เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะเติบโตในสภาพแวดล้อมครอบครัวที่ปลอดภัยและเอาใจใส่

ร่วมสร้างแผนงานเพื่อป้องกันการแยกเด็กออกจากครอบครัว และส่งเสริมการจัดบริการเพื่อสนับสนุนการทำหน้าที่ของครอบครัว

19 พฤศจิกายน 2021
National Conference on Alternative Care: All Children Belong in Safe and Nurturing Families Poster
UNICEF Thailand

กรุงเทพ, 19 พฤศจิกายน 2564: เด็กทุกคนในประเทศไทยมีสิทธิที่จะเติบโตในสภาพแวดล้อมครอบครัวที่ปลอดภัยและได้รับการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัว เนื่องในโอกาสวันเด็กสากลในวันที่ 20 พฤศจิกายน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ เครือข่ายสิทธิเด็กประเทศไทย กลุ่มการเลี้ยงดูทดแทน และองค์การยูนิเซฟ จัดการประชุมระดับชาติด้านการเลี้ยงดูทดแทน เรื่อง "เด็กอยู่ในครอบครัวที่ปลอดภัยและเอาใจใส่"

การประชุมครั้งนี้มุ่งหารือเรื่องการปฏิรูปกฎหมายและนโยบายระดับชาติเพื่อสนับสนุนการการทำหน้าที่ของครอบครัว และป้องกันการแยกเด็กออกจากครอบครัว โดยจะมีการหารือกับผู้เข้าร่วมถึงการดำเนินงานที่จำเป็นเพื่อให้การเลี้ยงดูทดแทนเป็นทางเลือกสำหรับเด็กที่ไม่สามารถอยู่กับพ่อแม่ได้เท่านั้น โดยระบบดังกล่าวต้องมีลักษณะใกล้เคียงกับความเป็นครอบครัวให้มากที่สุด รวมถึงการสร้างหลักประกันให้เด็กกลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานและบริการที่ส่งเสริมการทำหน้าที่ของครอบครัวได้

การเติบโตในครอบครัวที่ปลอดภัยและเอาใจใส่มีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการทางอารมณ์ สังคม และสติปัญญาของเด็ก ผลการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2562 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติและองค์การยูนิเซฟ พบว่า จำนวนเด็กที่ไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อแม่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 18 ในพ.ศ. 2548 เป็นร้อยละ 22 ในพ.ศ. 2562 สร้างความเป็นห่วงว่าเด็ก ๆ จะไม่ได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่ ตลอดจนขาดการส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสม

กลุ่มตัวแทนเด็กและเยาวชนจากทั่วประเทศซึ่งผ่านประสบการณ์ด้านการเลี้ยงดูหลากหลายรูปแบบได้รวบรวมข้อเสนอแนะจากการประชุมเตรียมการ เมื่อวันที่ 6-7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเสนอให้มีการส่งเสริมการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา สุขภาพ โภชนาการ การพัฒนาเด็กปฐมวัย รวมไปถึงการปกป้องคุ้มครองเด็กจากความรุนแรงภายในบ้าน เพื่อไม่ให้เด็กต้องเข้ารับการเลี้ยงดูทดแทนเพียงเพราะครอบครัวไม่สามารถดูแลพวกเขาได้ และเสนอว่าเด็ก ๆ ที่อยู่ภายใต้การเลี้ยงดูทดแทนจะต้องสามารถรักษาการติดต่อกับครอบครัวของตนเองได้อย่างสม่ำเสมอ และมีขั้นตอนให้สามารถกลับคืนสู่ครอบครัวหากเป็นไปได้

“ตามที่ตัวแทนเด็กและเยาวชนได้ส่งเสียงบอกพวกเรา ครอบครัวเป็นสภาพแวดล้อมโดยธรรมชาติ ที่จะคุ้มครองและมอบความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพวกเขา เราต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เด็ก ๆ ได้อาศัยอยู่กับครอบครัวหรืออยู่ภายใต้การดูแลในรูปแบบครอบครัว ด้วยการช่วยให้ครอบครัวเปราะบางสามารถเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐาน และช่วยให้เด็กที่อยู่ภายใต้การเลี้ยงดูทดแทนสามารถติดต่อกับครอบครัวของพวกเขา” นางคยองซัน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าว “ในการกำหนดนโยบายและการตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับการดูแลเด็ก จะต้องคำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กและการปกป้องคุ้มครองเด็ก ดังนั้นเราจึงต้องรับฟังเสียงของเด็ก ๆ เกี่ยวกับความต้องการที่แท้จริงของพวกเขา”

