01 กุมภาพันธ์ 2024

อนาคตสำหรับเด็กในปี 2567: ความร่วมมือในโลกที่แตกแยก

เรื่องราวของอนาคตสองแบบ, เมื่อเราก้าวเข้าสู่ปี 2567 โลกได้มาถึงทางแยกอันสำคัญ เราสามารถเลือกเส้นทางที่นำพาเราไปสู่ความร่วมมือจากทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเส้นทางที่รวบรวมเอานวัตกรรม การแบ่งปันความรู้ การถ่ายทอดนโยบาย และการเติบโตที่เท่าเทียมเข้าไว้ด้วยกัน หรือเราจะเลือกอีกเส้นทางที่ความเป็นหนึ่งเดียวลดน้อยลงแต่มุ่งปกป้องผลประโยชน์ตนเองมากขึ้น…, 1. การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงของความขัดแย้งอาจคุกคามความอยู่รอดและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก แต่เส้นทางสู่ความร่วมมือและการรับผิดชอบร่วมกันยังทำให้เรามีความหวัง, ในปี 2567 ประเทศมหาอำนาจจะยังคงแข่งกันขยายอิทธิพลทางการทหาร การเมือง เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงภายในองค์กรระหว่างประเทศด้วย ในขณะเดียวกัน ประเทศขนาดเล็กและกลาง รวมถึงหลายประเทศในกลุ่มประเทศโลกใต้ เริ่มตีตัวออกห่างจากการเผชิญหน้ากันระหว่างประเทศมหาอำนาจด้วยการสร้างพันธมิตรใหม่แนวใหม่ที่มีความคล่องตัวใน "การเคลื่อนไหวแบบพหุภาคี"…, 2. ความแตกแยกทางเศรษฐกิจคุกคามชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัว การพัฒนาของเด็ก และการจ้างงานของเยาวชน แต่ความสามัคคีทางเศรษฐกิจ ความร่วมมือกันทางตลาด และการลงทุนในทักษะแห่งอนาคตจะสามารถปกป้องสิทธิและอนาคตของเด็ก ๆ ได้, มีการคาดการณ์ว่าความแตกแยกทางเศรษฐกิจซึ่งมักถูกขับเคลื่อนโดยผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์และการพิจารณาด้านกลยุทธ์ จะถ่างความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศให้กว้างขึ้นในปี 2567 ความร่วมมือทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่ถดถอยอาจเป็นภัยคุกคามต่อความเจริญรุ่งเรือง ความก้าวหน้า และนวัตกรรมที่สั่งสมมานานหลายปี…, 3. ความแตกแยกของระบอบพหุภาคีทำให้เป้าหมายหลักเพื่อเด็กไม่บรรลุผล แต่เรายังมีโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ในปี 2567 ผ่านการปฏิรูปธรรมาภิบาลและการเงินในระดับโลก, ปี 2567 นี้จะเป็นปีสำคัญในการแก้ปัญหาระบอบพหุภาคีที่แตกแยกและล้มเหลวในประเด็นต่าง ๆ เช่น สันติภาพ ความมั่นคง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดหาเงินทุนสำหรับประเทศกำลังพัฒนา และการบังคับใช้มาตรฐานเชิงบรรทัดฐาน ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อเด็กและสิทธิของพวกเขาได้ หลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศโลกใต้…, 4. ประเทศที่เศรษฐกิจกำลังพัฒนายังคงเผชิญกับความไม่เท่าเทียมเชิงโครงสร้างทางการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งจำกัดความสามารถของประเทศเหล่านี้ในการลงทุนเพื่อเด็ก แต่การปฏิรูปแนวทางเป็นการให้กู้ยืมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้เกิดความหวัง, ความไม่เท่าเทียมเชิงโครงสร้างในการจัดหาเงินทุนระหว่างประเทศจะยังคงจำกัดการลงทุนเพื่อเด็กของประเทศกำลังพัฒนาในปี 2567 นี้ ภาระหนี้ที่มากเกินไป ค่าใช้จ่ายในการโอนเงินที่สูง การพึ่งพานโยบายการเงินทางเศรษฐกิจที่คาดเดาไม่ได้มากจนเกินไป และการขาดเสียงในการกำกับดูแลทางการเงินส่งผลด้านลบต่อประเทศที่ยากจน วิกฤตหนี้ที่เกิดจากปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อเด็ก…, 5. ประชาธิปไตยทั่วโลกโลกจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งเกิดจากข้อมูลบิดเบือนและระดับความรุนแรงทางการเมืองที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม พลังบวก ซึ่งรวมถึงที่นำโดยเด็กและเยาวชน อาจยังคงช่วยฟื้นฟูความเสื่อมถอยของประชาธิปไตยได้, การถดถอยของประชาธิปไตยและความไม่พอใจของเยาวชนต่อระบอบประชาธิปไตยเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่ในขณะที่หลายประเทศมีการเลือกตั้งครั้งสำคัญในปี 2567 นี้ มีแนวโน้ม 2 ประการที่น่ากังวล ประการแรก ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลทางด้านภาษาและปัญญาประดิษฐ์  (Artificial Intelligence หรือ AI) ได้นำเสนอวิธีการใหม่ ๆ ในการบิดเบือนข้อมูลที่เป็นอันตราย…, 6. การเปลี่ยนแปลงสู่พลังงานสีเขียวอันฉับไว ซึ่งกำลังพลิกโฉมตลาดแร่และแรงงานที่สำคัญ หากได้รับการจัดการร่วมกันอย่างมีความรับผิดชอบและเป็นธรรม ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเด็ก ๆ, ในปี 2567 นี้ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียวอย่างรวดเร็วจะดำเนินต่อไป โดยได้รับแรงผลักดันจากความผันผวนในตลาดพลังงาน การเติบโตในการใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และความจำเป็นเชิงนโยบาย เช่น การพัฒนาของการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contributions หรือ NDC)…, 7. ปรากฏการณ์เอลนีโญ โรคที่มียุงเป็นพาหะ และ การขาดแคลนน้ำ จะเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ แต่การทำงานร่วมกันมากขึ้น การดำเนินการแก้ไขปัญหาแบบองค์รวม และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีจะบรรเทาผลกระทบด้านลบและปกป้องพวกเด็ก ๆ ได้, ตลอดปี 2567 นี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะยังคงเป็นภัยคุกคามมากมายต่อสุขภาพและโภชนาการของเด็ก โดยภัยที่สำคัญสามอย่างคือ: ปรากฏการณ์เอลนีโญที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง การระบาดของโรคที่มียุงเป็นพาหะที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการขาดแคลนน้ำ ปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2567 นี้ อาจร้อนกว่าและเป็นอันตรายต่อผู้คนและโลกมากกว่าเมื่อปี…, 8. ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ ก่อให้เกิดความกลัวและความกังวลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก แต่นโยบายเชิงรุกและความร่วมมือทางดิจิทัลในระดับโลกสามารถทำให้เด็กเป็นศูนย์กลางของการออกแบบและการกำกับดูแลที่มีความรับผิดชอบ, สภาพแวดล้อมทางดิจิทัลยังคงกำหนดทิศทางชีวิตของเด็ก ๆ ต่อไป ความก้าวหน้าต่าง ๆ เช่น AI นำมาซึ่งโอกาสใหม่ ๆ สำหรับการเรียนรู้ การดูแลสุขภาพ และการพัฒนาของเด็ก แต่เทคโนโลยีใหม่ก็นำความเสี่ยงมาให้กับเด็ก ๆ ด้วยเช่นกัน การสร้างสมดุลในการกำกับดูแลจึงถือเป็นเรื่องสำคัญในปี 2567 นี้ ด้วยเหตุผลหลัก 3 ประการ: ประการแรก…
16 มิถุนายน 2023

