เด็ก ครู ชุมชน กับการเรียนรู้ไม่รู้จบ

โครงการฟื้นฟูการเรียนรู้ของผู้นำอาสาในนครพนม

พีรยา อภิรัชต์กุล
เด็ก ๆ โรงรียนอุ่มเหม้าวิทยาคารเข้าร่วมกิจกรรมฟื้นฟูการเรียนรู้
UNICEF Thailand/2023/Apirachkul
เด็ก ๆ โรงรียนอุ่มเหม้าวิทยาคารเข้าร่วมกิจกรรมฟื้นฟูการเรียนรู้
31 สิงหาคม 2023

คุณเป็นคนหนึ่งที่เติบโตมาในหมู่บ้านเล็ก ๆ หรือเปล่า ตอนกลางวันไปวิ่งเล่นกับเพื่อนบ้านวัยเดียวกัน มีลุงป้าน้าอาคอยแบ่งขนมหุงหาอาหารให้กินหลังเล่นเสร็จ ใช้ชีวิตประหนึ่งว่าคนทั้งชุมชนเป็นญาติ เป็นครอบครัวเดียวกันกับเรา สิ่งเหล่านี้ยังคงเกิดขึ้นในชุมชนเล็ก ๆ ในจังหวัดนครพนม ที่ชุมชนอุ่มเหม้าและชุมชนโสกแมว พวกเขาใช้คนทั้งชุมชนช่วยกันเลี้ยงเด็กหนึ่งคน

โควิดซาไปแต่ปัญหาใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมกลับผุดขึ้น

เป็นเวลาเกือบปีแล้วที่โรงเรียนทั่วประเทศกลับมาทำการเรียนการสอนในโรงเรียน หลังจากที่ปิดไปนานถึง 2 ปีเพราะความจำเป็นที่ต้องควบคุมการระบาดของโรคโควิด ในช่วงนั้น เด็ก ๆ ต้องเรียนออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งเด็กส่วนใหญ่อาศัยอยู่กับปู่ย่าตายายที่ไม่สามารถดูแลหลานได้อย่างใกล้ชิด และเมื่อเรียนเสร็จเด็ก ๆ ก็ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากขึ้น บ้างก็เล่นเกม บ้างก็เล่นแอปติ๊กต่อก แม้ในวันนี้ที่โรงเรียนกลับมาเปิดตามเดิมแล้ว เด็ก ๆ กลับมาสู่ห้องเรียนแล้ว แต่ใจยังอยู่กับโทรศัพท์ ไม่พร้อมที่จะเรียน

“พอโควิดหายไปกลับมาเปิดเรียน รู้สึกว่านักเรียนเรียนรู้ได้ไม่เต็มที่เหมือนเดิม แต่ก่อนนักเรียนจะกระตือรือร้นในการเรียนและให้ความร่วมมือเต็มที่เมื่อคุณครูพาทำกิจกรรม แต่หลังโควิด ใจเด็ก ๆ จดจ่ออยู่ที่โทรศัพท์อย่างเดียวเลย ถึงแม้ที่โรงเรียนจะไม่ให้พกมา เด็ก ๆ ก็จะตั้งตารอว่าเมื่อไหร่จะเลิกเรียนจะได้กลับไปเล่นโทรศัพท์ที่บ้าน” ครูอ๋อมแอ๋ม วิลาสินี ตะวังทัน ครูประจำโรงเรียนบ้านโสกแมวเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กจำนวนมาก จนพ่อแม่กลุ่มหนึ่งถึงกับออกปากว่า “ครูช่วยหน่อย ทำอย่างไรก็ได้ให้เด็กเลิกติดมือถือ”

3 ผู้นำอาสายูนิเซฟ
UNICEF Thailand/2023/Apirachkul
3 ผู้นำอาสายูนิเซฟ ครูไนซ์ จรรยาภรณ์ ตุ้มอ่อน – ครูพิมแพม พิมพ์ชนก อุ่นชัย - ครูอ๋อมแอ๋ม วิลาสินี ตะวังทัน

