุนอย่างครอบคลุมแก่กลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มมารดาวัยรุ่นของโครงการฯ โดยองค์การยูนิเซฟและ สวท. จึงมีครอบครัวพ่อแม่วัยรุ่นกล้าเปิดเผยตัวตนมากขึ้น ไม่เพียงเพื่อขอรับความช่วยเหลือแต่ยังเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือครอบครัวพ่อแม่วัยรุ่นอื่น ๆ ในฐานะอาสาสมัครสาธารณสุขแม่วัยรุ่น ในรุ่นต่อ ๆ ไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัวพ่อแม่วัยรุ่นจากกลุ่มเปราะบางที่สุดในชุมชน เช่น กลุ่มครอบครัวไร้สัญชาติ ที่มีอุปสรรคมากที่สุดในการเข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขและแนวทางการปฏิบัติอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงโรคโควิด-19 นี้ก็กล้าเปิดเผยตัวตนเช่นกัน ซึ่งเป็นผลจากความไว้วางใจซึ่งกันและกันมากขึ้นของสมาชิกในชุมชนของพวกเขา

“ตอนนี้วางแผนไว้ว่า ถ้าลูกชายซัก 3-4 ขวบ ก็จะให้เรียนรู้ทักษะชีวิตให้มากขึ้น หลังจากนั้นก่อนเข้าวัยรุ่นจะพาไปเรียนหนังสือในเมือง” นิดากล่าว โดยอาศัยประสบการณ์จากการเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนเพื่อเอาชนะอุปสรรคที่เป็นผลกระทบจากการโรคโควิด-19 และปัญหาความท้าทายต่าง ๆ ของการเป็นบุคคลไร้สัญชาติที่สามีของเธอต้องเผชิญ เป็นแรงบันดาลใจให้บุตรของพวกเขาได้รับการศึกษาที่ดี


ติดตามข่าวสารจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

ไม่พลาดทุกการอัปเดต สมัครรับข่าวสารทางอีเมลกับเรา

สมัครเลย