คณะกรรมการที่ปรึกษาเยาวชนยูนิเซฟ เสริมพลังเยาวชนไทยไปร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก

ค่ายเสริมสร้างทักษะการเป็นผู้นำและนักรณรงค์

สิรินยา วัฒนาสุขชัย
กลุ่มคนกำลังมองไปที่บอร์ดกระดาษ และร่วมกันแชร์ไอเดีย
UNICEF Thailand/2023/Khiaojan
สมาชิก YPAB กำลังร่วมกันแชร์ความคิดและสะท้อนมุมมองของตนเองในเวิร์กชอป
26 กันยายน 2023

ในระยะเวลาเพียง 4 วัน อธิชาติ บุตรจันทร์ อายุ 11 ขวบจากสกลนครได้รับประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตหลายเรื่อง ทั้งการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก มากรุงเทพเป็นครั้งแรก และเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปเป็นครั้งแรก

อธิชาติเป็นสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาเยาวชนของยูนิเซฟ หรือ YPAB (UNICEF's Young People Advisory Board (YPAB) ที่อายุน้อยที่สุดจากทั้งหมด 51 คน  YPAB คือการรวมตัวของตัวแทนเยาวชนจากทั่วประเทศ แต่ละคนมีพื้นฐานครอบครัวและการศึกษาที่แตกต่างกัน แต่มารวมตัวกันและทำงานร่วมกับยูนิเซฟไปด้วยกันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับเด็กและเยาวชนในประเทศไทย

เด็กผู้ชายกำลังพูดและร่วมกิจกรรมทำอาหาร
UNICEF Thailand/2023/Khiaojan
อธิชาติ บุตรจันทร์ สมาชิกวัย 11 ขวบจากจังหวัดสกลนครกำลังสนุกกับกิจกรรม ‘มาสเตอร์เชฟ’

ยูนิเซฟเปิดตัวโครงการ YPAB ครั้งแรกในปี 2564 โดยมุ่งหวังที่จะสร้างพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการวางนโยบาย ไปจนถึงการการทำงานร่วมกันอย่างแข็งขันและครอบคลุม ซึ่งจะช่วยให้ยูนิเซฟเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เท่าทันกับยุคสมัย และมีประโยชน์ต่อเยาวชนไทยมากขึ้น

อธิชาติและเพื่อน ๆ สมาชิก YPAB รุ่นที่สองได้เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เพื่อเข้าค่ายเสริมสร้างทักษะการเป็นผู้นำและนักรณรงค์ ซึ่งจัดโดยยูนิเซฟและ Tact Social Consulting (Tact) เป็นเวลาสามวัน ระหว่างวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2566 ระหว่างเข้าค่าย อธิชาติมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมและฝึกทักษะหลายอย่าง เช่น การพูดคุยวางแผน หรือ กิจกรรม ‘มาสเตอร์เชฟ’ และเมื่อค่ายจบลง เขาก็ได้เพื่อนใหม่อีกหลายคน

เหล่าสมาชิก YPAB ปี  2 มีอายุตั้งแต่ 11 – 23 ปี เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาตอนปลายไปจนถึงเพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย บ้างเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มคนหลากหลายทางเพศ และเด็กพิการ พวกเขาเป็นตัวแทนความหลากหลายในทุกมิติของสังคม ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจและสังคม ชาติพันธุ์ หรือ เพศวิถี

กลุ่มเยาวชนที่มีเด็กพิการรวมอยู่ด้วยกำลังทำกิจกรรมกลุ่ม
UNICEF Thailand/2023/Keawpeai
เหล่าสมาชิก YPAB ปี 2 มีความหลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่ อายุ ชาติพันธุ์ เพศวิถี และเด็กพิการ