คืนเด็กสู่ห้องเรียน ด้วยมือต่อมือของคนในชุมชน

เมื่อได้โจทย์ที่ท้าทายสุด ๆ จากผู้ปกครอง ครูอ๋อมแอ๋ม และครูไนซ์ จรรยาภรณ์ ตุ้มอ่อน จากโรงเรียนบ้านโสกแมว กับครูพิมแพม พิมพ์ชนก อุ่นชัย ครูฝึกสอนจากโรงเรียนอุ่มเหม้าวิทยาคาร จึงได้มารวมพลังกันดั่ง Powerpuff Girls ระดมสมองหาวิธีดึงเด็กให้ห่างจอและกลับสู่ห้องเรียน จึงเป็นที่มาของกิจกรรมฟื้นฟูการเรียนรู้หนึ่งวันเต็ม โดยไพ่ใบสำคัญที่ทำให้กิจกรรมนี้เกิดขึ้นได้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อนอะไรแต่เป็น ของดี และ คนดี จากชุมชนนั่นเอง

“เรา 3 คนช่วยกันออกแบบกิจกรรมที่นอกจากจะช่วยฟื้นฟูการเรียนรู้ในห้องเรียนแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้เด็ก ๆ พร้อมที่จะเรียนรู้มากยิ่งขึ้นจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว โดยนำเอาเอกลักษณ์ของชุมชนมาประยุกต์ใช้กับการเรียนรู้ ให้เด็ก ๆ นำไปใช้ได้จริง” ครูอ๋อมแอ๋มเล่า

“ชุมชนเรามีของค่ะ มีคนที่มีความสามารถแต่ยังไม่มีเวทีที่จะแสดงศักยภาพของตัวเอง เราเลยเชิญพวกเขามาเป็นอาสาวิทยากรพิเศษในกิจกรรมแต่ละฐานค่ะ แล้วทุกคนก็ให้ความร่วมมือเต็มที่” พิมแพมเสริม

วิทยากรพิเศษจากชุมชนมาให้ความรู้ในการย้อมผ้าด้วยเปลือกไม้กับเด็ก ๆ
UNICEF Thailand/2023/Apirachkul
วิทยากรพิเศษจากชุมชนมาให้ความรู้ในการย้อมผ้าด้วยเปลือกไม้กับเด็ก ๆ

ดนตรี กีฬา ภาษา วัฒนธรรม 4 กิจกรรม ครบจบในวันเดียว

กิจกรรมกรรมฟื้นฟูการเรียนรู้มีทั้งหมด 4 ฐาน นั่นก็คือ ดนตรีเฮฮา ภาษาพาเพลิน กีฬาพาม่วนซื่น  และวัฒนธรรมนำครีเอท

ดนตรีเฮฮา วิทยากรวงดนตรีพื้นบ้านคนรุ่นใหม่มาสอนเด็ก ๆ ให้รู้จักโน้ตเพลงและลองเล่นเครื่องดนตรีพื้นบ้าน รวมทั้งมีเกมอย่างเก้าอี้ดนตรีรวมอยู่ด้วย ที่ฐานนี้จะครึกครื้นเป็นพิเศษ เพราะมีทั้งเสียงดนตรี แคน พิณโปร่ง กลอง ปี่ โปงลาง ปะปนไปกับเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ

ภาษาพาเพลิน Learning Together เป็นการรวมเอาภาษาไทยและภาษาพื้นเมืองอย่างภาษาไทข่าและภูไทมาผสมผสานกับกับศิลปะการวาดหน้ากากผีโผนและดอกจำปาขาวอันเป็นสัญลักษณ์ของชุมชน พี่ ๆ วิทยากรอาสาจะค่อย ๆ สอนเด็ก ๆ วาดรูปโดยการใช้ภาษาไทยและภาษาพื้นเมืองสลับกันไป

