รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2567
จากคำมั่นสัญญาสู่ความก้าวหน้า
- English
- ไทย
"อนาคตที่ดีกว่าเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ ด้วยการให้ความสำคัญกับเด็ก ยืนหยัดในคำมั่นสัญญาที่จะเติมเต็มสิทธิของพวกเขาและลงทุนกับครอบครัว"
รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2567 ของยูนิเซฟฉบับนี้สะท้อนให้เห็นถึงหนึ่งปีของความก้าวหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความหมายสำหรับเด็กทั่วประเทศ ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลไทย ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และประชาชนชาวไทย ยูนิเซฟได้ช่วยยกระดับชีวิตของเด็กหลายล้านคน ผ่านการผลักดันกฎหมายที่ส่งผลโดยตรงต่อเด็ก การขยายการลงทุนด้านสวัสดิการเด็ก นำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในด้านพัฒนาการเด็กปฐมวัย ขยายการเข้าถึงบริการสุขภาพจิต และเตรียมเด็ก ๆ ให้พร้อมรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต
ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 รายงานฉบับนี้ย้ำเตือนให้เห็นถึงความสำคัญของการให้เด็กเป็นศูนย์กลางของความก้าวหน้าของชาติ เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กทุกคนได้รับการปกป้อง สนับสนุน และเสริมพลังในการสร้างอนาคตที่เสมอภาคและยั่งยืนสำหรับทุกคน
12 ความก้าวหน้าสำคัญ เพื่อเด็กในประเทศไทย
ยูนิเซฟ ประเทศไทย ได้สร้างความก้าวหน้าที่สำคัญเพื่อเด็ก ๆ ทั่วประเทศ ผ่านความร่วมมือที่เข้มแข็งและความมุ่งมั่นร่วมกันในการส่งเสริมสิทธิเด็ก ตั้งแต่การขยายบริการด้านการศึกษาและสุขภาพจิต การสนับสนุนเด็กไร้รัฐ ตลอดไปจนถึงการส่งเสริมพลังเสียงของเยาวชน ความพยายามแต่ละด้านล้วนสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการร่วมมือกันเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่า
ต่อไปนี้คือ "12 ความก้าวหน้าสำคัญ" ที่ได้นำมาซึ่งความหวัง ความก้าวหน้า และผลลัพธ์ที่ยั่งยืนสำหรับเด็ก ๆ ทั่วประเทศไทย
UNICEF Thailand/2024/Phutpheng
จากคำมั่นสัญญาสู่ความก้าวหน้า: เหตุใดสิทธิเด็กคือกุญแจสู่อนาคตของประเทศไทย
ความมุ่งมั่นของประเทศไทยที่จะก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 ขึ้นอยู่กับศักยภาพในการลงทุนในเด็กทุกคน แต่เด็กจำนวนมากยังขาดโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ การดูแลสุขภาพ และการคุ้มครอง โดยเฉพาะเด็กกลุ่มเปราะบางที่สุด เมื่อเด็กได้รับการดูแลและเสริมพลังอย่างเต็มที่ พวกเขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่เสมอภาค ครอบคลุม และยั่งยืนสำหรับทุกคน
ในรายงานฉบับนี้ คุณจะได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานของยูนิเซฟในปี 2567 เพื่อสนับสนุนสิทธิเด็กและเป้าหมายการพัฒนาประเทศ โดยมีเสียงของเด็กและเยาวชนเป็นหัวใจสำคัญ นอกจากนี้ คุณจะได้เห็นผลลัพธ์ของการทำงานเหล่านี้ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของเด็ก ๆ และเข้าใจถึงสิ่งที่เรายังคงต้องทำต่อไป หากเราต้องการสร้างอนาคตที่สดใสอย่างที่ประเทศไทยมุ่งหวัง และเด็กทุกคนสมควรที่จะได้รับ
ยูนิเซฟกับการขับเคลื่อน:
เพื่อเข้าถึงเด็กทั่วประเทศไทย
ยูนิเซฟมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสิทธิและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กทั่วประเทศไทย ผ่านการผลักดันนโยบายระดับชาติและการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ซึ่งนำไปสู่ความก้าวหน้าที่สำคัญ เช่น การแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายความคุ้มครองสิทธิเด็ก ซึ่งได้ช่วยวางรากฐานไปสู่อนาคตที่ดีกว่า ขณะเดียวกัน ยูนิเซฟยังคงเดินหน้าทำงานในพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และให้ความช่วยเหลือแก่เด็กที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษา การคุ้มครองเด็ก หรือการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ความก้าวหน้าสำหรับเด็กไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและตรงจุด โดยยูนิเซฟยึดแนวทางตามลำดับความสำคัญที่ได้ตกลงร่วมกับรัฐบาลไทย ครอบคลุมด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย การศึกษาที่ครอบคลุม การมีส่วนร่วมของวัยรุ่น การคุ้มครองเด็ก และการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเท่าเทียม การดำเนินงานเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากเครือข่ายพันธมิตรที่เข้มแข็งทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับโลก ซึ่งมีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับเด็กทุกคน
พลังขับเคลื่อนที่สำคัญของยูนิเซฟคือความทุ่มเทของประชาชนชาวไทย ที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่องและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ความมุ่งมั่นของทุกคนในการปกป้องและส่งเสริมศักยภาพของเด็ก คือแรงผลักดันสำคัญให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่การเป็นสังคมที่เท่าเทียมและยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน
UNICEF Thailand/2024/Laosarakham
"เสียงของเยาวชนต้องถูกรับฟัง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่เป็นเรื่องชีวิตของพวกเรา และโลกที่เราจะทิ้งไว้ให้คนรุ่นต่อไป"
อลิสา ผลไธสง อายุ 19 ปี
สิทธิในการศึกษา
"หนูชอบตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว" เนตรนภา จันทจิตร นักเรียนวัย 13 ปี จากจังหวัดชลบุรีกล่าว เธอมีโอกาสเข้าร่วมโครงงานเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อชุมชนของเธอ เนตรนภาหวังว่าสิ่งที่เธอเรียนรู้จะช่วยให้เธอสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกและปกป้องสิ่งแวดล้อมได้ เธอเป็นหนึ่งในเยาวชนหลายพันคนที่ยูนิเซฟให้การสนับสนุนผ่านการปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทย
"หนูสนใจว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง เพื่อช่วยโลกและป้องกันไม่ให้สิ่งแวดล้อมถูกทำลาย”
ยูนิเซฟทำงานในหลายมิติ เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มเด็กที่เปราะบางที่สุด ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การสนับสนุนการปฏิรูประบบนโยบายของภาครัฐ การเสริมพลังให้กับครู การสร้างโอกาสครั้งที่สองให้กับเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา และการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสะเต็มศึกษา (STEM ) ได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ นอกจากนี้ ยูนิเซฟยังทำงานอย่างใกล้ชิดกับเยาวชนในการกำหนดยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาในระดับชาติ ผ่านกระบวนการปรึกษาและการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ทุกกิจกรรมมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาระบบการศึกษาของไทยให้สอดคล้องกับความต้องการในศตวรรษที่ 21
ความสำเร็จที่สำคัญของยูนิเซฟในด้านการศึกษา:
- โครงการ "อ่านสัปดาห์ละเล่ม (A Book A Week)" เข้าถึงเด็กมากเป็นประวัติการ โดยมีนักเรียน 102,000 คน จาก 200 โรงเรียน ได้ค้นพบความสนุกและพลังของการอ่าน
- โครงการรถห้องสมุดเคลื่อนที่ ให้บริการเด็กกว่า 14,000 คน ในพื้นที่ห่างไกลที่สุด
- ทำงานร่วมกับรัฐบาลในการสนับสนุนนโยบาย Thailand Zero Dropout โดยตั้งเป้าให้เด็ก 1 ล้านคนได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา
- สนับสนุนครู 200,000 คน ทั่วประเทศ ในโครงการ One Teacher Thailand