วิธีสื่อสารกับลูกน้อยของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ

ทุกปฏิสัมพันธ์ที่คุณมีกับลูกคือการสื่อสารรูปแบบหนึ่ง มันไม่ใช่แค่คำพูดที่คุณพูด แต่รวมถึงน้ำเสียงของคุณ การมองตา การกอดและจูบที่คุณมอบให้แก่พวกเขา ทั้งหมดนี้สามารถส่งข้อความถึงลูกได้ วิธีที่คุณใช้สื่อสารกับลูกไม่เพียงแต่สอนเขาถึงวิธีสื่อสารกับผู้อื่น แต่ยังเป็นตัวกำหนดพัฒนาการทางอารมณ์ของเขาและวิธีการสร้างความสัมพันธ์ในชีวิตข้างหน้าอีกด้วย, ประเภทของการสื่อสารมีอะไรบ้าง?, การสื่อสารมีสองรูปแบบ คือ การสื่อสารแบบใช้คำพูด และการสื่อสารแบบไม่ใช้คำพูด การสื่อสารแบบใช้คำพูด  คือการใช้คำในการสื่อสารและรวมถึง: ระดับเสียงและน้ำเสียง คำศัพท์ที่พูดออกมา สำเนียงถิ่นหรือการใช้คำที่ลูกสามารถเข้าใจได้ดีที่สุด การสื่อสารแบบไม่ใช้คำพูด เป็นการสื่อสารผ่านภาษากาย ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ซึ่งรวมถึง: การแสดงออกทางสีหน้า การสบตา…
16 มิถุนายน 2023

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับความผูกพันระหว่างพ่อแม่และลูก

เด็กจะเติบโตได้ดีเมื่อพวกเขารู้สึกปลอดภัย ได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่ สำหรับพ่อแม่หลาย ๆ คน การสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกเป็นเรื่องที่ง่าย ทว่าสำหรับอีกหลาย ๆ คนที่รู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับการทะนุถนอม ปกป้อง หรือเห็นคุณค่าในช่วงวัยเด็ก ก็อาจรู้สึกว่านีเป็นเรื่องยาก แต่ข่าวดีก็คือทักษะการเป็นพ่อแม่เป็นสิ่งที่เรียนรู้กันได้…, ทำไมการสร้างความสัมพันธ์กับลูกของคุณจึงเป็นเรื่องสำคัญ, การให้ความรักและความเอาใจใส่แก่ลูกของคุณเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาสมอง ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตนเองให้ลุก และช่วยให้พวกเขาเติบโต และสามารถสร้างความสัมพันธ์เมื่อเขาโตขึ้น การให้ความรักกับลูกๆของคุณ ไม่มีคำว่า ‘มากจนเกินไป’ การอุ้มลูกบ่อยๆ หรือเอาใจใส่ลูกตลอดเวลาไม่ได้ทำให้ลูกเสียนิสัย เมือคุณตอบสนองต่อสัญญาณว่าลูกหิว หรือต้องการให้ปลอบ…, วิธีสร้างความผูกพันกับลูกของคุณ, บางครั้งการเป็นพ่อแม่ก็เป็นเรื่องยาก และไม่มีใครที่เป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ แต่หากคุณสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรักและการเลี้ยงดูเพื่อให้ลูกของคุณได้เติบโตขึ้น และมีคุณเป็นบุคคลที่มั่นคงและพึ่งพาได้ในชีวิตของพวกเขา ก็จะช่วยให้พวกเขาเริ่มต้นชีวิตที่ดีได้…
15 มิถุนายน 2023

