31 มีนาคม 2020

เคล็ดลับการเลี้ยงดูเด็กในภาวะการระบาดของโคโรน่าไวรัส ( COVID-19)

โรคไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) < กลับไปที่หน้ายูนิเซฟ โควิด -19 การระบาดของโรคโคโรนาไวรัส ( COVID-19) ชนะสัมพันธภาพต่างๆทั่วโลกโรงเรียนปิดทำการ ทำงานจากระยะไกล การห่างกันทางกาย – เป็นเรื่องยากสำหรับทุกคน โดยเฉพาะกับผู้ปกครอง เราได้ร่วมมือกับโครงการ Parenting for Lifelong Health เพื่อให้ผู้ปกครองและผู้ดูแลมีเคล็ดลับในการจัดการสิ่งใหม่ (ชั่วคราว)…, ค้นหาเคล็ดลับการเลี้ยงดู, 1. ใช้เวลาด้วยกัน 2. พูดในเชิงบวก 3. สร้างกิจกรรม   4. พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม 5. สงบอารมณ์และจัดการความเครียด 6. พูดคุยเกี่ยวกับโควิด-19    , 1. ใช้เวลาตัวต่อตัว, ไปทำงานไม่ได้? โรงเรียนปิด? กังวลเกี่ยวกับการเงิน? เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกเครียดและหนักใจในสิ่งเหล่านี้ โรงเรียนปิดเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กและวัยรุ่น การใช้เวลาตัวต่อตัวนั้นอิสระและสนุกสนาน สิ่งนี้ทำให้เด็กรู้สึกเป็นที่รักและรู้สึกปลอดภัย และแสดงถึงว่าพวกเขาเป็นบุคคลสำคัญ ดาวน์โหลด ทิปเหล่านี้   จัดสรรเวลาให้เด็กแต่ละคน…, 2. พูดในเชิงบวก, อาจเป็นการยากที่จะมีอารมณ์ความรู้สึกในแง่บวกเมื่อเด็กทำให้เราต้องปวดศีรษะ เรามักลงท้ายด้วยการพูดว่า “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ทว่าเด็กๆมีแนวโน้มที่จะทำในสิ่งที่เราร้องขอหากเราพูดในเชิงบวกและชื่นชมพวกเขาเมื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง ดาวน์โหลด  ทิปเหล่านี้   พูดถึงพฤติกรรมที่คุณต้องการให้กระทำ ใช้คำพูดเชิงบวกเมื่อต้องการให้ลูกของคุณทำสิ่งใดเช่น “…, 3. สร้างกิจกรรม, โควิด-19 พรากกิจวัตรประจำวันในการทำงาน กิจวัตรกับทางบ้าน และโรงเรียนไป จึงเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเด็กๆ วัยรุ่น และตัวคุณเอง ดังนั้นการทำกิจกรรมใหม่ๆจะช่วยพวกคุณได้ ดาวน์โหลด  ทิปเหล่านี้   ลองทำกิจกรรมที่ปรับเปลี่ยนได้ แต่ปฏิบัติได้สม่ำเสมอทุกวัน จัดตารางสำหรับคุณและลูกๆในการทำกิจกรรมและใช้เวลาว่างร่วมกัน…, 4. พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม, เด็กทุกคนดื้อ เป็นเรื่องปกติเมื่อเด็กรู้สึกเหนื่อย หิว หวาดกลัว หรือต้องการอิสระ พวกเขาอาจทำให้เราปวดศีรษะได้เมื่อต้องติดอยู่ที่บ้าน ดาวน์โหลด  ทิปเหล่านี้   เปลี่ยนพฤติกรรม ค้นหาพฤติกรรมที่ไม่ดีและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นโดยเร็ว ยับยั้งก่อนที่จะเกิดขึ้น! เมื่อพวกเขารู้สึกกระวนกระวาย…, 5. สงบอารมณ์และจัดการความเครียด, ช่วงนี้เป็นภาวะตึงเครียด ดูแลตัวเองให้ดีเพื่อที่คุณจะสามารถให้กำลังใจลูกได้ ดาวน์โหลด  ทิปเหล่านี้   คุณไม่ได้อยู่คนเดียว ผู้คนหลายล้านคนอยู่ในภาวะหวาดกลัวเช่นเดียวกับเรา