ยูนิเซฟและพันธมิตรเร่งแจกจ่ายสิ่งของจำเป็น แก่เด็กและครอบครัวข้ามชาติในพื้นที่เสี่ยงโควิด-19

15 มกราคม 2021
เด็กๆ ข้ามชาติกำลังอ่านสมุดคู่มือป้องกันโควิด-19 ของยูนิเซฟและพันธมิตรอยู่
UNICEF Thailand/2021/Bundit Chotsuwan
ยูนิเซฟและพันธมิตรเร่งแจกจ่ายสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ เช่น สบู่ เจลแอลกอฮอล์ อุปกรณ์ป้องกัน และสมุดคู่มือป้องกันโควิด-19 ไปยังชุมชนข้ามชาติในจ. สมุทรสาคร

กรุงเทพฯ 14 มกราคม 2564 - องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย จับมือพันธมิตรและองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา หรือ ยูเอสเอด เพื่อเร่งแจกจ่ายสิ่งของจำเป็น พร้อมจัดการฝึกอบรมให้แก่ชุมชนในพื้นที่เสี่ยงของประเทศไทยเกี่ยวกับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อช่วยหยุดยั้งการแพร่ระบาดและบรรเทาผลกระทบของโควิด-19 ที่มีต่อประชากรกลุ่มเปราะบาง ซึ่งรวมถึงกลุ่มแรงงานข้ามชาติ 

ความช่วยเหลือครั้งล่าสุดนี้มุ่งเข้าถึงกลุ่มแรงงานข้ามชาติราว 30,000 คน ใน 45 ชุมชนในสมุทรสาครและจังหวัดอื่นๆ โดยการแพร่ระบาดล่าสุดส่งผลให้เด็กและครอบครัวข้ามชาติจำนวนมากกำลังเผชิญกับการขาดรายได้ การเข้าไม่ถึงข้อมูลที่จำเป็น และการขาดแคลนสิ่งของจำเป็นในการปกป้องตนเองจากโควิด-19

นางเซเวอรีน เลโอนาร์ดี รักษาการผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าววว่า “การเร่งเข้าถึงประชากรกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ คือปัจจัยสำคัญในหยุดยั้งการแพร่ระบาด ยูนิเซฟขอบคุณการสนับสนุนของยูเอสเอดที่ช่วยให้เราเข้าถึงกลุ่มเด็กและครอบครัวที่เปราะบางที่สุดได้ และทำให้เราสามารถสนับสนุนรัฐบาลเพื่อป้องกันไม่ให้การแพร่ระบาดลุกลามในประเทศ การแจกจ่ายสิ่งของและข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับประชากรข้ามชาติจะช่วยให้พวกเขาปลอดภัยและให้ชุมชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกันโควิด-19 ในระยะยาว การจะเอาชนะกับโควิด-19 ได้นั้น จะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม”

ทั้งนี้ ยูนิเซฟได้จัดส่งสบู่และเจลแอลกอฮอล์กว่า 10,000  ชิ้น พร้อมคู่มือเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ในภาษาเมียนมาร์ ไปยังเครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท และสมาคมพราว เพื่อแจกจ่ายไปยังชุมชนข้ามชาติที่อาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบใกล้เคียง พร้อมยังได้จัดส่งสิ่งของอื่น ๆ ประกอบด้วย ชุดคลุมพลาสติก (Isolation Gown) จำนวน 1,800 ชุด เฟซชิลด์ 650 ชิ้น หน้ากากอนามัย 400 กล่อง ถุงมือ 380 กล่อง และ น้ำยาฆ่าเชื้อ 100 แกลลอน ให้แก่เจ้าหน้าที่ อาสาสมัครสุขภาพข้ามชาติ และล่าม เพื่อใช้ในการทำงานสนับสนุนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการติดตามผู้ป่วยโควิด-19 ในชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ ยูนิเซฟ และยูเอสเอด กำลังสนับสนุนมูลนิธิรักษ์ไทย จัดอบรมผู้นำและสมาชิกชุมชนข้ามชาติจาก 40 ชุมชนในจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรปราการ ระนอง และจันทบุรี เพื่อให้คนในชุมชนร่วมกันจัดทำมาตรการและกลไกในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในชุมชนของตน เช่น การเฝ้าระวังโควิด-19 และการเผยแพร่ความรู้ในชุมชน  

ในขณะเดียวกัน ยูนิเซฟยังได้สนับสนุนศูนย์การเรียนรู้ข้ามชาติในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยสนับสนุนอินเทอร์เน็ตเพื่อการจัดเรียนการสอนออนไลน์ ตลอดจนการจัดเรียนการสอนนอกสถานที่อย่างปลอดภัย เพื่อให้เด็ก ๆ ได้สามารถเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง 

ยูนิเซฟยังเดินหน้าให้ความรู้และความเข้าใจแก่เด็ก ๆ และครอบครัวเพื่อให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัส ผ่านการจัดทำสื่อเพื่อการศึกษาที่น่าสนใจในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น เพลง วิดีโอ ชุดข้อมูลภาพให้ความรู้ และจัดกิจกรรมเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ซึ่งได้เผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย

ท่านสามารถร่วมมือกับยูนิเซฟ ประเทศไทยเพื่อต่อสู้กับโควิด-19 ผ่านโครงการอาสาสมัคร ฉันคือยูนิเซฟ’ (I AM UNICEF) เพื่อร่วมจัดกิจกรรมออนไลน์เสริมสร้างการตระหนักรู้และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ที่ https://www.unicef.org/thailand/i-am-unicef หรือติดต่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE Official Account หรืออีเมล์ volunteerth@unicef.org

ที่อยู่ติดต่อสื่อ

ณัฐฐา กีนะพันธ์
Communication Officer
องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย
อีเมล: nkeenapan@unicef.org
วรวุฒิ ชูมณี
องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย
อีเมล: wchumanee@unicef.org

เกี่ยวกับยูนิเซฟ

ยูนิเซฟส่งเสริมสิทธิและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กทุกคน ในทุกๆ งานที่เราทำ ยูนิเซฟทำงานใน 190 ประเทศและดินแดน ร่วมกับพันธมิตรของเรา เพื่อแปรเปลี่ยนความมุ่งมั่นให้กลายเป็นการลงมือทำที่เป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นไปที่การเข้าถึงพวกเด็กๆ ในกลุ่มที่เปราะบางและถูกมองข้าม ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของเด็กทุกคน ในทุกๆ ที่

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับยูนิเซฟ และงานเพื่อเด็กของยูนิเซฟ ได้ที่เว็บไซต์ www.unicef.org/thailand/

ข้อมูลทั่วไปกรุณาติดต่อ thailandao@unicef.org

ติดตามเรื่องราวล่าสุดจากยูนิเซฟได้ที่ ทวิตเตอร์ และ เฟซบุ๊ก ของยูนิเซฟ