กีฬาพาม่วนซื่น ฐานม่วน ๆ จอย ๆ ได้ออกเหงื่อขยับร่างกายกัน มีการใช้อุปกรณ์อย่างผ้าใบตารางเก้าช่อง และลูกวอลเลย์บอล เด็ก ๆ ยังได้เรียนรู้การเล่นกีฬาและการทำภารกิจเป็นทีมกับเพื่อนอย่างมีกติการ่วมกัน

วัฒนธรรมนำครีเอท เด็ก ๆ ได้เรียนรู้การย้อมผ้าด้วยครามและเปลือกไม้ซึ่งเป็นวิธีที่ขึ้นชื่อของชุมชน ทั้งยังเป็นของฝากยอดฮิตของผู้มาเยือนอีกด้วย หลังจากย้อมผ้าเสร็จเด็ก ๆ ทุกคนได้รับผ้าย้อมฝีมือตัวเองกลับบ้านกันคนละผืน

ระหว่างการทำกิจกรรม เราได้ยินพี่ ๆ อาสาพูดกับเด็ก ๆ บ่อย ๆ ว่า “ให้นั่งเป็นกลุ่ม กลุ่มใครกลุ่มเรา” หรือ “จัดแถวสองแถว แถวใครแถวเรา” เป็นคำพูดที่ไม่คุ้นหูนัก เพราะเมื่อตอนเป็นเด็กเรามักได้ยินคำว่า “กลุ่มใครกลุ่มมัน” หรือ “ของใครของมัน” สิ่งเหล่านี้เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อยที่น่ารัก แสดงถึงความใส่ใจในการเลือกใช้คำ เพราะกิจกรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ไม่ได้มีแค่ความสนุกสนานแต่เบื้องหลังมีการถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์การวัดผลตามหลักสูตรฐานสมรรถนะ* 2 ข้อ คือ การรวมพลังทำงานเป็นทีม และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการในชุมชนอย่างยั่งยืน

เมื่อถามคุณครูอ๋อมแอ๋มว่าสิ่งที่ท้าทายที่สุดในการทำกิจกรรมฟื้นฟูการเรียนรู้ครั้งนี้คืออะไร คุณครูบอกว่าด่านที่สำคัญที่สุดคือตัวเด็ก รองลงมาคือความร่วมมือของผู้ปกครอง “เราต้องพูดให้เด็กยอมรับ ยอมออกมาจากโทรศัพท์ ลองเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ และต้องสื่อสารกับผู้ปกครองด้วย เพราะจริง ๆ แล้วเด็กอยู่กับผู้ปกครองมากกว่าอยู่กับคุณครู เมื่ออยู่บ้านผู้ปกครองต้องกำชับว่า โทรศัพท์ต้องเล่นให้เป็นเวลา แค่ไหนที่เหมาะสม”


*หลักสูตรฐานสมรรถนะ คือ หลักสูตรที่เน้นส่งเสริมสมรรถนะของผู้เรียนในการปรับใช้องค์ความรู้ที่หลากหลายในสถานการณ์จริง ออกแบบกลยุทธ์และแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยพลิกแพลงและยืดหยุ่นในระยะยาว

ครูอ๋อมแอ๋มกำลังสอนภาษาภูไทให้กับเด็ก ๆ ขณะที่เด็ก ๆ วาดรูปไปด้วย
UNICEF Thailand/2023/Apirachkul
ครูอ๋อมแอ๋มกำลังสอนภาษาภูไทให้กับเด็ก ๆ ขณะที่เด็ก ๆ วาดรูปไปด้วย

งานหลักเป็นครู งานรองเป็นผู้นำอาสา

เราต่างรู้กันดีว่า ครูนั้นมีงานล้นมือ ทั้งงานสอน งานเอกสาร และงานอื่น ๆ ในโรงเรียน แต่อะไรทำให้ครูทั้ง 3 คนยอมเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวและเจียดเวลาส่วนตัวในวันหยุดมาเขียนโครงการฟื้นฟูการเรียนรู้ในชุมชนนำเสนอกับยูนิเซฟ ในโครงการผู้นำอาสา I Am UNICEF

