เป้าหมาย พ.ศ. 2564

นี่คือภาพของประเทศไทยใน พ.ศ. 2564 ที่เรามองเห็นเมื่อเราประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้

A child with intellectual disabilities is sitting on his mother's lap and is pointing toward the camera.

ภายใน พ.ศ. 2564

นี่คือเป้าหมายที่เราต้องการบรรลุในประเทศไทย

75 per cent donut chart

ของครอบครัวที่มีเด็ก เข้าใจความเสี่ยงและผลกระทบจากการใช้ควารุนแรงต่อเด็ก การทำร้าย การละเลยทอดทิ้ง และการแสวงประโยชน์จากเด็ก

50 per cent donut chart

ของสถานีตำรวจทั้งหมดใน 39 จังหวัดเป้าหมาย แต่งตั้งพนักงานสอบสวนที่ผ่านการอบรมเรื่องการคุ้มครองเด็ก

50 per cent donut chart

ของหน่วยงานด้านการศึกษาในระดับท้องถิ่น ได้รายงานผลการดำเนินงาน ตามนโยบายคุ้มครองเด็กในโรงเรียน

ภายใน พ.ศ. 2564 เรามุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายต่อไปนี้

เป้าหมายที่ 1

เด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปีทุกคน มีสุขภาพแข็งแรงและมีการพัฒนาสมองที่ดีขึ้น

เป้าหมายที่ 2

เด็กทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ มีทักษะและความรู้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในอนาคต

เป้าหมายที่ 3

วัยรุ่นได้รับการส่งเสริมด้านสุขภาพ ทักษะและความสามารถ เพื่อเติมเต็มศักยภาพและพร้อมจะเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบและสร้างสรรค์

เป้าหมายที่ 4

เด็กทุกคนได้รับการปกป้องคุ้มครองจากความรุนแรง การถูกทำร้าย การถูกละเลยทอดทิ้ง และการถูกแสวงประโยชน์

เป้าหมายที่ 1

เด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปีทุกคน มีสุขภาพแข็งแรงและมีการพัฒนาสมองที่ดีขึ้น

  • ในแต่ละปี เด็กยากจนอายุแรกเกิดถึง 3 ปีประมาณ 400,000 คน ได้รับเงินอุดหนุนที่จะช่วยให้พวกเขาเข้าถึงโภชนาการและการดูแลสุขภาพที่ดีขึ้น
  • ผู้ปกครองอย่างน้อยร้อยละ 80 เข้าใจถึงความสำคัญของนมแม่และโภชนาการเด็ก ที่มีต่อการพัฒนาสมอง สภาวะทางอารมณ์และสติปัญญาของเด็กในอนาคต
  • ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอย่างน้อย 600 แห่ง มีการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบองค์รวมที่มีคุณภาพ และบุคลากรของศูนย์ฯ กว่า 2,300 คน มีขีดความสามารถในการนำสมรรถนะเด็กปฐมวัยเพื่อการพัฒนาตามวัยไปใช้ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเพียง 214 คน ใน พ.ศ. 2559
  • เด็กอายุ 3-5 ปี ในครอบครัวที่ยากจนที่สุดอย่างน้อยร้อยละ 90 เข้าเรียนในหลักสูตรปฐมวัย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 85 ใน พ.ศ. 2559

เป้าหมายที่ 2

เด็กทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ มีทักษะและความรู้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในอนาคต

  • เด็กข้ามชาติอย่างน้อย 180,000 คน ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพิ่มขึ้นจาก 123,000 คน ใน พ.ศ. 2559
  • โรงเรียนของรัฐอย่างน้อยร้อยละ 30 บรรจุเรื่องทักษะชีวิตเข้าไว้ในแผนงานของโรงเรียน
  • เด็กๆ ได้เริ่มเรียนหนังสือโดยใช้ภาษาแม่ของตนเอง โดยเฉพาะในช่วงอนุบาล
  • งบประมาณด้านการศึกษาถูกจัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยช่วยให้เด็กที่ขาดโอกาสเข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น
A group of young children are happily raising their hands.
UNICEF Thailand/2016/Gratzer

เป้าหมายที่ 3

วัยรุ่นได้รับการส่งเสริมด้านสุขภาพ ทักษะและความสามารถ เพื่อเติมเต็มศักยภาพและพร้อมจะเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบและสร้างสรรค์

  • สถานีบริการสุขภาพอย่างน้อยร้อยละ 30 จาก 800 แห่ง ตลอดจนศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนและสถานสงเคราะห์เด็กครึ่งหนึ่งจัดให้มีบริการที่เป็นมิตรกับวัยรุ่น
  • วัยรุ่น 50,000 คนเข้าถึงยูรีพอร์ต (U-Report) ซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุดในการรับฟังความคิดเห็นของคนหนุ่มสาวในเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขา
  • วัยรุ่นและเยาวชน 5,000 คนเข้าร่วมอภิปรายและตัดสินใจผ่านเครือข่ายและเวทีต่างๆ ของเยาวชนอย่างสม่ำเสมอ

เป้าหมายที่ 4

เด็กทุกคนได้รับการปกป้องคุ้มครองจากความรุนแรง การถูกทำร้าย การถูกละเลยทอดทิ้ง และการถูกแสวงประโยชน์

  • มีการบังคับใช้กฎหมายและนโยบายคุ้มครองเด็กอย่างมีประสิทธิภาพใน 39 จังหวัดเป้าหมาย ผ่านวิธีการต่างๆ เช่น การพัฒนาระบบคุ้มครองเด็กให้เข้มแข็ง การสร้างโมเดลการคุ้มครองเด็ก และการพัฒนาศัยภาพของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทนาย ผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในชุมชน ครู และผู้กำหนดนโยบาย
  • ครอบครัวที่มีเด็กอย่างน้อยร้อยละ 75 เข้าใจความเสี่ยงและผลกระทบจากการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก การทำร้าย การละเลยทอดทิ้ง และการแสวงประโยชน์จากเด็ก
  • มีการนำมาตรการเพื่อหันเหเด็กจากศาลคดีเด็กและเยาวชนมาใช้กับคดีเด็กและเยาวชนอย่างน้อยครึ่งหนึ่งจากคดีเยาวชนที่เข้าเกณฑ์ทั้งหมดใน 39 จังหวัดเป้าหมาย
  • โรงเรียน สถานคุ้มครองเด็ก สถานพินิจเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน นำวิธีการสร้างวินัยเชิงบวกมาใช้แทนการใช้ความรุนแรงเพื่อสร้างวินัยให้แก่เด็ก
  • ครึ่งหนึ่งของเด็กพิการทั้งหมดได้รับเบี้ยยังชีพคนพิการ เมื่อเทียบกับเด็กพิการเพียงร้อยละ 35 ที่ได้รับเบี้ยนี้ใน พ.ศ. 2555