ลองหาใครสักคนที่คุณสามารถพูดคุยด้วยได้ว่าคุณรู้สึกอย่างไร และฟังพวกเขา หลีกเลี่ยงโซเชียลมีเดียที่จะทำให้คุณรู้สึกหวาดกลัว พักผ่อนบ้าง เราทุกคนต้องการการพักผ่อน…, 6. พูดถึงสถานการณ์โควิด-19, ให้ลองสนทนา พวกเขาอาจได้ยินข่าวแล้ว การปิดเงียบและเก็บเป็นความลับไม่สามารถปกป้องลูกๆของเราได้ แต่ความจริงใจและการเปิดใจช่วยได้มากกว่า พิจารณาดูว่าพวกเขาจะเข้าใจได้มากน้อยเพียงใด คุณรู้ดีที่สุด ดาวน์โหลด  ทิปเหล่านี้   ให้เปิดใจและรับฟัง ให้ลูกของคุณพูดได้อย่างอิสระ ให้ถามคำถามปลายเปิดและประเมินว่าพวกเขารับรู้มากน้อยเพียงใด จริงใจ…
31 มีนาคม 2020

วิธีพูดกับลูกของคุณ เรื่องโรคไวรัสโคโรน่า (โควิด-19)

เป็นการง่ายมากที่คนเราจะรู้สึกสับสนจากสิ่งที่คุณได้ยินเกี่ยวกับโคโรน่าไวรัส 2019 (COVID-19) ในขณะนี้ และเรายังเข้าใจได้หากบุตรหลานของท่านกำลังรู้สึกกังวลด้วยเช่นกัน เด็กๆอาจพบว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นทางออนไลน์หรือทางทีวี หรือการได้ยินจากบุคคลอื่นนั้นยากที่จะเข้าใจ ดังนั้นพวกเขาจึงมีความเสี่ยงต่อความรู้สึกวิตกกังวล เครียด และโศกเศร้าได้ง่าย…, 1. ถามคำถามปลายเปิดและคอยฟัง, เปิดการสนทนาด้วยการถามลูกของคุณเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ประเมินว่าพวกเขารู้เรื่องมากน้อยเพียงใดและคอยฟังพวกเขา หากเด็กยังคงไม่ทราบเรื่องและไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับโรคระบาด คุณอาจไม่จำเป็นต้องหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา เพียงใช้โอกาสนี้เตือนพวกเขาเกี่ยวกับการปฏิบัติด้านสุขอนามัยที่ดีโดยมิต้องกล่าวถึงความกลัวใดๆ…, 2. จริงใจ : อธิบายถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นด้วยวิธีที่เหมาะสมกับเด็ก, เด็กมีสิทธิ์ที่จะรับรู้ข้อมูลและความเป็นจริงของสิ่งที่เกิดขึ้นในโลก แต่ผู้ใหญ่ก็มีความรับผิดชอบที่จะทำให้พวกเขาปลอดจากความกังวลด้วยเช่นกัน ให้ใช้ภาษาที่เหมาะกับช่วงวัย คอยสังเกตปฏิกิริยาของพวกเขา และรับรู้ถึงระดับความวิตกกังวลของพวกเขา หากคุณไม่สามารถตอบคำถามของพวกเขาได้ อย่าคาดเดา…, 3. แสดงให้พวกเขาเห็นถึงวิธีป้องกันตนเองและจากบุคคลรอบข้าง, หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะปกป้องเด็กให้ปลอดจากการติดเชื้อโคโรน่าไวรัส และโรคอื่นคือพยายามให้ล้างมือเป็นประจำ ไม่ควรสร้างความตื่นตระหนก ให้ ร้องเพลงพร้อมกับขยับตัวไปด้วย หรือ ก็จะช่วยให้สนุกสนานยิ่งขึ้น คุณยังสามารถแสดงให้เด็กเห็นได้ถึง โรคไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) : สิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้ การใช้ข้อศอกช่วยปิดบังอาการไอหรือจาม ต้องทำอย่างไร…, 4. สร้างความมั่นใจอีกครั้ง, เมื่อเราเห็นภาพที่น่าเป็นห่วงมากมายในทีวีหรือทางออนไลน์ บางครั้งอาจทำให้เรารู้สึกว่าทั่วโลกกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต เด็กอาจไม่สามารถแยกความแตกต่างถึงภาพที่เห็นบนจอทีวีและสถานะความเป็นจริงที่เกิดขึ้นของพวกเขาได้ และเขาอาจเชื่อว่าพวกเขากำลังตกอยู่ในอันตราย…, 5. ตรวจสอบว่าพวกเขากำลังเผชิญหรือรู้สึกไม่ได้รับการยอมรับหรือไม่, มีรายงานมากมายว่าการระบาดของไวรัสโคโรน่าทำให้เกิดการเหยียดเชื้อชาติทั่วโลก ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าบุตรหลานของท่านมิได้ประสบหรือกำลังถูกรังแกอยู่ โดยอธิบายว่าโคโรน่าไวรัสมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับลักษณะของผู้คนว่าพวกเขามาจากประเทศใดหรือพูดภาษาใด หากพวกเขาถูกแกล้งเรียกชื่อหรือรังแกที่โรงเรียน…, 6. มองหาผู้ช่วย, สิ่งสำคัญสำหรับเด็กที่จะต้องทราบคือผู้คนจะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้วยความเมตตาและความเอื้ออาทร ให้เล่าเรื่องราวของบุคคลากรที่ทำงานด้านสุขภาพ นักวิทยาศาสตร์ และกลุ่มคนที่กำลังทำงานเพื่อยับยั้งการระบาดและช่วยให้บ้านเมืองปลอดภัย นี่เป็นคำบอกเล่าที่ดีในการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น  , 7. ดูแลตัวเอง, คุณจะสามารถช่วยเหลือลูกของคุณได้ดีหากคุณเผชิญปัญหานี้เช่นกัน เด็กจะรับรู้ได้จากการตอบสนองของคุณต่อข่าวซึ่งนี่จะช่วยให้พวกเขารับรู้ได้ว่าคุณสงบอารมณ์และควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ หากคุณรู้สึกกังวลหรือรู้สึกไม่ดี ให้เวลากับตัวเอง ลองคุยกับเพื่อนบ้าน เพื่อน หรือบุคคลที่เชื่อถือได้ในละแวกบ้าน หาเวลาทำสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกดีขึ้น  , 8. สิ้นสุดการสนทนาด้วยการแสดงความรู้สึกห่วงใย, สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าเราจะไม่ทอดทิ้งเด็กไว้ในห้วงแห่งความทุกข์ เมื่อการสนทนาสิ้นสุดลงให้วัดระดับความกังวลของพวกเขาโดยสังเกตจากภาษากาย พิจารณาว่าพวกเขาใช้น้ำเสียงปกติหรือไม่และอัตราการหายใจเป็นอย่างไร บอกเด็กๆว่าพวกเขาสามารถพูดคุยกับคุณได้ตลอดเวลาเมื่อไม่สบายใจ บอกพวกเขาว่าคุณเป็นห่วงพวกเขา พร้อมรับฟังและคุณว่างทุกเมื่อเมื่อเขารู้สึกไม่สบายใจ  …
31 มีนาคม 2020

เยาวชน กับวิธีดูแลสุขภาพจิต ท่ามกลางวิกฤตไวรัสโคโรน่า (โควิด-19)

การเป็นวัยรุ่นไม่ใช่เรื่องง่าย และโรคไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) ก็ยิ่งทำให้ชีวิตของพวกเขายุ่งยากยิ่งขึ้น การปิดโรงเรียนชั่วคราวและการยกเลิกกิจกรรมต่าง ๆ ล้วนทำให้เยาวชนจำนวนมากพลาดช่วงเวลาอันสำคัญยิ่งในชีวิต รวมทั้งเวลาแห่งความสุขสนุกสนานในแต่ละวัน เช่น การคุยกับเพื่อนและการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน…, 1. ตระหนักว่า ความวิตกกังวลเป็นเรื่องปกติ , หากการปิดโรงเรียนชั่วคราวและหัวข้อข่าวที่น่าตกใจทั้งหลายทำให้คุณรู้สึกกังวล พึงจำไว้ว่า