ไซเบอร์บูลลี่คืออะไร และจะยุติมันได้อย่างไร

ในบทความนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากยูนิเซฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองเด็กและเรื่องไซเบอร์บูลลี่จากนานาประเทศ ร่วมกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดังอย่าง เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ติ๊กต่อก และ ทวิตเตอร์ มาช่วยกันตอบคำถามที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งกันบนโลกออนไลน์ พร้อมให้คำแนะนำในการรับมือกับเรื่องเหล่านี้, ไซเบอร์บูลลี่คืออะไร?, ไซเบอร์บูลลี่ หรือ การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ คือการกลั่นแกล้งกันโดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้บนโซเชียลมีเดีย แอปแชท เกมออนไลน์ และข้อความทางโทรศัพท์มือถือ ไซเบอร์บูลลี่เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างรอยแผล ความโกรธ หรือความอับอาย ต่อผู้ที่เป็นเป้าหมาย ยกตัวอย่างเช่น การเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือ…, คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไซเบอร์บูลลี่, ฉันกำลังถูกกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์อยู่หรือเปล่า ฉันจะแยกออกได้อย่างไรระหว่างแกล้งกันขำ ๆ กับกลั่นแกล้งกันจริง ๆ ผลกระทบที่เกิดจากไซเบอร์บูลลี่คืออะไร ไซเบอร์บูลลี่ส่งผลกระทบกับสุขภาพจิตของฉันได้อย่างไรบ้าง ถ้าฉันถูกบูลลี่ออนไลน์ ฉันควรจะบอกใครดี แล้วทำไมการรายงานการถูกบูลลี่จึงสำคัญ ฉันกำลังถูกไซเบอร์บูลลี่…, 1. ฉันกำลังถูกกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์อยู่หรือเปล่า ฉันจะแยกออกได้อย่างไรระหว่างแกล้งกันขำ ๆ กับกลั่นแกล้งกันจริง ๆ, เพื่อน ๆ อาจจะมีแกล้งกันขำ ๆ บ้าง แต่บางครั้งมันก็แยกลำบากว่าเขาแค่แกล้งกันสนุก ๆ หรือต้องการทำให้เราเจ็บจริง ๆ โดยเฉพาะเมื่ออยู่บนโลกออนไลน์ บางครั้งคนพวกนี้ก็จะแค่หัวเราะแล้วบอกว่า “ล้อเล่นน่ะ” หรือ “อย่าจริงจังไปหน่อยเลย” แต่เมื่อคุณรู้สึกเจ็บหรือคิดว่าคนอื่น ๆ กำลังหัวเราะเยาะคุณอยู่ ไม่ใช่กำลังหัวเราะร่วมไปด้วยกับคุณ นั่นแสดงว่าการแกล้งกันขำ…, 2. ผลกระทบที่เกิดจากไซเบอร์บูลลี่คืออะไร, การบูลลี่ออนไลน์อาจทำให้คุณรู้สึกถูกโจมตีอยู่ตลอดไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดก็ตาม แม้กระทั่งอยู่ในบ้านตัวเอง มันเหมือนกับว่าไม่มีทางหนีได้พ้น และผลกระทบจะยังคงอยู่ไปอีกนานและกระทบกับคุณในหลาย ๆ ด้าน อาทิ ทางจิตใจ - รู้สึกเสียใจ อับอาย รู้สึกว่าตัวเองโง่ หวาดกลัว หรือโกรธ ทางอารมณ์ - รู้สึกอายหรือหมดความสนใจในสิ่งที่คุณรักหรือชอบ ทางร่างกาย –…, 3. ไซเบอร์บูลลี่ส่งผลกระทบกับสุขภาพจิตของฉันได้อย่างไรบ้าง, หากต้องเผชิญกับไซเบอร์บูลลี่ คุณอาจจะเริ่มรู้สึกอับอาย วิตกกังวล และรู้สึกไม่มั่นคงเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้อื่นกำลังพูดถึงหรือคิดเกี่ยวกับตัวคุณ ซึ่งอาจจะนำไปสู่การปลีกตัวออกจากเพื่อนฝูงและครอบครัว ความคิดและการพูดคุยกับตัวเองในด้านลบ รู้สึกผิดในสิ่งที่คุณทำหรือไม่ได้ทำ หรือรู้สึกว่าคุณกำลังโดนตัดสินในเชิงลบ ความรู้สึกโดดเดี่ยว หนักใจ ปวดศีรษะบ่อย…, แพลตฟอร์มติ๊กต่อก TikTok, ไซเบอร์บูลลี่อาจส่งผลกระทบทางลบต่อสภาพจิตใจของผู้คนได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องขอความช่วยเหลือจากคนที่คุณไว้ใจ เช่น คุณพ่อคุณแม่ คุณครู เพื่อน หรือ ผู้ปกครอง แล้วบอกให้พวกเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อที่พวกเขาจะได้ช่วยคุณ ความเป็นอยู่ภายในชุมชนของเราเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง และเราตระหนักว่าไซเบอร์บูลลี่สามารถสร้างผลกระทบอันเลวร้ายต่อสุขภาพจิตได้…, 4. ถ้าฉันถูกบูลลี่ออนไลน์ ฉันควรจะบอกใครดี แล้วทำไมการรายงานการถูกบูลลี่จึงสำคัญ, หากคุณรู้สึกว่ากำลังถูกบูลลี่อยู่ สิ่งแรกที่คุณควรทำคือการขอความช่วยเหลือจากคนที่คุณไว้วางใจ เช่น พ่อแม่ สมาชิกในครอบครัวที่สนิท หรือผู้ใหญ่คนอื่นที่คุณไว้วางใจ ที่โรงเรียน คุณอาจจะขอความช่วยเหลือได้จากคุณครูที่ปรึกษา คุณครูพละหรือคุณครูที่คุณสนิทด้วย ไม่ว่าจะผ่านทางออนไลน์หรือพูดคุยกันซึ่งหน้า และหากคุณไม่สะดวกใจที่จะพูดคุยกับคนที่คุณรู้จัก ลอง…, แพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก (Facebook) และอินสตาแกรม (Instagram), ไม่มีพื้นที่สำหรับพฤติกรรมการบูลลี่และการคุกคามบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม การสร้างบัญชี โพสต์รูปภาพ หรือคอมเมนต์ เพื่อบูลลี่หรือคุกคามผู้อื่น เป็นการกระทำที่ขัดต่อนโยบายของเรา หากคุณถูกบูลลี่บนโลกออนไลน์ เราแนะนำให้คุณพูดคุยกับพ่อแม่ คุณครู หรือใครก็ตามที่คุณไว้วางใจ คุณมีสิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยและความช่วยเหลือ นอกจากนี้…, แพลตฟอร์มติ๊กต่อก (TikTok), ทุกคนมีสิทธิที่จะรู้สึกปลอดภัยและได้รับการปฏิบัติอย่างมีเกียรติและได้รับความเคารพ การบูลลี่และการคุกคามขัดต่อสภาพแวดล้อมแพลตฟอร์มติ๊กต่อกต้องการสร้างขึ้นมาเพื่อทุกคน หากคุณรู้สึกว่าใครสักคนกำลังบูลลี่คุณอยู่ หรือ มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขอให้ติดต่อคนที่คุณไว้วางใจ เช่น พ่อแม่ คุณครู หรือผู้ปกครอง ที่สามารถให้ความช่วยเหลือคุณได้ บนแพลตฟอร์มของเรา…, แพลตฟอร์มทวิตเตอร์ (Twitter), การตกเป็นเป้าของการบูลลี่ไม่ใช่เรื่องที่จะรับมือได้ง่าย ๆ แต่สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อคุณถูกไซเบอร์บูลลี่คือต้องให้แน่ใจว่าตัวเองปลอดภัย การพูดคุยกับใครสักคนเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่เป็นเรื่องจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นคุณครู ผู้ใหญ่ที่คุณไว้วางใจ หรือคุณพ่อคุณแม่ ลองพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่หรือเพื่อน ๆ ดู หากคุณหรือเพื่อนกำลังเผชิญกับไซเบอร์บูลลี่…, 5. ฉันกำลังถูกไซเบอร์บูลลี่ แต่ฉันกลัวที่จะต้องพูดคุยเรื่องนี้กับพ่อแม่ ฉันจะพูดคุยพวกท่านอย่างไรได้บ้าง, ถ้าคุณกำลังถูกไซเบอร์บูลลี่ การพูดคุยกับผู้ใหญ่ที่คุณไว้วางใจ ใครสักคนที่คุณรู้สึกปลอดภัยเมื่อได้พูดคุยด้วย เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดที่คุณจะทำได้ การพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่อาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน แต่ก็มีบางอย่างที่คุณสามารถทำได้ เพื่อช่วยให้การสนทนาราบรื่นขึ้น…, 6. ฉันจะช่วยเพื่อนของฉันรายงานการไซเบอร์บูลลี่ได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพวกเขาไม่อยากรายงาน, ใครก็สามารถตกเป็นเหยื่อของไซเบอร์บูลลี่ได้ หากคุณเห็นว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นกับคนที่คุณรู้จัก จงให้ความช่วยเหลือแก่พวกเขา การรับฟังเพื่อนของคุณเป็นสิ่งสำคัญ รับฟังพวกเขาว่าทำไมพวกเขาถึงไม่อยากแจ้งเหตุถูกไซเบอร์บูลลี่ พวกเขารู้สึกอย่างไร แล้วจึงบอกให้พวกเขารู้ว่า พวกเขาไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุใด ๆ เลย…, แพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก (Facebook) และอินสตาแกรม (Instagram), เรารู้ว่าการรายงานเหตุถูกบูลลี่อาจเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน แต่ทุกคนสมควรที่จะรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่บนโลกออนไลน์ หากเพื่อนของคุณถูกไซเบอร์บูลลี่ ขอให้แนะนำให้พวกเขาพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ คุณครู หรือผู้ใหญ่ที่พวกเขาไว้วางใจ การรายงานเนื้อหาหรือบัญชีเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรมจะไม่มีการระบุตัวตน และช่วยให้เราสามารถรักษาความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มได้…, แพลตฟอร์มติ๊กต่อก (TikTok), หากคุณคิดว่าสมาชิกของชุมชนติ๊กต่อกคนใดกำลังถูกบูลลี่หรือถูกคุกคามอยู่ มีหลายวิธีที่คุณจะให้ความช่วยเหลือได้ เช่น คุณสามารถรายงานให้ติ๊กต่อกทราบอย่างเป็นความลับ เพื่อที่เราจะได้ดำเนินการและช่วยเหลือให้เพื่อนของคุณปลอดภัย หากคุณรู้จักบุคคลที่ถูกบูลลี่คนนั้น ลองเข้าไปพูดคุยกับเขาและแนะนำให้เขาอ่าน คำแนะนำเพื่อป้องกันการข่มเหงรังแก…, แพลตฟอร์มทวิตเตอร์ (Twitter), หากเพื่อน ๆ ของคุณกำลังถูกไซเบอร์บูลลี่ แนะนำให้พวกเขาพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ คุณครู หรือผู้ใหญ่ที่พวกเขาไว้วางใจ หากเพื่อนของคุณไม่ต้องการรายงานสิ่งที่พวกเขาพบเจอ คุณสามารถ รายงานแทน พวกเขาได้ ซึ่งรวมถึงกรณี ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ภาพเปลือยที่ไม่ได้รับความยินยอม และการปลอมตัวตน อัพเดตล่าสุด: มกราคม 2565 > กลับไปด้านบน…, 7. พวกเราจะยุติไซเบอร์บูลลี่ได้อย่างไรโดยไม่ต้องหยุดใช้งานอินเทอร์เน็ต, โลกออนไลน์ให้ประโยชน์แก่เรามากมาย แต่ก็เหมือนกับหลาย ๆ สิ่งในชีวิตของเราที่มันก็จะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่เราต้องเตรียมป้องกัน หากคุณถูกบูลลี่ คุณอาจจะอยากลบแอปบางตัวออก หรือหยุดท่องโลกออนไลน์สักพักเพื่อให้เวลากับตัวเองได้พักฟื้นจิตใจ แต่การปลีกตัวออกจากอินเทอร์เน็ตไม่ใช่การแก้ปัญหาในระยะยาว คุณไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมคุณต้องถูกเอาเปรียบด้วยล่ะ…, แพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก (Facebook) และอินสตาแกรม (Instagram), เราได้ พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ในเชิงบวก และดำเนินการกับเนื้อหาที่เป็นอันตราย และเราได้มีการออกเครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อช่วยให้ผู้คนได้ควบคุมสิ่งที่จะพบเจอในการใช้งานแพลตฟอร์มของเรา ยกตัวอย่างจากแพลตฟอร์มอินสตาแกรม เช่น…, แพลตฟอร์มติ๊กต่อก (TikTok), เราให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรและปลอดภัย ที่ซึ่งผู้คนสามารถแสดงออกได้อย่างเต็มที่อย่างแท้จริง แนวทางปฏิบัติสำหรับชุมชน ของเราระบุชัดเจนว่าเราจะไม่ทนต่อการสร้างความอับอาย การกลั่นแกล้ง หรือการคุกคามสมาชิกในชุมชนของเรา เราใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ และทีมผู้ดูแลในการช่วยตรวจจับและถอดเนื้อหาหรือพฤติกรรมที่ล่วงละเมิดออกจากแพลตฟอร์มของเรา…, แพลตฟอร์มทวิตเตอร์ (Twitter), เพราะมีผู้คนหลายร้อยล้านคนร่วมแบ่งปันไอเดียของพวกเขาบนทวิตเตอร์ทุกวัน จึงไม่น่าแปลกใจที่จะพบว่าเราก็ไม่ได้เห็นด้วยกับคนอื่นไปเสียทุกเรื่อง และนั่นก็คือข้อดีอย่างหนึ่งของการสนทนาที่เป็นสาธารณะ คือ เราทุกคนได้เรียนรู้จากการพูดคุยและข้อถกเถียงต่าง ๆ อย่างให้ความเคารพซึ่งกันและกัน แต่บางครั้งเมื่อคุณได้ฟังใครสักคนได้สักพักหนึ่ง…, 8. ฉันจะป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวถูกนำไปใช้เพื่อบิดเบือนหรือทำให้ฉันอับอายบนโซเชียลมีเดียได้อย่างไร, คิดให้ถ้วนถี่ทุกครั้งก่อนที่จะโพสต์หรือแชร์อะไรบนแพลตฟอร์มดิจิทัล เพราะมันอาจจะอยู่บนโลกออนไลน์นั้นไปตลอดกาล และอาจถูกนำมาใช้ทำร้ายคุณได้ในภายหลัง อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือชื่อของโรงเรียนของคุณแก่ผู้อื่น เรียนรู้เกี่ยวกับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของแอปโซเชียลมีเดียที่คุณชอบ และนี่คือบางอย่างที่คุณสามารถนำไปปฏิบัติได้…, 9. มีบทลงโทษสำหรับไซเบอร์บูลลี่หรือไม่, โรงเรียนส่วนใหญ่มองการบูลลี่เป็นเรื่องร้ายแรงและจะดำเนินการเพื่อแก้ปัญหานี้ หากคุณกำลังถูกไซเบอร์บูลลี่โดยเพื่อนนักเรียนคนอื่น ขอให้คุณรายงานเรื่องนี้ให้กับทางโรงเรียนทราบ ผู้คนที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในทุกรูปแบบ รวมถึงการถูกบูลลี่และไซเบอร์บูลลี่ มีสิทธิที่จะได้รับความยุติธรรม และผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวต้องรับผิดชอบต่อการกระทำ…, แพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก (Facebook) และอินสตาแกรม (Instagram), บนเฟซบุ๊ก เรามี มาตรฐานของชุมชน (Community Standards) และบนอินสตาแกรม เราก็มี แนวทางปฏิบัติสำหรับชุมชน (Community Guideline) เราจะดำเนินการในกรณีที่พบเนื้อหาที่ละเมิดนโยบายเหล่านี้ เช่น ในกรณีของการบูลลี่หรือคุกคาม และเรายังพัฒนาเครื่องมือตรวจสอบของเราอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เราสามารถค้นเจอเนื้อหาเหล่านี้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น…, แพลตฟอร์มติ๊กต่อ (TikTok), แนวทางปฏิบัติสำหรับชุมชน ของเราได้กำหนดบรรทัดฐานและข้อปฏิบัติร่วมกันสำหรับแพลตฟอร์มติ๊กต่อกเอาไว้ โดยให้แนวทางว่าสิ่งใดทำได้หรือทำไม่ได้ เพื่อให้พื้นที่เป็นมิตรสำหรับทุกคน พวกเราแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเราจะไม่ยอมให้สมาชิกในชุมชนต้องอับอาย ถูกบูลลี่ หรือถูกคุกคาม เราจะดำเนินการกับเนื้อหาและบัญชีที่มีพฤติกรรมดังกล่าว…, แพลตฟอร์มทวิตเตอร์ (Twitter), เราบังคับใช้ กฎ ของเราอย่างเข้มแข็งเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการสนทนาสาธารณะได้อย่างมีอิสระและปลอดภัย กฎเหล่านี้ถูกออกมาเพื่อให้ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ อาทิ ความรุนแรง การแสวงหาประโยชน์ทางเพศเด็ก การละเมิด/คุกคาม การแสดงความเกลียดชัง การฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตนเอง การแชร์สื่อที่ล่อแหลม อ่อนไหว เช่น…, 10. บริษัทเทคโนโลยีทั้งหลายดูจะไม่ใส่ใจเรื่องการบูลลี่และการล่วงละเมิดทางออนไลน์เลย พวกเขาจะต้องรับผิดชอบหรือไม่, บริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ เริ่มให้ความสนใจในประเด็นการบูลลี่ออนไลน์มากขึ้น หลาย ๆ บริษัทได้นำเสนอวิธีการต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหานี้ และ ปกป้องคุ้มครองผู้ใช้งานของตนให้ดีขึ้น รวมถึงนำเสนอ เครื่องมือใหม่ ๆ แนวทางปฏิบัติ และวิธีการรายงาน พฤติกรรมละเมิดออนไลน์ แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่ควรจะมีการทำอะไรมากกว่านี้ วัยรุ่นจำนวนมากยังถูกไซเบอร์บูลลี่อยู่ทุกวัน…, 11. มีเครื่องมือป้องกันการถูกบูลลี่ออนไลน์สำหรับเด็กและวัยรุ่นหรือไม่, โซเชียลมีเดียแต่ละแพลตฟอร์มจะมีเครื่องมือต่าง ๆ (ดูเครื่องมือที่มีด้านล่าง) ให้คุณได้จำกัดว่าใครจะสามารถคอมเมนต์ เห็นโพสต์ของคุณ หรือสามารถเพิ่มคุณเป็นเพื่อนได้โดยอัตโนมัติ และรายงานเคสของการบูลลี่ที่เกิดขึ้น ในหลายเครื่องมือ เพียงแค่ไม่กี่ขั้นตอนก็สามารถที่จะบล็อก จำกัดการมองเห็น หรือรายงานการไซเบอร์บูลลี่ได้แล้ว…, แพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก (Facebook) และอินสตาแกรม (Instagram), เรามีเครื่องมือต่อต้านการบูลลี่อยู่หลายชิ้นบนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม คุณสามารถบล็อกผู้ใช้งานได้ ทั้งที่เป็นผู้ใช้งานที่มีอยู่แล้วและผู้ใช้งานที่อาจถูกสร้างขึ้นมาใหม่ คุณสามารถ ปิดเสียง (Mute) บัญชีผู้ใช้งานได้โดยที่บัญชีผู้ใช้งานนั้นจะไม่รู้ตัว คุณสามารถใช้การตั้งค่า ‘จำกัด (Restrict)’…, แพลตฟอร์มติ๊กต่อก (TikTok), นอกจากงานที่ทีมความปลอดภัยของพวกเรากำลังทำอยู่เพื่อขจัดการบูลลี่และคุกคามออกจากแพลตฟอร์มของเราแล้ว เราก็ยังเตรียมเครื่องมือมากมายไว้ให้คุณได้ควบคุมสิ่งที่จะพบเจอในการใช้ติ๊กต่อกด้วย คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้จาก ศูนย์ความปลอดภัย ของเรา และนี่คือข้อมูลบางส่วน คุณสามารถ จำกัดได้ว่าใครสามารถคอมเมนต์ วิดีโอคุณได้บ้าง โดยเลือกว่าจะไม่ให้คอมเมนต์เลย…, แพลตฟอร์มทวิตเตอร์ (Twitter), เราต้องการให้ทุกคนปลอดภัยบนแพลตฟอร์มทวิตเตอร์ เรามีการเปิดตัวและปรับปรุงเครื่องมือต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น สามารถควบคุมและจัดการรอยเท้าทางดิจิทัลได้ และต่อไปนี้คือเครื่องมือด้านความปลอดภัยที่ทุกคนบนแพลตฟอร์มทวิตเตอร์สามารถใช้ได้:  เลือกผู้ที่สามารถตอบกลับทวีตของคุณ - ไม่ว่าจะเป็นทุกคน เฉพาะคนที่คุณติดตาม…
26 ตุลาคม 2022

