อ่านที่ไหน มีความสุขที่นั่น

เมื่อการอ่านไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในห้องเรี่ยนสี่เหลี่ยมหรือห้องสมุดอีกต่อไป

นันทนี บุญมี อาสานักเขียนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
อ่านที่ไหน มีความสุขที่นั่น
UNICEF Thailand/2024
อ่านที่ไหน มีความสุขที่นั่น
02 เมษายน 2024

“อ่านที่ไหน มีความสุขที่นั่น” คือ สโลแกนรู้รักการอ่านของโรงเรียนบ้านม่วงดง จังหวัดอุดรธานี ที่มาที่ไปของข้อความนี้มาจากความเชื่อของคุณครูชุติมา ญาณสว่าง และคุณครูสุภากรณ์ พงษ์คำผาย ที่ว่า “การอ่านนั้นไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องสมุดเสมอไป ในทุกพื้นที่ของโรงเรียนเล็ก ๆ สามารถกลายเป็นแหล่งความรู้ได้”

เมื่อได้ลองเดินไปที่สวนผักของโรงเรียน จะพบต้นไม้ที่มีป้ายความรู้สีขาวติดอยู่ มีทั้งเนื้อหาที่บอกวิธีการปลูก การดูแล และสรรพคุณของต้นนั้น ๆ เช่น “ฉันคือว่านหางจระเข้ มีประโยชน์เป็นยาฆ่าเชื้อ ใช้ฝานสมานแผล ห้ามเลือดได้ เป็นตัวกระตุ้นเซลล์เนื้อเยื่อให้เจริญเติบโต ทำให้แผลหายเร็วขึ้น” นี่คือส่วนหนึ่งของ กิจกรรมต้นไม้พูดได้ ที่นักเรียนทุกคนจะมีส่วนร่วมตั้งแต่การปลูกต้นไม้ การหาข้อมูลสรรพคุณและประโยชน์ของพืชและต้นไม้ที่มีอยู่ในโรงเรียน แล้วนำมาสร้างเป็นใบความรู้ให้เพื่อนนักเรียนคนอื่นได้อ่าน แต่กิจกรรมไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เมื่อโรงเรียนมีต้นไม้เยอะ ก็ย่อมมีใบไม้ร่วงหล่นเยอะ แล้วใบไม้พวกนี้จะสามารถนำมาบูรณาการการอ่านเขียนได้อย่างไรบ้างนะ?

คุณครูและนักเรียนเริ่มต้นจากการช่วยกันเก็บกวาดใบไม้ให้เป็นกองรอบๆ โรงเรียน และเริ่มศึกษาวิธีการนำใบไม้ไปทำเป็นปุ๋ย แน่นอนว่าในทุกขั้นตอนเด็ก ๆ ได้ใช้ความสามารถที่ตนเองถนัด เช่นว่า นักเรียนคนไหนเขียนหนังสือสวยก็ให้เขียนป้ายความรู้วิธีการทำปุ๋ยจากใบไม้ นักเรียนคนไหนวาดรูปสวยก็ให้วาดรูปตกแต่ง จนสำเร็จเสร็จสิ้นออกมาเป็นผลงานที่ได้ปักไว้รอบ ๆ โรงเรียน ใครที่ผ่านไปผ่านมาก็ต่างก็ได้อ่านเรื่องวิธีการทำปุ๋ยจากฝีมือคุณครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านม่วงดง

กิจกรรมการอ่านสุดสร้างสรรค์ยังมีอีกเพียบ อย่างเช่น กิจกรรมหนังสือเล่มเล็ก ที่ช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนรุ่นพี่และนักเรียนรุ่นน้อง โดยการให้เด็ก ๆ ร่วมด้วยช่วยกันทำหนังสือเล่มเล็ก แต่งเนื้อเรื่องเอง เขียนเอง วาดรูปเอง ช่วยกันผลิตหนังสือสุดฝีมือ แต่ถ้าหากน้องอนุบาลคนไหนยังอ่านหนังสือไม่ออก ทางโรงเรียนก็มี กิจกรรมพี่พาน้องอ่าน โดยคุณครูจะนำพี่ ๆ ชั้นประถมไปเลือกหนังสือที่ชอบในห้องสมุด แล้วพาพี่ ๆ ไปห้องเรียนน้องอนุบาล จากนั้นให้พี่และน้องช่วยกันอ่านหนังสือที่เลือกมาอย่างสนุกสนาน ได้ทั้งความรู้ ข้อคิด และความสนิทสนมระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง

ระหว่างการสัมภาษณ์คุณครูได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อมีนักเรียนเข้ามาที่ห้องสมุดเพื่อยืมหนังสือกลับไปอ่าน วันที่นักเรียนนำหนังสือมาคืนเป็นวันที่ครูลุ้นมากที่สุด ไม่ได้ลุ้นว่าหนังสือที่ยืมไปจะนำมาคืนครบหรือเปล่า แต่คุณครูลุ้นว่า หนังสือมีรอยยับหรือเปล่า เพราะถ้าหนังสือมีรอยยับแปลว่านักเรียนได้เปิดอ่านแล้ว คุณครูจะดีใจเป็นอย่างมาก แต่ถ้าหากหนังสือเหล่านั้นกลับมาในสภาพเดิม เรียบกริบทุกแผ่น แปลว่านักเรียนยังไม่ได้เปิดอ่าน สำหรับคุณครูที่นี่ การที่นักเรียนยืมหนังสือไปใช้งานแล้วทำหาย ยังดีกว่าการที่นักเรียนยืมไปแล้วไม่เปิดอ่านเลย

โรงเรียนบ้านม่วงดงได้แสดงให้เห็นว่าวิธีการส่งเสริมการอ่าน ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในห้องเรียนสี่เหลี่ยมหรือห้องสมุดเพียงเท่านั้น แต่เราสามารถส่งเสริมการอ่านได้ทุกที่รอบตัวเด็ก เพียงเราใส่ใจที่จะทำป้ายความรู้รอบตัว หาจุดวางตัวหนังสือข้างถนนบ้าง ระหว่างเดินทางบ้าง เริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆ แต่ใช้ได้จริง เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เก็บเล็กผสมน้อย เพิ่มพูนข้อมูลความรู้ให้มากขึ้นในทุก ๆ วัน ก็อาจกลายเป็นนิสัยรักการอ่านได้ในอนาคต

บล็อกของยูนิเซฟ

บล็อกของยูนิเซฟคือบทความที่ส่งเสริมสิทธิและความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ รวมถึงไอเดียในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเด็ก ๆ และครอบครัวของพวกเขา บทความบล็อกเหล่านี้จะนำเสนอข้อมูลและความเห็นจากเด็กและเยาวชน องค์กรพันธมิตร ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็ก และเจ้าหน้าที่ของยูนิเซฟในประเทศไทย อย่างไรก็ดี ความเห็นต่าง ๆ ที่ปรากฏในบทความบนบล็อกของยูนิเซฟนี้ เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่ได้สะท้อนจุดยืนหรือความคิดเห็นอย่างเป็นทางการขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

อ่านเรื่องราวในหัวข้ออื่น ๆ