เปิดตัวชุดเครื่องมือสำหรับภาคการก่อสร้าง เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของครอบครัวแรงงานข้ามชาติในแคมป์ก่อสร้าง

10 กุมภาพันธ์ 2022
ภาพหมู่ของเด็กชายและเด็กหญิง
Baan Dek Foundation/L.Thachaiyod

กรุงเทพ, 10 กุมภาพันธ์ 2565 - ด้วยการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป มูลนิธิบ้านเด็กฯ และยูนิเซฟ ได้ร่วมเปิดตัวกรอบปฏิบัติการเชียงใหม่ในวันนี้ ซึ่งประกอบไปด้วยชุดเครื่องมือที่ให้คำแนะนำแก่บริษัทก่อสร้างและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์, แบบสำรวจคุณภาพชีวิต และขั้นตอนการปฏิบัติงาน ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและครอบครัวที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ก่อสร้าง

ชุดเครื่องมือดังกล่าวได้รับการพัฒนา ทดลองใช้ และได้รับการปรึกษาจากผู้นำในธุรกิจก่อสร้าง แรงงานก่อสร้างและครอบครัวและผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ของเด็กและครอบครัวในแคมป์คนงานก่อสร้าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานข้ามชาติ โดยเน้นให้พวกเขาได้เข้าถึงการบริการทางสุขภาพและศึกษา ชุดเครื่องมือนี้ง่ายต่อการใช้งาน และจะช่วยให้ผู้จัดการแคมป์สามารถระบุถึงความต้องการของผู้พักอาศัย ตลอดจนวางแผนการดำเนินการ และติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับความเป็นอยู่ในแคมป์คนงานก่อสร้าง

นายนิโคลา ครอสตา ผู้ก่อตั้งมูลนิธิบ้านเด็กฯ กล่าวว่า “การนำกรอบปฏิบัติการเชียงใหม่ไปใช้ในการจัดการดูแลแคมป์ สามารถสร้างผลลัพธ์ที่สำคัญต่อคนงานก่อสร้างและครอบครัวของพวกเขาได้ ชุดเครื่องมือนี้จะมีตัวชี้วัด และคำแนะนำด้านต่าง ๆ ในการจัดการแคมป์คนงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นในด้านระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน สวัสดิการและบริการ สุขภาพ และการศึกษา เราได้คำนวณว่าทุกหนึ่งบาทที่ลงทุนกับเด็กและครอบครัวที่อาศัยอยู่ในแคมป์ก่อสร้าง จะเกิดผลตอบแทนตามมูลค่าทางสังคมสูงถึง 7 บาท ประโยชน์ที่ได้เป็นผลมาจากการที่เด็ก ๆ ได้อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยมากขึ้น มีการเข้าถึงบริการด้านการศึกษาและสุขภาพที่มากขึ้น นอกจากนี้แล้ว ยังสามารถช่วยพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของบริษัทก่อสร้าง และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย”


กรอบปฏิบัติการเชียงใหม่ได้รับการพัฒนามาจากรายงาน “สร้างสรรค์อนาคตประเทศไทย” ในปี 2561 ที่เผยแพร่โดยมูลนิธิบ้านเด็กฯ และยูนิเซฟ ซึ่งระบุว่า เด็กหลายหมื่นคน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากครอบครัวแรงงานข้ามชาติ อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต อีกทั้งยังเผชิญอุปสรรคในการเข้าถึงบริการด้านการศึกษา สุขภาพ และการเข้าถึงวัคซีนที่จำเป็น รายงานดังกล่าวได้จุดประกายความสนใจและความร่วมมือจากบริษัทก่อสร้างหลายแห่งในการพัฒนาชุดเครื่องมือกับมูลนิธิบ้านเด็กฯ เพื่อช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้น

นางคยองซัน คิม ผู้อำนวยการ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า ชุดเครื่องมือนี้เป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง “การใช้คู่มือนี้นอกจากจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและครอบครัว ปรับปรุงความปลอดภัยและการส่งเสริมความเป็นอยู่ในแคมป์คนงานก่อสร้างแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับบริษัท ลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน สร้างชื่อเสียงให้แก่บริษัท อีกทั้งยังช่วยยกระดับความยั่งยืนของบริษัท ทั้งหมดนี้เป็นโอกาสให้บริษัทก่อสร้างได้สร้างผลลัพธ์ทางสังคมและยังสอดคล้องกับความต้องการทั่วโลกในการให้ภาคธุรกิจเป็นผู้นำในการปกป้องสิทธิมนุษยชน”