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มุ่งเน้นให้เด็กทุกคนจะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในครอบครัวที่ปลอดภัยและเอาใจใส่ สิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพและมีความสุข คือ การได้รับความมั่นคงทางจิตใจ การได้รับความรัก ความผูกพันจากผู้ดูแล ซึ่งจะเชื่อมโยงไปสู่พัฒนาการด้านสมองที่สมบูรณ์ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างมีคุณภาพ” นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าว ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับหลักการพื้นฐานของยุทธศาสตร์การคุ้มครองเด็กแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2564 ที่มุ่งเน้นการทำให้ “เด็กทุกคนอยู่ดีมีสุข ปลอดภัย ในครอบครัว ชุมชนและสังคมแวดล้อมที่คุ้มครองและดูแล”   

การที่เด็กไม่ได้รับการดูแลจากพ่อแม่ จากการถูกแยกจากครอบครัว  และการเลี้ยงดูทดแทนที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในรูปแบบสถานสงเคราะห์ อาจส่งผลกระทบด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมต่อตัวเด็กในระยะยาว เด็ก ๆ อาจต้องเผชิญกับการถูกบังคับให้อยู่อาศัยร่วมกับผู้อื่น หรือถูกกำหนดตารางในชีวิตประจำวันโดยไม่ได้คำนึงถึงความต้องการเฉพาะตัว และยังอาจถูกจำกัดความสามารถในการเลือกสิ่งที่จะนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดอีกด้วย

สัดส่วนบุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านสังคมในประเทศไทยนั้นค่อนข้างต่ำ ด้วยจำนวนนักสังคมสงเคราะห์เพียง 4 คนต่อประชากรทุก 100,000 คน เพื่อให้เด็กสามารถอยู่ร่วมกับครอบครัว และป้องกันการถูกแยกจากครอบครัวโดยไม่จำเป็น ยูนิเซฟสนับสนุนให้มีการลงทุนในการจัดบริการเพื่อสนับสนุนการทำหน้าที่ของครอบครัว และสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริการระดับชุมชน รวมถึงกำลังคนด้านสังคมเพื่อส่งเสริมครอบครัว

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และองค์การยูนิเซฟ กำลังทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาแผนปฏิบัติการด้านการเลี้ยงดูทดแทน ที่จะส่งเสริมการจัดบริการเพื่อสนับสนุนการทำหน้าที่ของครอบครัว และมุ่งเน้นการเลี้ยงดูทดแทนในรูปแบบครอบครัว อันได้แก่ครอบครัวเครือญาติอุปถัมภ์  หรือครอบครัวอุปถัมภ์ แทนที่การดูแลเด็กในสถานสงเคราะห์ โดยจะได้มีการนำผลจากการประชุมครั้งนี้ไปต่อยอดในแผนปฏิบัติงานเพื่อนำไปสู่การดำเนินงานโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กจะได้รับสิทธิในการเติบโตในสภาพแวดล้อมครอบครัวที่ปลอดภัยและเอาใจใส่

ที่อยู่ติดต่อสื่อ

สิรินยา วัฒนสุขชัย
องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย
Iman Morooka
Chief of Communication
UNICEF Thailand
โทร: 061-414-6488
อีเมล: imorooka@unicef.org

เกี่ยวกับยูนิเซฟ

ยูนิเซฟส่งเสริมสิทธิและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กทุกคน ในทุกๆ งานที่เราทำ ยูนิเซฟทำงานใน 190 ประเทศและดินแดน ร่วมกับพันธมิตรของเรา เพื่อแปรเปลี่ยนความมุ่งมั่นให้กลายเป็นการลงมือทำที่เป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นไปที่การเข้าถึงพวกเด็กๆ ในกลุ่มที่เปราะบางและถูกมองข้าม ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของเด็กทุกคน ในทุกๆ ที่

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับยูนิเซฟ และงานเพื่อเด็กของยูนิเซฟ ได้ที่เว็บไซต์ www.unicef.org/thailand/

ข้อมูลทั่วไปกรุณาติดต่อ thailandao@unicef.org

ติดตามเรื่องราวล่าสุดจากยูนิเซฟได้ที่ ทวิตเตอร์ และ เฟซบุ๊ก ของยูนิเซฟ