- ช่วยให้เยาวชนที่ไม่ได้อยู่ในการทำงาน การศึกษา หรือการฝึกอบรม (NEET) จำนวน 1,827 คน ได้รับการฝึกอบรม มีงานทำ หรือกลับเข้าสู่การศึกษา
- สนับสนุนการจัดค่ายวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ซึ่งได้พัฒนาครู 1,716 คน และนักเรียน 7,105 คน เพื่อสร้างผู้นำด้านสะเต็มศึกษาในอนาคต
สิทธิในการได้รับความคุ้มครอง:
ยูนิเซฟทำงานเพื่อปกป้องเด็กที่เปราะบางทั่วประเทศไทย ผ่านการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกฎหมาย ระบบบริการ และกลไกสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเติบโตได้อย่างปลอดภัยและปราศจากอันตราย ซึ่งรวมถึงการให้การช่วยเหลือเด็กที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง การผลักดันทางเลือกอื่นแทนการคุมขังสำหรับเด็กที่กระทำผิด และยกระดับบริการต่าง ๆ สำหรับเด็กพิการและเด็กที่ไม่มีสถานะทางกฎหมาย
ในขณะเดียวกัน ยูนิเซฟยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรในการสร้างความตระหนักรู้ในสังคม ผลักดันการปฏิรูปกฎหมาย และทำให้มั่นใจว่านโยบายระดับชาติจะให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของเด็กทุกคนอย่างแท้จริง
ความสำเร็จที่สำคัญของยูนิเซฟด้านการคุ้มครองเด็ก:
- สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการดูแลบ้านพักเด็กและครอบครัวที่ให้ที่พักพิงแก่เด็กและสตรีกว่า 13,000 คน ที่เคยเผชิญกับความรุนแรง พร้อมทั้งสนับสนุนเด็กกลุ่มเสี่ยงอีก 17,000 คน ให้เข้าถึงสวัสดิการสังคมและบริการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม
- เข้าถึงผู้คนหลายล้านคนด้วยเนื้อหาและคำแนะนำในการป้องกันการแสวงประโยชน์ทางเพศเด็กทางออนไลน์ โดยเข้าถึงผู้คนกว่า 30 ล้านครั้ง
- ขับเคลื่อนเชิงนโยบายเพื่อรณรงค์ให้รัฐบาลไทยถอนข้อสงวนมาตราที่ 22 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กได้สำเร็จ ซึ่งเปิดทางให้เด็กไร้สัญชาติและเด็กผู้ลี้ภัยได้เข้าถึงสิทธิด้านการศึกษา โอกาส และมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเต็มที่
สิทธิในการมีโลกที่น่าอยู่:
ยูนิเซฟตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่เด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมทั้งรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่หลากหลายขึ้น เช่น มลพิษทางอากาศและคลื่นความร้อน ยูนิเซฟร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการปฏิรูประบบการศึกษาให้รับมือกับปัญหาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เสริมพลังให้เยาวชนเป็นกระบอกเสียงด้านสิ่งแวดล้อม โดยส่งต่อข้อเสนอแนะไปยังผู้กำหนดนโยบายทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับโลก ผ่านเวทีประชุมระดับชาติ การรณรงค์ร่วมกัน และการสื่อสารสาธารณะ ยูนิเซฟยังได้ให้ความรู้แก่ประชาชน และมอบเครื่องมือให้กับชุมชนในการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
ความสำเร็จที่สำคัญของยูนิเซฟด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ:
- ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่เด็กและครอบครัวจำนวน 10,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
- ร่วมจัดการประชุมระดับชาติเพื่อผลักดันการปฏิรูปการศึกษาให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีผู้กำหนดนโยบายและผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมกว่า 300 คน
- ส่งมอบข้อเสนอแนะด้านการดำเนินการเรื่องสภาพภูมิอากาศต่อรัฐบาลไทย โดยอ้างอิงจากเสียงของ เด็กและเยาวชนทั่วประเทศเกือบ 1,000 คน
- จัดแคมเปญให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศซึ่งเข้าถึงผู้คนกว่า 19.4 ล้านครั้ง พร้อมคำแนะนำที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
