19 มิถุนายน 2024

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ “Sharenting”

การเป็นพ่อแม่ในยุคดิจิทัลไม่ใช่เรื่องง่าย โซเชียลมีเดีย สมาร์ตโฟน และ เทคโนโลยีอื่น ๆ กำลังก้าวหน้าและเติบโตเร็วกว่าบุตรหลานของเรา และไม่มีความชัดเจนว่าจะใช้สิ่งเหล่านั้นอย่างปลอดภัยได้อย่างไร แม้ว่าคุณจะใช้มันด้วยเจตนาที่ดีที่สุดก็ตาม   พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนมักแชร์รูปภาพของลูก ๆ ทั้งลูกตัวน้อยและลูกที่โตเป็นวัยรุ่นแล้ว…, Sharenting คืออะไร  , สเตซี สไตน์เบิร์ก กล่าวว่า ฉันให้นิยาม sharenting ว่า คือ การที่พ่อแม่พูดเรื่องลูก ๆ กับคนนอกครอบครัว ซึ่งหมายรวมถึง การโพสต์รูปภาพลงบนโซเชียลมีเดีย การเขียนบล็อกเกี่ยวกับลูก ๆ หรือการส่งวิดีโอผ่านแพลตฟอร์มแชต เช่น WhatsApp ฯลฯ  “เมื่อเราแชร์อะไรเกี่ยวกับลูกของเราบนโลกออนไลน์โดยไม่ได้ให้พวกเขามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ…, อะไรคือสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรรู้เมื่อคิดจะแชร์เนื้อหาเกี่ยวกับลูก ๆ บนโลกออนไลน์, มีสองเรื่องสำคัญที่ควรคำนึงถึงเมื่อแชร์เนื้อหาเกี่ยวกับบุตรหลานของเรา   เรื่องแรก คือ อันตรายที่เด็ก ๆ อาจต้องเผชิญเมื่อพ่อแม่แชร์ข้อมูลบนออนไลน์ เช่น มันมักจะมีผู้ใหญ่ที่อยากเข้าหา หรือทำอันตรายลูกของใครบางคน เพียงเพราะเนื้อหาที่พวกเขาเห็นบนโลกออนไลน์…, เด็กรู้สึกอย่างไรกับพฤติกรรม Sharenting, ไม่ว่าจะอายุเท่าไร เราทุกคนก็ชอบความเป็นอิสระ เราให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ส่วนตัวของเรา ไม่ว่าจะเป็นตอนอายุสี่หรือห้าขวบ ที่เราชอบใส่ชุดสีชมพู ไม่ชอบใส่ชุดสีม่วง หรือจะเป็นตอนที่เราจะอายุ 12 หรือ 13 ปี ที่เราอยากให้คนเห็นเราจับมือคุณย่าคุณยาย หรืออาจจะเป็นการที่เราไม่อยากให้ใครเห็นภาพเหล่านั้น อะไรแบบนี้อาจดูเหมือนสิ่งเล็ก ๆ สำหรับผู้ใหญ่…, พ่อแม่สามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวของลูก ๆ บนโลกดิจิทัลได้อย่างไร  , สิ่งที่พ่อแม่สามารถทำได้คือหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลส่วนตัวของลูก ๆ ที่มากเกินไป เช่น เรื่องราวหรือรูปภาพที่น่าอับอาย แม้ในกรณีที่ตัวเขาเองจะมองว่ามันเป็นเรื่องตลกดีก็ตาม การมองจากมุมของเด็ก ๆ เป็นเรื่องที่สำคัญ และพ่อแม่ไม่ควรแชร์รูปภาพของลูกในสภาพที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า เพราะมันจะมีผู้ไม่ประสงค์ดีคอยจับจ้องนำรูปภาพเหล่านั้นไปใช้ในทางที่เสียหาย  …, พ่อแม่จะขอให้ผู้อื่นอย่าโพสต์รูปภาพลูก ๆ ของตนได้อย่างไร, ควรพูดคุยอย่างตรงไปตรงมากับเพื่อน ๆ และคนในครอบครัวเกี่ยวกับการแชร์เนื้อหาในแบบที่คุณรู้สึกโอเค แต่ต้องไม่ลืมว่าการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับเด็กบนโซเชียลมีเดียถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ และไม่ใช่ทุกคนที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ จึงควรเข้าหาและพูดคุยกันเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้บนพื้นฐานว่ายิ่งสื่อสารพูดคุยมากเท่าไร…, พ่อแม่และผู้ดูแลสามารถแชร์รูปภาพและวิดีโอของบุตรหลานอย่างปลอดภัยได้อย่างไร, การแชร์เนื้อหาไม่มีทางปลอดภัย 100 % เพราะเป็นเรื่องการหาจุดสมดุลระหว่างความเสี่ยงกับสิ่งที่พ่อแม่เห็นว่าดี   สำหรับครอบครัวที่คิดจะแชร์อะไรเกี่ยวกับลูก ๆ บนโลกออนไลน์ ควรพิจารณาว่าคนที่จะเห็นเนื้อหาที่เราแชร์นั้นเป็นใคร (การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวบนโซเชียลมีเดียของคุณเป็นอย่างไร…, คุณจะทำอย่างไรได้บ้าง หากคุณได้โพสต์อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับลูก ๆ บนโลกออนไลน์ และกำลังรู้สึกลังเลใจกับสิ่งที่โพสต์, สูดหายใจเข้าลึก ๆ โดยปกติพ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่ได้แชร์มากเกินไปเพราะอยากจะให้เกิดเรื่องร้าย ๆ กับลูก แต่บ่อยครั้งที่พ่อแม่แชร์มากเกินไปโดยที่ไม่ใส่ใจความสำคัญของรอยเท้าดิจิทัลของลูก ๆ หากพ่อแม่เริ่มไม่แน่ใจในสิ่งที่พวกเขาแชร์ไป ขั้นแรกที่ควรทำ คือ เริ่มย้อนดูสิ่งที่แชร์ไว้ในอดีต และลบเนื้อหาที่ยังพอลบได้ทิ้งไป (ในบางแพลตฟอร์ม คุณสามารถยื่นขอให้ลบรูปได้…, ติดตามข่าวสารจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย, ไม่พลาดทุกการอัปเดต สมัครรับข่าวสารทางอีเมลกับเรา
18 มิถุนายน 2024