ค่ายถูกแบ่งออกเป็นสามช่วง ช่วงแรกคือการเจอกันทางออนไลน์เพื่อทำความรู้จักเบื้องต้นก่อนที่จะมาสู่ช่วงที่สอง คือทำกิจกรรมจริงร่วมกันในกรุงเทพมหานครเป็นเวลาสามวัน และช่วงสุดท้ายคือการประชุมออนไลน์เพื่อติดตามผลและให้คำปรึกษาในโครงการที่น้อง ๆ สนใจ อย่างเช่น การดูแลสุขภาพใจ การศึกษาและการจ้างงาน การยุติความรุนแรงในเด็ก การมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

พลอยนภัส เจริญคชฤทธิ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการพัฒนาวัยรุ่นและการมีส่วนร่วม กล่าวชื่นชมสมาชิก YPAB ว่า “กลุ่มเยาวชนเหล่านี้ ได้มารวมพลังกับยูนิเซฟเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในประเทศไทย พวกเขาให้ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์มากต่องานของยูนิเซฟ และยังเป็นตัวแทนของเด็กและเยาวชนที่มาร่วมกันแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขา”

ความหลากหลายของกลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นประโยชน์กว่าที่คิด เมื่อค่ายถูกออกแบบมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนให้คนที่แตกต่างกันสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันได้ และได้มีโอกาสช่วยเหลือกันและกัน เช่น การช่วยเหลือกันและกันและเพื่อนที่พิการ คนที่อายุน้อยกว่า หรือมีประสบการณ์น้อยกว่า

เด็กผู้หญิงสองคนกำลังคุยภาษามือกับเด็กผู้หญิงอีกคนที่นั่งอยู่
UNICEF Thailand/2023/Khiaojan
วรฤทัย ชูเสน (ยืน ขวา) กำลังคุยกันด้วยภาษามือกับนลินรัตน์ พรวิวัฒน์สุข (นั่ง)

แสงสว่าง จองคำ นักเรียนชาติพันธุ์ดาราอั้งจากจังหวัดเชียงใหม่ ให้ความเห็นว่า เวิร์กชอปจะช่วยสร้างพื้นที่ให้กับเด็กทุกคนได้แบ่งปันประสบการณ์ แสดงความคิดเห็น นำเสนอแนวคิดหรือวิธีแก้ไขปัญหา

“หนูเห็นถึงความแตกต่างระหว่างพวกเรา เด็กในเมืองดูเป็นคนมั่นใจ แต่พวกเราที่มาจากหมู่บ้านเหมือนอยู่กันคนละโลก” แสงสว่างบอก พร้อมเล่าถึงปมปัญหาที่อยู่ในใจเธอ ในหมู่บ้านที่เธอโตมานั้น ทุก ๆ ปีจะมีการจัดงานเทศกาลประจำปีของหมู่บ้าน ซึ่งมีการแข่งขันฟุตบอลที่ให้เฉพาะผู้ชายเข้าร่วม

แสงสว่างฝันอยากให้มีกิจกรรมในแบบเดียวกันกับค่าย YPAB จัดขึ้นในทุกพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้นักเรียนที่ขาดโอกาสทั่วประเทศได้เข้าร่วม เพื่อพวกเขาจะได้สร้างความมั่นใจ พัฒนาทักษะและเพิ่มพูนความรู้ได้อย่างเพื่อนนักเรียนในเมือง “เวิร์กชอปแบบนี้จะช่วยสร้างเด็กที่ฉลาดและมั่นใจอีกนับร้อยนับพันคนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ”

แสงสว่างนับเป็นแบบอย่างที่ดีของชุมชน เดือนสิงหาคมนี้เธอจะเข้าเรียนที่คณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตลำปาง และเมื่อเดือนที่แล้ว เธอได้เข้าร่วมงานสัมมนาเกี่ยวกับคนไร้รัฐไร้สัญชาติซึ่งจัดโดยรัฐบาลไทย สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ และยูนิเซฟ  เพื่อแบ่งปันเรื่องราวปัญหาและความท้าทายที่บุคคลกลุ่มนี้ต้องเผชิญ