คุณไม่ได้รู้สึกเพียงคนเดียวและไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณจะรู้สึกเช่นนี้ “นักจิตวิทยายอมรับกันมานานแล้วว่าความวิตกกังวลเป็นกลไกปกติของร่างกายที่มีประโยชน์ในการแจ้งเตือนให้เราทราบถึงภัยคุกคาม และหาวิธีป้องกันตนเอง” ดร. ดามูร์ กล่าว “…, 2. ทำกิจกรรมที่คุณสนใจ, “นักจิตวิทยาเห็นพ้องกันว่า เมื่อเราตกอยู่ในสภาวะยากลำบากอย่างต่อเนื่อง เราจะต้องแบ่งปัญหาออกเป็นสองส่วน – ส่วนที่จัดการได้ กับส่วนที่เราไม่สามารถทำอะไรได้” ดร. ดามูร์กล่าว แม้ในเวลานี้จะมีหลายสิ่งที่จัดอยู่ในส่วนที่สอง แต่ก็ไม่เป็นไร สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เรารับมือกับปัญหาเหล่านี้ได้คือการมองหากิจกรรมที่เราสนใจ ดร. ดามูร์แนะให้ลองทำการบ้าน…, 3. หาวิธีใหม่ ๆ ในการสนุกกับเพื่อนฝูง, หากต้องการใช้เวลากับเพื่อนฝูงโดยที่ยังรักษาระยะห่างทางสังคมอยู่ล่ะก็ สื่อสังคมออนไลน์เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยม   ลองมาใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่นอาจเข้าร่วมใน Tik-Tok Challenge #SafeHands   “ฉันเชื่อมั่นในความคิดสร้างสรรค์ของวัยรุ่นเสมอ” ดร. ดามูร์ กล่าว “พวกเขาจะสามารถหาวิธีติดต่อกันทางออนไลน์ด้วยรูปแบบใหม่ ๆ ได้อย่างแน่นอน” “อย่างไรก็ดี…, 4. มุ่งมั่นทำสิ่งใหม่, คุณเคยสนใจทำอะไรใหม่ ๆ บ้างไหม เช่น อ่านหนังสือเล่มใหม่ หรือฝึกเล่นเครื่องดนตรีชิ้นใหม่ และนี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด! การมีสมาธิอยู่กับกิจกรรมตรงหน้าและหาวิธีใช้เวลาที่เพิ่มขึ้นอย่างสร้างสรรค์ เป็นวิธีดูแลสุขภาพจิตของคุณที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ดร.ดามูร์ บอกกับเราว่า“ฉันเขียนรายชื่อหนังสือที่ต้องการอ่าน และสิ่งที่ฉันตั้งใจจะทำทั้งหมดออกมา…, 5. ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง, การพลาดทำกิจกรรมกับเพื่อนฝูง งานอดิเรก หรือการแข่งขันกีฬา เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างมากสำหรับวัยรุ่น ดังที่ดร. ดามูร์ ให้ความเห็นว่า “สิ่งเหล่านี้เป็นการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้วัยรุ่นเศร้าหมอง ซึ่งไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะรู้สึกเช่นนั้น” และวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับความผิดหวังเช่นนี้ก็คือ การรู้ว่าตัวเองรู้สึกเช่นไร “เมื่อเรารู้สึกเจ็บปวด…, 6. เมตตาตนเองและผู้อื่น, วัยรุ่นบางคนกำลังเผชิญกับการถูกระรานหรือข่มเหงในสถานศึกษา โดยมีสาเหตุมาจากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า “วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับการข่มเหงรังแกทุกรูปแบบคือ การขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น” ดร. ดามูร์กล่าว “เด็กและวัยรุ่นที่ตกเป็นเป้าไม่ควรเผชิญหน้ากับการระรานเหล่านั้น…