ฯพณฯ นาย เดวิด เดลี เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าวว่า “การจัดการเรื่องคุณภาพชีวิตของเด็กและครอบครัวแรงงานก่อสร้างจำเป็นต้องอาศัยทุกภาคส่วนของสังคม และกรอบปฏิบัติการเชียงใหม่ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และหน่วยงานระหว่างประเทศ เราหวังว่ากรอบปฏิบัติการเชียงใหม่ จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงานข้ามชาติและครอบครัว โดยเฉพาะในมิติของการเข้าถึงการรักษาพยาบาลและการศึกษาสำหรับเด็กข้ามชาติ ทางสหภาพยุโรปมีความภูมิใจที่ได้สนับสนุนเงินทุนสำหรับโครงการนี้ เพราะเราไม่ต้องการให้ใครก็ตามถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ท่านสามารถเข้าถึงชุดเครื่องมือกรอบปฏิบัติการเชียงใหม่ ที่ประกอบไปด้วย แบบสำรวจคุณภาพชีวิต แนวทางการเสริมสร้างผลลัพธ์ที่ดีทางสังคม และคู่มือแนะนำการปฏิบัติสำหรับผู้จัดการแคมป์และผู้พักอาศัยภายในแคมป์ เพื่อวางแผนและดำเนินการจัดการภายในแคมป์ ได้ที่ www.buildingsocialimpact.org

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

ชมคลิปวิดีโอเกี่ยวกับกรอบปฏิบัติการเชียงใหม่ได้ที่นี่

เกี่ยวกับมูลนิธิบ้านเด็กเคื่อข่ายพัฒนาบ้านเด็ก

มูลนิธิบ้านเด็กฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2545 เป็นมูลนิธิที่จดทะเบียนในไทย โดยมีพันธกิจในการสนับสนุนการเข้าถึงบริการด้านการศึกษา สุขภาพ และความปลอดภัยแก่กลุ่มเด็กในสภาวะเปราะบางที่พักอาศัยอยู่ในชุมชนแออัดและแคมป์ที่พักคนงานก่อสร้างในประเทศไทย มูลนิธิบ้านเด็กฯ ได้ให้การสนับสนุนเด็กมากกว่า 1,400 คน ทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และกรุงเทพฯ ผ่านโครงการเสริมที่มีการจัดการช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน, การพัฒนาเด็ก และการส่งเสริมศักภาพชุมชน เพื่อให้เกิดผลกระทบเชิงระบบและการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในระยะยาว ทางมูลนิธิบ้านเด็กฯ ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับภาคการก่อสร้างของไทย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคภาครัฐ (โรงเรียนรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุขและการศึกษา) เพื่อสนับสนุนเด็กข้ามชาติให้สามารถเข้าถึงบริการสาธารณะ และอาศัยในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

เกี่ยวกับยูนิเซฟ

ยูนิเซฟทำงานในพื้นที่ที่ยากลำบากในกว่า 190 ประเทศทั่วโลก เพื่อเข้าถึงเด็กที่ขาดโอกาสที่สุดในสังคม เราทำงานเพื่อเด็กทุกคน ในทุกที่ เพื่อสร้างโลกที่ดีกว่าให้กับทุกคน

เกี่ยวกับสหภาพยุโรป

สหภาพยุโรปได้สนับสนุนงบประมาณเกือบ 11 ล้านยูโร (ประมาณ 417 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนองค์การยูนิเซฟในการดำเนินงานปกป้องคุ้มครองสิทธิของเด็กที่ได้รับผลกระทบจากการอพยพโยกย้ายถิ่นฐานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และเอเชียกลางจำนวน 8 ประเทศ ได้แก่ คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน ไทย   บังกลาเทศ มาเลเซีย เมียนมาร์ และอุซเบกิสถาน เงินทุนนี้ครอบคลุมระยะเวลาดำเนินการระหว่างปี 2561-2565 โดยมุ่งหวังให้การดำเนินการนี้เข้าถึงเด็ก ๆ ที่อพยพโยกย้ายถิ่นฐาน หรือถูกบังคับให้พลัดถิ่นไม่ว่าภายในประเทศ หรือข้ามพรมแดน หรือเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในประเทศต้นทางระหว่างที่พ่อแม่ย้ายถิ่น

ที่อยู่ติดต่อสื่อ

นูรมา ตาเละ
มูลนิธิเครือข่ายพัฒนาบ้านเด็ก
โทร: 09-9360-0840
สิรินยา วัฒนสุขชัย
องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

เกี่ยวกับยูนิเซฟ

ยูนิเซฟส่งเสริมสิทธิและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กทุกคน ในทุกๆ งานที่เราทำ ยูนิเซฟทำงานใน 190 ประเทศและดินแดน ร่วมกับพันธมิตรของเรา เพื่อแปรเปลี่ยนความมุ่งมั่นให้กลายเป็นการลงมือทำที่เป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นไปที่การเข้าถึงพวกเด็กๆ ในกลุ่มที่เปราะบางและถูกมองข้าม ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของเด็กทุกคน ในทุกๆ ที่

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับยูนิเซฟ และงานเพื่อเด็กของยูนิเซฟ ได้ที่เว็บไซต์ www.unicef.org/thailand/

ข้อมูลทั่วไปกรุณาติดต่อ thailandao@unicef.org

ติดตามเรื่องราวล่าสุดจากยูนิเซฟได้ที่ ทวิตเตอร์ และ เฟซบุ๊ก ของยูนิเซฟ