เด็กผู้หญิงใส่หน้ากากและฮิญาบกำลังยืนอยู่ใกล้ ๆ บอร์ดกระดาษ
UNICEF Thailand/2023/Khiaojan
การโหวต แชร์ไอเดีย และการแสดงความคิดเห็นเป็นขั้นตอนพื้นฐานในการทำเวิร์กชอปกับร่วมกับยูนิเซฟ

วรฤทัย ชูเสน นักเรียนวัย 15 ปี ที่มีความพิการทางการได้ยินจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นคนหนึ่งที่คาดหวังจะมาเรียนรู้เรื่องการแยกขยะเพื่อนำกลับไปจัดการอาหารเหลือที่โรงเรียน แต่เธอได้ค้นพบอะไรมากกว่าแค่การจัดการขยะจากการเข้าค่าย “มันคือพื้นที่ที่เราได้เรียนรู้จากคนอื่น และคนอื่นก็เรียนรู้จากเราด้วยเหมือนกัน” เธอเล่าและเน้นว่าเวิร์กชอปได้ช่วยให้เด็กที่ไม่พิการและเด็กพิการได้เรียนรู้และเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้นกว่าเดิม

นลินรัตน์ พรวิวัฒน์สุข วัย 17 ปีจากโรงเรียนเศรษฐเสถียร เล่าถึงความท้าทายที่เธอและเพื่อน ๆ ในโรงเรียนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลวในการโน้มน้าวผู้บริหารโรงเรียน เรื่องขอผ่อนปรนกฎที่ห้ามใช้กิ๊บติดผมที่มีสีสัน หรือการไม่ค่อยมีกิจกรรมสำหรับนักเรียน เวิร์กชอปครั้งนี้ทำให้นลินรัตน์ได้เรียนรู้เทคนิคความสำคัญของการดึงเพื่อน ๆ ที่เห็นด้วยเข้าร่วม “หนูวางแผนไว้ว่าจะคุยกับเพื่อนบางคนแล้วช่วยกันหาทางว่าจะโน้มน้าวทีมผู้บริหารยังไงดี”

สมาชิก YPAB จะได้รับการส่งเสริมให้เข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ที่ได้ริเริ่มในช่วงเวิร์กชอป โดย Tact จะคอยติดตามผลและให้คำปรึกษาผ่านการประชุมออนไลน์หลังการเวิร์กชอปเสร็จสิ้นลง ทั้งนี้โครงการน่าตื่นเต้นที่จะน่าเกิดขึ้นในอนาคต คือ นิทรรศการออนไลน์ด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ ที่มุ่งหวังจะสร้างความตระหนักรู้และเข้าใจให้แก่ผู้เข้าชม

จากการรวมตัวครั้งนี้ สมาชิก YPAB จะร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกสำหรับอนาคตของเด็กและเยาวชนในประเทศไทย โดยจะมียูนิเซฟคอยสนับสนุนการสร้างพลังให้กับเด็ก ๆ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน เพื่อให้มั่นใจว่ามีคนรับฟังเสียงของเด็ก ๆ และสิทธิของพวกเขาจะได้รับการคุ้มครอง

บล็อกของยูนิเซฟ

บล็อกของยูนิเซฟคือบทความที่ส่งเสริมสิทธิและความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ รวมถึงไอเดียในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเด็ก ๆ และครอบครัวของพวกเขา บทความบล็อกเหล่านี้จะนำเสนอข้อมูลและความเห็นจากเด็กและเยาวชน องค์กรพันธมิตร ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็ก และเจ้าหน้าที่ของยูนิเซฟในประเทศไทย อย่างไรก็ดี ความเห็นต่าง ๆ ที่ปรากฏในบทความบนบล็อกของยูนิเซฟนี้ เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่ได้สะท้อนจุดยืนหรือความคิดเห็นอย่างเป็นทางการขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

อ่านเรื่องราวในหัวข้ออื่น ๆ