เด็ก 559 ล้านคนทั่วโลกกำลังเผชิญกับการเกิดคลื่นความร้อนบ่อยครั้ง โดยจะเพิ่มเป็น 2.02 พันล้านคนในปี 2593

ลอนดอน/นิวยอร์ก/กรุงเทพฯ 25 ตุลาคม 2565 – ผลการศึกษาล่าสุดของยูนิเซฟระบุว่า เด็กจำนวน 559 ล้านคนกำลังเผชิญกับการเกิดคลื่นความร้อนบ่อยครั้ง* นอกจากนี้ เด็กจำนวน 624 ล้านคนกำลังเผชิญกับวิกฤตความร้อนประเภทใดประเภทหนึ่ง ได้แก่ การเกิดคลื่นความร้อนยาวนาน การเกิดคลื่นความร้อนรุนแรง และสภาวะอุณหภูมิสูงสุดโต่ง…, คำจำกัดความ, การเกิดคลื่นความร้อน – ช่วงเวลาที่อุณหภูมิสูงสุดประจำวันอยู่ในช่วงร้อยละ 10 บนของอุณหภูมิเฉลี่ย 15 วัน ติดต่อกันตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป การเกิดคลื่นความร้อนบ่อยครั้ง - สถานการณ์ที่คลื่นความร้อนเกิดขึ้นเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 4.5 ครั้งต่อปี การเกิดคลื่นความร้อนยาวนาน – สถานการณ์ที่การเกิดคลื่นความร้อนแต่ละครั้งมีระยะเวลาเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 4.7 วัน…
04 กุมภาพันธ์ 2022

ทำอย่างไรหากคุณหรือลูกป่วยด้วยโรคโควิด-19 ที่บ้าน?