สิทธิในการมีส่วนร่วม:
ในปี 2567 ยูนิเซฟได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับเยาวชนทั่วประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและภาวะผู้นำ สมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาเยาวชนจำนวน 51 คน มีบทบาทสำคัญในการแนะนำยูนิเซฟให้เข้าใจถึงความท้าทายที่เด็กและเยาวชนต้องเผชิญ เป็นกระบอกเสียงในประเด็นสำคัญ และมีส่วนร่วมในการเสนอไอเดียเพื่อใช้ในการออกแบบแคมเปญ บริการ และนโยบายต่าง ๆ ยูนิเซฟยังสนับสนุนโครงการที่นำโดยเยาวชนและกิจกรรมในชุมชน เพื่อเสริมพลังให้นักเรียนเป็นผู้นำในการลงมือทำเพื่อเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่นของตนเอง พร้อมกับมอบเครื่องมือและแรงสนับสนุนที่จำเป็นต่อความสำเร็จของพวกเขา อาสาสมัครมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความพยายามเหล่านี้ให้เป็นจริง
"การให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเป็นสิ่งจำเป็น ในที่สุดเยาวชนวันนี้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ซึ่งจะสามารถช่วยสร้างสังคมที่เท่าเทียมสำหรับทุกคน"
ความสำเร็จที่สำคัญของยูนิเซฟด้านการมีส่วนร่วมของเยาวชน:
- เยาวชนจำนวน 30,121 คน แสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขา ซึ่งได้นำไปสู่การพัฒนาการทำงานของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
- เยาวชนกว่า 20,000 คน ลงทะเบียน และมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการตัดสินใจทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติผ่านระบบสภาเด็กและเยาวชน
- เยาวชนไทยจำนวน 1,225 คน เข้าร่วมโครงการ Youth-Led Action Initiative ของยูนิเซฟในระดับโลก โดยร่วมแสดงจุดยืนในประเด็นความเท่าเทียมทางการศึกษา ความเสมอภาคทางเพศ และสิทธิของคนพิการ
- ผู้นำนักเรียนจำนวน 1,188 คน ได้รับการเสริมพลังให้ดำเนินกิจกรรมในท้องถิ่นเกี่ยวกับประเด็นด้านสุขภาพจิต การกลั่นแกล้งรังแก และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
สิทธิในการเริ่มต้นชีวิตอย่างเท่าเทียม
"เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนมีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยเฉพาะถ้าพวกเขาไม่ได้รับการสนับสนุน ไม่รู้ข้อมูลความช่วยเหลือเรื่องการเงิน หรือไม่ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม"
ยูนิเซฟทำงานเพื่อให้เด็กทุกคนในประเทศไทยได้โอกาสเริ่มต้นที่เท่าเทียม โดยเฉพาะเด็กที่ได้รับผลกระทบจากความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางสังคม ด้วยความเข้าใจว่าความยากลำบากทางเศรษฐกิจสามารถจำกัดการเข้าถึงบริการพื้นฐานต่าง ๆ เช่น การศึกษาและการรักษาพยาบาล ยูนิเซฟจึงผลักดันให้มีระบบการคุ้มครองทางสังคมที่เข้มแข็งขึ้น และสนับสนุนให้เกิดการใช้จ่ายสาธารณะที่ครอบคลุมและเป็นเท่าเทียมกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงการผลักดันให้มีการขยายขอบเขตของโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดที่มีอยู่เดิมให้เป็นแบบถ้วนหน้า นอกจากนี้ ยูนิเซฟยังร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สำนักงานสถิติแห่งชาติ ธนาคารโลก และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เพื่อจัดทำข้อมูลที่จำเป็นสำหรับผู้กำหนดนโยบาย ในการใช้ประกอบการตัดสินใจด้านงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ
ความสำเร็จที่สำคัญของยูนิเซฟด้านนโยบายสังคม:
- เผยแพร่รายงานสำคัญชื่อ “ช่องว่างและความเหลื่อมล้ำ (Addressing The Gaps)” ซึ่งนำเสนอการวิเคราะห์เชิงลึกและข้อเสนอแนะที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ เพื่อช่วยให้หน่วยงานรัฐบาลทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติลดความเหลื่อมล้ำ
