ขจัดช่องว่างการเรียนรู้ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

กรณีศึกษาการจัดการเรียนรู้โดยใช้ภาษาแม่เป็นฐาน

ขจัดช่องว่างการเรียนรู้
UNICEF Thailand/2017/Sukhum

เกี่ยวกับ

ข้อมูลจากการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทยปี พ.ศ. 2562 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติและองค์การยูนิเซฟ มีการระบุข้อมูลช่องว่างการเรียนรู้ระหว่างกลุ่มต่าง ๆ แบ่งตามกลุ่มสังคม โดยเด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่ได้พูดภาษาไทยมีทักษะการอ่านและการคำนวณพื้นฐานน้อยที่สุด การที่เด็กมีพื้นฐานการเรียนรู้ไม่ดีทำให้เด็กเหล่านี้เรียนรู้ไม่ทันเพื่อน ๆ ที่สามารถพูดภาษาไทยได้ตลอดวงจรการศึกษา

เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อแนะนำแนวทางเพื่อขจัดช่องว่างการเรียนรู้สำหรับเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนผ่านการจัดการศึกษาแบบทวิ-พหุภาษาโดยใช้ภาษาแม่เป็นฐาน (MTB-MLE) นอกจากนี้เอกสารฉบับนี้ยังระบุช่องว่างของการเรียนรู้ที่เป็นปัญหามายาวนานผ่านประสบการณ์ของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยโดยต่อยอดจากแผนปฏิบัติการด้านนโยบายภาษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2564 - 2565) ฉบับใหม่ของรัฐบาลไทยและใช้โมเดล “ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand)” ที่ประสบความสำเร็จมาใช้เพื่อให้ข้อเสนอแนะตามลำดับความสำคัญและเป็นยุทธศาสตร์สร้างกลับไปให้ดีขึ้นหลังจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19

ขจัดช่องว่างการเรียนรู้ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ผู้แต่ง
Kirk Person

ไฟล์พร้อมสำหรับดาวน์โหลด