มีผู้คนจำนวนมากที่ติดเชื้อโควิด-19 โดยแสดงอาการเพียงเล็กน้อยและสามารถรักษาตัวให้หายได้ที่บ้าน แต่ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ไม่สามารถจำกัดการแพร่เชื้อสู่ผู้ที่อยู่ร่วมกันได้โดยง่าย บทความนี้จะนำเสนอวิธีปฏิบัติตัวหากคุณหรือสมาชิกในครอบครัวมีอาการเจ็บป่วย ผู้ที่ได้รับการยืนยันผลตรวจว่าติดเชื้อโควิด-19 และมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีอาการเลยนั้น…, การดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-19, ในขณะทำหน้าที่ดูแลสมาชิกในครอบครัวผู้ดูแลจำเป็นต้องดูแลตนเองเป็นอย่างดีด้วย ควรจำกัดจำนวนผู้ดูแลโดยมอบหมายหน้าที่ให้ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และไม่จัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่อาจป่วยหนักหากติดเชื้อโควิด-19 ตัวอย่างเช่น ผู้ได้รับวัคซีนครบแล้ว มีอายุต่ำกว่า 60 ปีและไม่เป็นโรคเจ็บป่วยเรื้อรัง…, เราควรสื่อสารกับเด็กๆ อย่างไรหากสมาชิกในครอบครัวป่วย?, เมื่อมีบุคคลในครอบครัวล้มป่วยลงก็ถือเป็นเรื่องที่ทำให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนไม่สบายใจ ทั้งนี้ เด็กในแต่ละวัยมีวิธีการรับมือเรื่องนี้แตกต่างกันออกไป เด็กเล็กอาจยังไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและสงสัยว่าเพราะเหตุใดจึงไม่สามารถเจอหน้าผู้ปกครองหรือพี่น้องได้ ในขณะที่เด็กโต อาจเกิดความกังวลและรู้สึกเป็นทุกข์ เด็กบางคนอาจโทษตัวเองกับสิ่งที่เกิดขึ้น…, ทำอย่างไรหากคุณล้มป่วย?, หากคุณรู้สึกป่วยหรือได้รับการยืนยันผลตรวจว่าเป็นโรคโควิด-19 แนะนำให้อยู่บ้าน ถ้าอาการแย่ลงหรือรู้สึกหายใจลำบาก ให้ติดต่อสถานพยาบาลทันที หากคุณเป็นผู้ดูแลลูกเพียงคนเดียว ให้พิจารณาว่าใครเป็นผู้ที่สามารถดูแลลูกแทนได้ในกรณีที่คุณมีอาการหนัก ผู้ที่จะมาดูแลแทนไม่ควรเป็นผู้ที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงที่อาจป่วยหนักหากได้รับเชื้อโควิด-19 พักผ่อน…, อย่างไรหากลูกของคุณป่วย?, หากลูกของคุณมีอาการบ่งชี้ของโรคโควิด-19 ให้พบแพทย์ทันทีที่เริ่มมีอาการ แม้ว่าจะมีอาการเพียงเล็กน้อยก็ตาม หากแพทย์แจ้งว่าสามารถรักษาตัวที่บ้านได้ ให้เลือกผู้ที่มีหน้าที่ดูแลเด็กเพียงคนเดียวเท่านั้น เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง ผู้ดูแลควรมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว และได้รับวัคซีนแล้ว…, ติดตามข่าวสารจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย, ไม่พลาดทุกการอัปเดต สมัครรับข่าวสารทางอีเมลกับเรา
20 สิงหาคม 2021

สอนลูกรับมือกับ ‘ความเศร้าโศก’ และก้าวผ่าน ‘การสูญเสีย’

โรคโควิด-19 ถือเป็นโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงชีวิตของเรา มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างและกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขไปทั่วโลก ส่งผลโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก ทั้งในด้านพฤติกรรมและความรู้สึก หลายคนต้องเผชิญหน้ากับความเศร้าจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก…, อะไรคือความแตกต่างระหว่าง การสูญเสีย และ ความเศร้าโศก?, “การสูญเสียและความเศร้า ถือเป็นประสบการณ์เชิงจิตวิทยาที่ส่งผลกระทบทางจิตใจอย่างมากต่อทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อาจทำให้เกิดความรู้สึกปั่นป่วน สับสน บ่อยครั้งมักพบอาการเศร้าซึมร่วมด้วย” ดร. ดามัวร์ กล่าว “เราอาจใช้คำว่า ‘สูญเสีย’ (Loss) เพื่อบรรยายถึงการสูญเสียสิ่งต่าง ๆ ที่อาจหวนคืนกลับมาได้ เช่น วิถีชีวิตเดิมก่อนเกิดโรคระบาด ใขขณะที่ ‘ความเศร้าโศก’ (…, ความรู้สึกสูญเสียและโศกเศร้าของเด็กต่างจากผู้ใหญ่อย่างไร?, ดร. ดามัวร์ บอกกับเราว่า หลายอย่างขึ้นอยู่กับว่าเด็กอายุเท่าไหร่แล้ว “เด็กเล็กหลายคนอาจสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความสูญเสียหรือความเศร้า เด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบอาจไม่เข้าใจว่า ทำไมพวกเขาถึงไม่ได้ไปโรงเรียน ทำไมพ่อแม่ถึงอยู่บ้าน ในกรณีที่มีคนเสียชีวิต พวกเขาอาจไม่เข้าใจจริงๆ ว่าความตายคืออะไร ทำไมความตายนั้นถาวร…, ผู้ปกครองจะช่วยอธิบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นให้เด็กฟังได้อย่างไร?, สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำคือ เห็นอกเห็นใจและตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา จริงใจ ไม่โกหก ไม่ว่าเด็กจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม “สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้ปกครองควรพูดตรง ๆ โดยให้คำอธิบายที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายที่สุดกับเด็ก หลีกเลี่ยงการใช้คำพูดเปรียบเทียบ หรือการใช้คำสละสลวยเกินไป เราอาจไม่สามารถบอกเด็ก ๆ ว่าเรา 'สูญเสีย' ใครบางคนไป…, หากผู้ปกครองรู้สึกเศร้าโศกเสียใจกับการสูญเสียของพ่อแม่ตนเอง พวกเขาจะประคับประคองลูกของตนเองได้อย่างไร?, ดร. ดามัวร์อธิบายว่า การที่เด็กเห็นผู้ใหญ่เศร้าโศกเสียใจไม่ใช่เรื่องที่แย่ “การที่ผู้ใหญ่รู้สึกเสียใจกับการจากไปของคนที่รัก ถือเป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อการสูญเสียที่ถูกต้องแล้ว และเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วในช่วงเวลานั้น สิ่งสำคัญคือ ผู้ปกครองจะต้องพยายามสอนให้เด็กเข้าใจว่า เวลาที่เรารู้สึกเศร้า…, เวลาที่ลูกของเรารู้สึกเศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของบุคคลอันเป็นที่รัก มีสิ่งใดบ้างที่พ่อแม่ควรรู้?, ดร. ดามัวร์อธิบายว่า “ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เด็กอายุ 6-11 ปีและวัยรุ่นจะมีการใช้กลไกป้องกันตนเองจากความเศร้าเพื่อก้าวผ่านความสูญเสียคนใกล้ชิด เด็กบางคนปฏิเสธความจริง ไม่เชื่อในการตาย หรือลืมไปว่าเหตุการณ์การเสียชีวิตของบุคคลนี้เคยเกิดขึ้นก็มี ซึ่งในทางจิตวิทยา…, เมื่อพ่อแม่กังวลว่าลูกอาจมีภาวะซึมเศร้า อะไรคือสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะดังกล่าว?, “ความสูญเสียและการพลัดพราก เป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวด” ดร. ดามัวร์กล่าว “สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ต้องรู้ก่อนว่า ลูกกำลังรับมืออย่างเหมาะสมหรือไม่ และรู้ว่าพฤติกรรมแบบใดของเด็กคือสิ่งที่น่ากังวล หากมีพฤติกรรมในเชิงลบ เช่น ลูกมีอาการเหม่อลอยติดต่อกันนานเป็นเวลาหลายวัน มีการใช้สารเสพติด มีการดูแลตัวเองที่ไม่เหมาะสม…, การพลาดโอกาสสำคัญต่างๆ ในชีวิตทำให้ลูกรู้สึกเสียใจ พ่อแม่ควรสื่อสารอย่างไรให้พวกเขาเข้าใจ?, “เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะรู้สึกเสียใจหรือไม่พอใจ เพราะโควิด-19 พรากความฝันและวิถีชีวิตเดิมที่ควรจะเป็นของพวกเขาไป” ดร. ดามัวร์เน้นย้ำ การสูญเสียโอกาสในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในมุมมองของผู้ใหญ่ สำหรับเด็กแล้วอาจจะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเกี่ยวพันไปถึงการมีความทรงจำดีดีในวันที่พวกเขาเติบโตขึ้น โควิด-19 อาจกลายเป็นความทรงจำหลักในชีวิตวัยเด็กของพวกเขา…, เมื่อลูกไม่เข้าใจว่าทำไมเราทุกคนจึงต้องกักตัวอยู่บ้าน ผู้ปกครองจะอธิบายให้ลูกเข้าใจได้อย่างไร?, ดร. ดามัวร์แนะนำว่า ผู้ปกครองควรให้คำตอบที่มีการยกตัวอย่างและมีเหตุผลน่าเชื่อถือกับเด็ก จะทำให้พวกเขาเข้าใจได้มากขึ้น เช่น คุณแม่อาจจะพูดกับลูกว่า “จำได้ไหมเวลาที่หนูป่วย พ่อกับแม่ก็ให้หนูหยุดอยู่บ้าน ตอนนี้ก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่ว่าไวรัสตัวนี้อันตรายมากกว่าการเจ็บป่วยทั่วไป เราถึงต้องอยู่บ้านเพื่อลดความเสี่ยงจะไปติดเชื้อไวรัสนี้…, ติดตามข่าวสารจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย, ไม่พลาดทุกการอัปเดต สมัครรับข่าวสารทางอีเมลกับเรา
08 สิงหาคม 2021