- เดินหน้าผลักดันให้มีการขยายโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้ครอบคลุมเด็กอายุต่ำกว่าหกปีทุกคน โดยมีความคืบหน้าในทางที่ดี
- ร่วมมือในการปรับปรุง เส้นความยากจนของประเทศไทย ซึ่งนับเป็นการปรับปรุงครั้งแรกในรอบสิบปี
- ร่วมมือกับ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ สำนักงบประมาณ เพื่อวิเคราะห์ช่องว่างในระบบประกันสังคมและสวัสดิการที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อใช้ในการวางแผนนโยบายในอนาคต
สิทธิในการมีสุขภาพที่ดี:
ยูนิเซฟได้ช่วยส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพใจของเด็ก ๆ โดยดำเนินงานในประเด็นที่มีความต้องการเร่งด่วน อาทิ การเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ การดูแลสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และการสนับสนุนด้านอารมณ์ เนื่องจากมีเด็กถึง 1 ใน 5 คนที่ไม่สามารถพัฒนาได้เต็มศักยภาพ ยูนิเซฟจึงได้เสริมสร้างบริการด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้น ยูนิเซฟได้ขยายบริการด้านสุขภาพจิตและใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อเข้าถึงเด็ก ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ยูนิเซฟยังร่วมมือกับภาครัฐและภาคประชาสังคมในการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน โดยสนับสนุนการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ผลักดันกฎระเบียบเพื่อลดการตลาดอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพเด็ก และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตและพัฒนาของเด็กทุกคน
ความสำเร็จที่สำคัญของยูนิเซฟด้านสุขภาพ:
- พ่อแม่ผู้ปกครองจำนวน 80,000 คน ได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็กอย่างเหมาะสมผ่านโครงการ 9 ย่างเพื่อสร้างลูก (Early Moments Matter on Mobile)
- เด็กจำนวน 146,270 คน ได้รับการประเมินสุขภาพจิต และในจำนวนนั้น 12,379 คน ได้รับการส่งต่อเพื่อรับการดูแลรักษาเพิ่มเติม
- บุคลากรทางการแพทย์กว่า 30,000 คน จากโรงพยาบาล 2,000 แห่ง ได้รับการอบรมด้านโภชนาการ
- ยูนิเซฟร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพในกลุ่มเด็กอย่างต่อเนื่อง
พันธมิตรเพื่อความก้าวหน้า:
ความร่วมมือคือกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนพันธกิจของยูนิเซฟในการผลักดันสิทธิเด็กให้เป็นวาระแห่งชาติในประเทศไทย โดยรัฐบาลยังคงเป็นพันธมิตรหลักที่ทำงานเคียงข้างยูนิเซฟในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของนโยบาย บริการ และระบบต่าง ๆ ที่สนับสนุนสุขภาพ การศึกษา และการคุ้มครองเด็ก รวมถึงการส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัย ลดความเหลื่อมล้ำ และขยายความคุ้มครองทางกฎหมายให้กับเด็กกลุ่มเปราะบาง
พันธมิตรภาคเอกชนก็มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง โดยธุรกิจต่าง ๆ ได้สนับสนุนการดำเนินนโยบายที่เป็นมิตรกับครอบครัว ลงทุนในนวัตกรรมที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง ร่วมสร้างแคมเปญสร้างความตระหนักรู้ และช่วยขยายการเข้าถึงบริการต่าง ๆ ผ่านเครือข่ายและแพลตฟอร์มของตนเอง ความมุ่งมั่นของพันธมิตรภาคเอกชนนี้ ช่วยขยายขอบเขตและผลลัพธ์ของการทำงานของยูนิเซฟให้กว้างไกลยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ประชาชนชาวไทยก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ผ่านการบริจาค การมีส่วนร่วมในแคมเปญ และการรณรงค์ในสังคม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสิทธิเด็กคือความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วนในสังคม
10 ความก้าวหน้าสำคัญเพื่อเด็กทั่วโลก
