20 สิงหาคม 2021

สอนลูกรับมือกับ ‘ความเศร้าโศก’ และก้าวผ่าน ‘การสูญเสีย’

โรคโควิด-19 ถือเป็นโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงชีวิตของเรา มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างและกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขไปทั่วโลก ส่งผลโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก ทั้งในด้านพฤติกรรมและความรู้สึก หลายคนต้องเผชิญหน้ากับความเศร้าจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก…, อะไรคือความแตกต่างระหว่าง การสูญเสีย และ ความเศร้าโศก?, “การสูญเสียและความเศร้า ถือเป็นประสบการณ์เชิงจิตวิทยาที่ส่งผลกระทบทางจิตใจอย่างมากต่อทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อาจทำให้เกิดความรู้สึกปั่นป่วน สับสน บ่อยครั้งมักพบอาการเศร้าซึมร่วมด้วย” ดร. ดามัวร์ กล่าว “เราอาจใช้คำว่า ‘สูญเสีย’ (Loss) เพื่อบรรยายถึงการสูญเสียสิ่งต่าง ๆ ที่อาจหวนคืนกลับมาได้ เช่น วิถีชีวิตเดิมก่อนเกิดโรคระบาด ใขขณะที่ ‘ความเศร้าโศก’ (…, ความรู้สึกสูญเสียและโศกเศร้าของเด็กต่างจากผู้ใหญ่อย่างไร?, ดร. ดามัวร์ บอกกับเราว่า หลายอย่างขึ้นอยู่กับว่าเด็กอายุเท่าไหร่แล้ว “เด็กเล็กหลายคนอาจสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความสูญเสียหรือความเศร้า เด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบอาจไม่เข้าใจว่า ทำไมพวกเขาถึงไม่ได้ไปโรงเรียน ทำไมพ่อแม่ถึงอยู่บ้าน ในกรณีที่มีคนเสียชีวิต พวกเขาอาจไม่เข้าใจจริงๆ ว่าความตายคืออะไร ทำไมความตายนั้นถาวร…, ผู้ปกครองจะช่วยอธิบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นให้เด็กฟังได้อย่างไร?, สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำคือ เห็นอกเห็นใจและตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา จริงใจ ไม่โกหก ไม่ว่าเด็กจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม “สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้ปกครองควรพูดตรง ๆ โดยให้คำอธิบายที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายที่สุดกับเด็ก หลีกเลี่ยงการใช้คำพูดเปรียบเทียบ หรือการใช้คำสละสลวยเกินไป เราอาจไม่สามารถบอกเด็ก ๆ ว่าเรา 'สูญเสีย' ใครบางคนไป…, หากผู้ปกครองรู้สึกเศร้าโศกเสียใจกับการสูญเสียของพ่อแม่ตนเอง พวกเขาจะประคับประคองลูกของตนเองได้อย่างไร?, ดร. ดามัวร์อธิบายว่า การที่เด็กเห็นผู้ใหญ่เศร้าโศกเสียใจไม่ใช่เรื่องที่แย่ “การที่ผู้ใหญ่รู้สึกเสียใจกับการจากไปของคนที่รัก ถือเป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อการสูญเสียที่ถูกต้องแล้ว และเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วในช่วงเวลานั้น สิ่งสำคัญคือ ผู้ปกครองจะต้องพยายามสอนให้เด็กเข้าใจว่า เวลาที่เรารู้สึกเศร้า…, เวลาที่ลูกของเรารู้สึกเศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของบุคคลอันเป็นที่รัก มีสิ่งใดบ้างที่พ่อแม่ควรรู้?, ดร. ดามัวร์อธิบายว่า “ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เด็กอายุ 6-11 ปีและวัยรุ่นจะมีการใช้กลไกป้องกันตนเองจากความเศร้าเพื่อก้าวผ่านความสูญเสียคนใกล้ชิด เด็กบางคนปฏิเสธความจริง ไม่เชื่อในการตาย หรือลืมไปว่าเหตุการณ์การเสียชีวิตของบุคคลนี้เคยเกิดขึ้นก็มี ซึ่งในทางจิตวิทยา…, เมื่อพ่อแม่กังวลว่าลูกอาจมีภาวะซึมเศร้า อะไรคือสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะดังกล่าว?, “ความสูญเสียและการพลัดพราก เป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวด” ดร. ดามัวร์กล่าว “สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ต้องรู้ก่อนว่า ลูกกำลังรับมืออย่างเหมาะสมหรือไม่ และรู้ว่าพฤติกรรมแบบใดของเด็กคือสิ่งที่น่ากังวล หากมีพฤติกรรมในเชิงลบ เช่น ลูกมีอาการเหม่อลอยติดต่อกันนานเป็นเวลาหลายวัน มีการใช้สารเสพติด มีการดูแลตัวเองที่ไม่เหมาะสม…, การพลาดโอกาสสำคัญต่างๆ ในชีวิตทำให้ลูกรู้สึกเสียใจ พ่อแม่ควรสื่อสารอย่างไรให้พวกเขาเข้าใจ?, “เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะรู้สึกเสียใจหรือไม่พอใจ เพราะโควิด-19 พรากความฝันและวิถีชีวิตเดิมที่ควรจะเป็นของพวกเขาไป” ดร. ดามัวร์เน้นย้ำ การสูญเสียโอกาสในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในมุมมองของผู้ใหญ่ สำหรับเด็กแล้วอาจจะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเกี่ยวพันไปถึงการมีความทรงจำดีดีในวันที่พวกเขาเติบโตขึ้น โควิด-19 อาจกลายเป็นความทรงจำหลักในชีวิตวัยเด็กของพวกเขา…, เมื่อลูกไม่เข้าใจว่าทำไมเราทุกคนจึงต้องกักตัวอยู่บ้าน ผู้ปกครองจะอธิบายให้ลูกเข้าใจได้อย่างไร?, ดร. ดามัวร์แนะนำว่า ผู้ปกครองควรให้คำตอบที่มีการยกตัวอย่างและมีเหตุผลน่าเชื่อถือกับเด็ก จะทำให้พวกเขาเข้าใจได้มากขึ้น เช่น คุณแม่อาจจะพูดกับลูกว่า “จำได้ไหมเวลาที่หนูป่วย พ่อกับแม่ก็ให้หนูหยุดอยู่บ้าน ตอนนี้ก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่ว่าไวรัสตัวนี้อันตรายมากกว่าการเจ็บป่วยทั่วไป เราถึงต้องอยู่บ้านเพื่อลดความเสี่ยงจะไปติดเชื้อไวรัสนี้…, ติดตามข่าวสารจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย, ไม่พลาดทุกการอัปเดต สมัครรับข่าวสารทางอีเมลกับเรา