มาเล่นกันเถอะ ตอนไหนก็เล่นได้!

ในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต (3 ขวบปีแรก) สมองของลูกน้อยจะพัฒนาเร็วกว่าช่วงเวลาอื่น คุณอาจจะประหลาดใจยิ่งขึ้นไปอีกถ้าได้รู้ว่า คุณ ช่วยพัฒนาสมองของลูกก่อนถึงวัยหัดพูดได้ ทำได้อย่างไร? ทำได้โดยใช้กิจกรรม เสิร์ฟและโต้กลับ ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อน ๆ ของเราที่ มูลนิธิเลโก้ (LEGO Foundation) และ ศูนย์พัฒนาการเด็ก มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด (Center on the…, อะไรคือการเล่นเสิร์ฟและโต้กลับ, การเสิร์ฟและโต้กลับเป็นกิจกรรมเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับพ่อแม่หรือผู้ดูแล ซึ่งผู้ใหญ่จะตอบสนองต่อเสียงหรือท่าทางของทารกหรือเด็กวัยหัดเดินอย่างเอ็นดูและเหมาะสม ให้ลองนึกภาพการเล่นปิงปอง สิ่งสำคัญคือการโต้กลับไปกลับมาอย่างสนุกสนาน!   สิ่งสำคัญที่สุดคือการแสดงออกให้ลูกน้อยเห็นว่าคุณห่วงใยและตอบสนองต่อความต้องการ อารมณ์ และสิ่งต่าง ๆ…, ฉันจะฝึกการเล่นเสิร์ฟและโต้กลับกับลูกได้อย่างไร, การเสริมสร้างสมองของลูกน้อยสามารถทำได้โดยไม่ต้องอาศัยวิธีที่ซับซ้อน เพียงแค่สอดแทรกกิจกรรมเข้าไปในกิจวัตรประจำวัน ทุกช่วงเวลาที่คุณอยู่กับลูกน้อยสามารใช้เป็นโอกาสเพื่อการเรียนรู้ที่สนุกสนานได้ ต่อไปนี้คือวิธีง่ายๆ ที่คุณอาจเริ่มทำเพื่อผสมผสานกิจกรรมส่งไปและโต้กลับเข้าไปในการปฏิสัมพันธ์รายวันกับลูกน้อย   เกมเรียกชื่อ…
07 สิงหาคม 2021

พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 2 ปี

เมื่ออายุได้ 2 ขวบ ลูกน้อยของคุณจะพูด เดิน ปีนป่าย กระโดด วิ่ง และใช้พลังเต็มที่ มีวงศัพท์เพิ่มและเรียนรู้คำใหม่ตลอดเวลา สามารถแยกรูปทรงและสีได้ และอาจแสดงให้เห็นว่าอยากฝึกขับถ่าย เมื่อลูกน้อยเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เขาอาจเริ่มดื้อ และสำรวจโลกรอบตัว, พัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์ของลูกน้อยวัย 2 ปี, เมื่อเจ้าตัวน้อยอายุได้ประมาณ 2 ปี คุณจะเริ่มเห็นลูกเรียนรู้ที่จะสื่อสารกับคนอื่นรอบตัวโดยการ ชอบเลียนแบบพวกผู้ใหญ่และเด็กคนอื่น ๆ ตื่นเต้นเมื่อได้อยู่กับเด็กคนอื่น ๆ เป็นตัวของตัวเองมาขึ้น และดื้อมากขึ้น เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ หาโอกาสเล่นและพูดคุยกับลูก อาจจะเป็นกิจกรรมง่าย ๆ เช่น การกลิ้งลูกบอลให้กันไปมา หยิบของเล่นให้คุณ…, พัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารของลูกน้อยวัย 2 ปี, ลูกของคุณจะเริ่มแสดงความต้องการโดยการ พูดประโยคสั้นๆ ที่ประกอบไปด้วยคำศัพท์ 2-4 คำ ชี้ไปที่ของตามที่บอกได้ รู้จักส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่คุ้นเคย จดจำคนที่คุ้นเคยได้ พูดทวนคำที่ได้ยินและปฏิบัติตามคำสั่งง่าย ๆ ได้ เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ เมื่อพาลูกไปเดินเล่น คอยบอกชื่อของสิ่งต่าง ๆ ที่เห็นให้ลูกได้ฟัง, พัฒนาการด้านสมองของลูกน้อยวัย 2 ปี, สมองของเจ้าตัวน้อยกำลังเติบโต! เริ่มหัดแยกรูปทรงและสีต่าง ๆ สามารถหาของที่ถูกซ่อนไว้ใต้ของหลาย ๆ ชั้นเจอได้ สามารถเติมประโยคที่มาจากหนังสือที่คุ้นเคยให้สมบูรณ์ได้ เล่นเกมสมมติแบบง่าย ๆ ได้ ต่อตัวต่อตั้งแต่ 4 ชิ้นขึ้นไปให้เป็นหอคอยสูง ๆ ได้ สามารถปฏิบัติตามคำสั่ง 2 ขั้นตอนได้ อาจเริ่มมีมือข้างที่ถนัด เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่…, พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวและร่างกาของลูกน้อยวัย 2 ปี, ลูกน้อยขยับตัวไปรอบๆ ได้อย่างไร สามารถวิ่ง เตะลูกบอล และโยนลูกบอลข้ามหัวได้ เริ่มหัดวิ่ง ปืนขึ้นและลงจากเฟอร์นิเจอร์อย่าง โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา ได้โดยไม่ต้องมีคนช่วย วาดหรือลอกแบบตามเส้นตรงและวงกลมได้ เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ ลองให้ลูกทำกิจกรรมที่ต้องใช้ทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น ขอให้ช่วยพลิกหน้าหนังสือ เป็นต้น, อาหารและโภชนาการของลูกน้อยวัย 2 ปี, การรับประทานอาหารสำหรับเด็กอายุ 2 ขวบ สามารถเคี้ยวด้วยการขยับกรามอย่างเต็มที่ได้ สามารถใช้ช้อนส้อมในการทานอาหารได้ โดยอาจจะยังมีหกหล่อนเล็กน้อย เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ ใจเย็นและไม่คาดหวัง ใส่ใจเมื่อลูกทานอาหาร แต่หากลูกไม่ทานก็ไม่ควรอารมณ์เสีย แค่เอาอาหารออกไป ปิดฝา แล้วค่อยถามใหม่ในภายหลังว่าจะทานหรือไม่, ข้อควรสังเกต, ถึงแม้ทารกวัย 2 ปี แต่ละคนจะมีพัฒนาการแตกต่างกัน แต่คุณควรปรึกษากุมารแพทย์หากเจ้าต้วน้อยของคุณมีอาการต่อไปนี้ ไม่รู้จักวิธีใช้ของใช้ทั่วไป พูดวลีที่ประกอบไปด้วยคำศัพท์ 2 คำไม่ได้ ไม่เลียนแบบท่าทางหรือคำพูด ไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งพื้นฐานได้ ไม่สามารถเดินตรง ๆ ได้ ทำสิ่งที่เคยทำไม่ได้, ดูข้อมูลในช่วงอายุอื่น, 2 เดือน   |   4 เดือน   |   6 เดือน   |   9 เดือน   |   1 ปี   |   18 เดือน   |   2 ปี < กลับไปที่ พัฒนาการแต่ละช่วงวัยของลูกน้อย
07 สิงหาคม 2021

พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 1 ปี

ยินดีด้วย ลูกของคุณได้เข้าสู่วัยหัดเดินอย่างเป็นทางการแล้ว! เด็กวัยนี้กระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น และแสดงออกมากขึ้น ลูกของคุณอาจเริ่มใช้คำพูด ยืนได้ด้วยตัวเองและเริ่มเดินได้ 2-3 ก้าว คุณอาจอ่านหนังสือให้ลูกฟังและส่งเสริมให้เขาใช้พลังกับการเล่นมาก ๆ เพื่อช่วยให้เขาเรียนรู้และเติบโต, พัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์ของลูกน้อยวัย 1 ปี, เมื่อเจ้าตัวน้อยอายุได้ประมาณ 1 ปี คุณจะเริ่มเห็นลูกเรียนรู้ที่จะสื่อสารกับคนอื่นรอบตัวโดยการ ยื่นหนังสือให้เมื่ออยากให้คุณอ่านให้ฟัง ร้องไห้เมื่อพ่อแม่ออกจากบ้าน อายคนแปลกหน้า ช่วยกางแขนหรือขาเวลามีคนแต่งตัวให้ มีของเล่นชิ้นโปรด เรียกร้องความสนใจด้วยการส่งเสียงซ้ำ ๆ เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ เล่นเกมด้วยการเอาของไปซ่อน แล้วให้ลูกช่วยหา…, พัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารของลูกน้อยวัย 1 ปี, ลูกของคุณจะเริ่มแสดงความต้องการโดยการ ใช้ภาษากายพื้นฐาน เช่น โบกมือ และพูดคำพื้นฐาน เช่น "มาม้า" และ "ปาป๊า" เสียงอ้อแอ้ฟังเป็นภาษาพูดมากขึ้น ตอบสนองต่อคำของ่าย ๆ ของคุณได้ พูดทวนคำพูดที่คุณพูด เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ กระตุ้นให้ลูกพูดว่า 'สวัสดี' 'บ๊ายบาย' และชมเชยเมื่อลูกพูด เพราะสิ่งนี้จะช่วยพัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์…, พัฒนาการด้านสมองของลูกน้อยวัย 1 ปี, สมองของเจ้าตัวน้อยกำลังเติบโต! เลียนแบบการเคลื่อนไหวและท่าทาง เอาวัตถุมาชนกัน ใช้แก้วดื่มน้ำและใช้ของใช้อื่นได้ถูกต้อง หาของที่ถูกซ่อนไว้เจอ มองไปที่วัตถุที่ถูกเอ่ยชื่อได้อย่างถูกต้อง ทำตามคำสั่งง่าย ๆ และวางสิ่งของลงได้โดยไม่ต้องช่วย เอาของใส่ภาชนะและสามารถเอาออกมาได้ เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ ให้กำลังใจและชี้แนะลูกตอนที่เขาเล่นเกม…, พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวและร่างกาของลูกน้อยวัย 1 ปี, ลูกน้อยขยับตัวไปรอบๆ ได้อย่างไร สามารถเดินได้ 2-3 ก้าวโดยไม่ต้องช่วย นั่งเองได้โดยไม่ต้องช่วย ยันตัวให้ลุกขึ้นและเดินได้โดยเกาะตามโต๊ะ เก้าอี้ หรือเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ ลองวางลูกบนพื้นเรียบ ๆ เพื่อช่วยกระตุ้นทักษะการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น การคลาน การขยับแขนและขา, อาหารและโภชนาการของลูกน้อยวัย 1 ปี, การรับประทานอาหารสำหรับเด็กอายุ 1 ปี ทานอาหารที่หลากหลายมากขึ้น เช่น ผักต้มนิ่ม ๆ และผลไม้นิ่ม ๆ เรียนรู้ที่จะทานอาหารด้วยตนเอง สามารถเคี้ยวอาหารได้ละเอียด เริ่มที่จะใช้ถ้วยที่ไม่มีฝาปิดได้ เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ ให้อาหารลูกน้อยวัยหัดเดินทานครั้งละครึ่งถ้วย วันละ 4-5 ครั้ง พร้อมกับของว่างที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย 2 มื้อ…, ข้อควรสังเกต, ถึงแม้ทารกวัย 1 ปี แต่ละคนจะมีพัฒนาการแตกต่างกัน แต่คุณควรปรึกษากุมารแพทย์หากเจ้าต้วน้อยของคุณมีอาการต่อไปนี้ ไม่คลาน ไม่หาของที่ถูกเอาไปซ่อน ไม่สามารถยืนเองได้ ไม่ชี้ ไม่พูดคำง่าย ๆ ทำอะไรบางอย่างที่เคยทำไม่ได้, ดูข้อมูลในช่วงอายุอื่น, 2 เดือน   |   4 เดือน   |   6 เดือน   |   9 เดือน   |   1 ปี   |   18 เดือน   |   2 ปี < กลับไปที่ พัฒนาการแต่ละช่วงวัยของลูกน้อย