ในฐานะองค์กรที่เป็นผู้นำด้านการทำงานเกี่ยวกับเด็กของโลก ยูนิเซฟดำเนินงานในกว่า 190 ประเทศและดินแดน เพื่อให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นในการช่วยชีวิต คุ้มครองสิทธิเด็ก และช่วยให้เด็กทุกคนได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นวัคซีน การศึกษา โภชนาการ หรือการเข้าถึงน้ำสะอาด ในแต่ละวัน งานยูนิเซฟส่งผลต่อชีวิตของเด็กนับล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มที่เปราะบางที่สุด
และนี่คือ "10 ความก้าวหน้าสำคัญ" ที่แสดงให้เห็นว่า ยูนิเซฟกำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับชีวิตของเด็ก ๆ ทั่วโลก
อนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทย
วิสัยทัศน์ของยูนิเซฟสำหรับอนาคตนั้นชัดเจน คือ โลกที่เด็กทุกคนสามารถเติบโตขึ้นอย่างมีสุขภาพดี ปลอดภัย ได้รับการศึกษา และมีพลังในการกำหนดชีวิตของตนเอง การบรรลุวิสัยทัศน์นี้หมายถึงการให้แน่ใจว่าเด็กทุกคนจะได้รับสิทธิพื้นฐานที่จำเป็นต่อความเป็นอยู่ที่ดีและความก้าวหน้าของประเทศไทย
เด็กทุกคนมีสิทธิเริ่มต้นชีวิตอย่างเท่าเทียม ผ่านการพัฒนาเด็กปฐมวัยที่เข้มแข็งและการสนับสนุนจากครอบครัว
เด็กทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาและเตรียมพร้อมพวกเขาสำหรับอนาคต
เด็กทุกคนมีสิทธิได้รับการคุ้มครองทางสังคม เพื่อไม่ให้มีเด็กคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพราะความยากจนหรือการเลือกปฏิบัติ
เด็กทุกคนมีสิทธิเติบโตอย่างปลอดภัย ได้รับความคุ้มครองจากความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์
เด็กทุกคนมีสิทธิเติบโตบนโลกที่น่าอยู่ พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน
เด็กทุกคนมีสิทธิกำหนดอนาคตของตนเอง ด้วยโอกาสในการแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
การทำให้สิทธิเหล่านี้เป็นจริง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ชุมชน และประชาชนทุกคน เพราะการให้ความสำคัญกับสิทธิเด็ก คือหนทางสู่อนาคตที่ดีกว่า เข้มแข็งกว่า และเสมอภาคสำหรับทุกคน
อ่านรายงานฉบับเต็ม
ไฮไลต์
รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2567 ของยูนิเซฟประเทศไทย นำเสนอถึงความมุ่งมั่นอันแนวแน่ตลอดปีที่ผ่านมาของยูนิเซฟในการปกป้องสิทธิเด็กและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กทั่วประเทศ ท่ามกลางโลกที่เผชิญกับความท้าทายซับซ้อน ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจนถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ยูนิเซฟยังคงทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสเติบโตอย่างปลอดภัย มีสุขภาพดี และได้รับการเสริมพลังในการกำหนดอนาคตของตนเอง รายงานฉบับนี้สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทของยูนิเซฟในการสร้างอนาคตที่สดใสให้กับเด็กทุกคน โดยเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาเด็กปฐมวัย การศึกษาที่มีคุณภาพ การดูแลสุขภาพจิต และการคุ้มครองเด็ก
ในขณะที่ประเทศไทยตั้งเป้าสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 ยูนิเซฟยังคงมุ่งมั่นที่จะให้เด็กเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนานี้ รายงานฉบับนี้แสดงให้ถึงการที่ยูนิเซฟเสริมสร้างความเข้มแข็งของความร่วมมือ ผลักดันนโยบายที่เป็นมิตรกับเด็ก และระดมทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือเด็กและครอบครัวที่เผชิญกับความยากลำบาก การลงทุนในเด็กในวันนี้ คือการวางรากฐานให้กับอนาคตที่เจริญรุ่งเรือง เสมอภาค และยั่งยืนของประเทศไทย รายงานฉบับนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงความพยายามร่วมกันของทุกฝ่ายที่เชื่อมั่นว่าเด็กทุกคนสมควรได้รับโอกาสในการเริ่มต้นที่เท่าเทียมและเติมเต็มศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่