“การเป็นครูกับผู้นำอาสามีความคล้ายคลึงกัน ในฐานะครู เราได้ให้ความรู้กับเด็ก ๆ ทุกวัน แต่ในฐานะผู้นำอาสา เราเลือกนำสิ่งใหม่ ๆ ที่เขายังไม่เคยรู้จักมาให้เขาได้เรียนรู้ สิ่งที่คาดหวังคือให้เด็ก ๆ ได้เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ทำสิ่งที่ไม่เคยทำ ครูหลายท่านอาจจะคิดว่าการที่จะทำงานแบบนี้เป็นเรื่องยาก แต่สิ่งนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ และที่สำคัญที่สุดคือเราสามารถนำสิ่ง ดี ๆ ที่มีอยู่แล้วในชุมชนมาพัฒนาต่อยอดและส่งเสริมการเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้น ขอบคุณทีมยูนิเซฟที่สนับสนุนกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ให้เกิดกับเด็ก ๆ ทุกคน” ครูอ๋อมแอ๋มกล่าว

ครูอ๋อมแอ๋ม ครูไนซ์และครูพิมแพม ต่างก็เป็นเพียงคนตัวเล็ก ๆ ในชุมชน แต่เมื่อทั้งสามคนรวมพลังกันก็สามารถผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นได้ในโรงเรียน หากเราทุกคนคอยสังเกตพื้นที่ที่ตัวเองอยู่และถามตัวเองบ่อย ๆ ว่า เรายังทำอะไรได้อีกบ้าง เพื่อคนในบ้านของเรา เพื่อคนในโรงเรียนของเรา เพื่อคนในชุมชนของเรา เพื่อคนในจังหวัดนี้และเพื่อคนในประเทศนี้ สังคมนี้อาจมีนักสร้างความเปลี่ยนแปลงตัวเล็ก ๆ เกิดขึ้นใหม่ในทุกพื้นที่ของประเทศก็เป็นได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงไม่ว่ายิ่งใหญ่แค่ไหน ก็เริ่มต้นจากคนหนึ่งคน ขอให้เรื่องราวนี้จุดประกายความเป็นผู้นำอาสาในตัวคุณ

เจ้าหน้าที่ยูนิเซฟคอยอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมของผู้นำอาสา
UNICEF Thailand/2023/Apirachkul
เจ้าหน้าที่ยูนิเซฟคอยอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมของผู้นำอาสา

เกี่ยวกับโครงการผู้นำอาสา

โครงการผู้นำอาสา คือโครงการพัฒนาศักยภาพของอาสาที่เชื่อในการเปลี่ยนแปลงทุกคน ยูนิเซฟจะช่วยเตรียมความพร้อมให้อาสาสร้างโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาชุมชนของตนเอง เพราะเราเชื่อว่าพลังอาสามีบทบาทที่สำคัญในการสร้างการเปลี่ยนเเปลงเชิงบวกและทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กเเละเยาวชนทั่วประเทศไทยดีขึ้นได้ โครงการผู้นำอาสาเปิดรับสมัครปีละหนึ่งครั้งในช่วงเดือน พฤศจิกายน - ธันวาคม ของทุกปี ติดตามการรับสมัครได้ทาง Facebook Page: UNICEF Thailand

บล็อกของยูนิเซฟ

บล็อกของยูนิเซฟคือบทความที่ส่งเสริมสิทธิและความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ รวมถึงไอเดียในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเด็ก ๆ และครอบครัวของพวกเขา บทความบล็อกเหล่านี้จะนำเสนอข้อมูลและความเห็นจากเด็กและเยาวชน องค์กรพันธมิตร ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็ก และเจ้าหน้าที่ของยูนิเซฟในประเทศไทย อย่างไรก็ดี ความเห็นต่าง ๆ ที่ปรากฏในบทความบนบล็อกของยูนิเซฟนี้ เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่ได้สะท้อนจุดยืนหรือความคิดเห็นอย่างเป็นทางการขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

อ่านเรื่องราวในหัวข้ออื่น ๆ