วิธีดูแลบุตรหลานให้ปลอดภัยบนโลกออนไลน์

เมื่อเด็ก ๆ เติบโตขึ้น พวกเขามักจะใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น ข้อดีของสื่อออนไลน์นั้นมีหลายอย่าง เช่น ได้ติดต่อกับเพื่อน ๆ และครอบครัว ติดตามสิ่งที่สนใจ และได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน แต่โลกออนไลน์ก็ไม่ได้ให้ประสบการณ์ที่ดีและปลอดภัยสำหรับเด็กเสมอไป มองลองดูวิธีที่จะช่วยให้ลูก ๆ ได้ประโยชน์สูงสุดจากโลกอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีดิจิทัล…, 1. ตั้งกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน  , พูดคุยอย่างตรงไปตรงมากับลูก ๆ ว่า พวกเขาควรสื่อสารอย่างไรกับใคร หรือใครบ้างที่จะสามารถเห็นเนื้อหาที่พวกเขาโพสต์ออนไลน์   อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าสิ่งใดก็ตามที่เข้าไปอยู่บนโลกออนไลน์ เช่น รูปภาพ วีดีโอ คอมเมนต์ หรือสิ่งที่ลูก ๆ แชร์กับผู้อื่น รวมถึงสิ่งที่ผู้อื่นโพสต์เกี่ยวกับตัวเขาหรือแชร์กับเขานั้น จะทิ้งข้อมูลร่องรอยของพวกเขาไว้อยู่เสมอ เด็ก ๆ…, คิดก่อนโพสต์, ฉุกคิดก่อนจะโพสต์อะไรก็ตามบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในขณะกำลังเสียใจหรือโกรธ เพราะทันทีที่ข้อความ รูปภาพ หรือวีดีโอถูกโพสต์ออกไป คุณจะควบคุมสิ่งที่จะเกิดตามมาได้ยาก และแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะลบสิ่งเหล่านั้นออกไป   จงจำไว้ว่าคุณมีสิทธิในความเป็นส่วนตัวของตัวเอง และผู้อื่นก็มีสิทธิ์นั้นเช่นกัน จึงไม่ควรเข้าใช้บัญชีของผู้อื่น หรือใช้โทรศัพท์…, 2. ใช้เทคโลโนยีเพื่อปกป้องคุ้มครองเด็ก ๆ  , ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ของลูก ๆ มีการอัปเดตและใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด และมีการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว โดยจำกัดการอนุญาตเก็บข้อมูลส่วนตัวให้น้อยที่สุด เพื่อคนอื่นจะมองไม่เห็นข้อมูลที่ไม่ต้องการแสดงให้เห็น   ช่วยให้ลูก ๆ รู้จักการปกป้องรักษาข้อมูลส่วนตัว หากการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวนั้นไม่มีความปลอดภัย ใคร ๆ ก็สามารถเห็นข้อมูลดังกล่าวได้…, คิดก่อนแชร์, คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวบนโซเชียลมีเดียของคุณได้ เพื่อช่วยควบคุมว่าใครจะเห็นข้อมูลของคุณ รวมถึงสถานที่ที่คุณอยู่ได้บ้าง คิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับสิ่งที่คุณจะแชร์ และจะแชร์กับใคร อย่าแชร์ข้อมูลส่วนตัว เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือบัญชีธนาคาร และห้ามแชร์พาสเวิร์ดกับใครเด็ดขาด แม้กระทั่งเพื่อนสนิท, 3. หมั่นใช้เวลาบนโลกออนไลน์กับลูก ๆ  , คอยหาโอกาสให้ลูก ๆ ได้มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีและปลอดภัยบนโลกออนไลน์กับเพื่อน ๆ  ครอบครัว และตัวคุณเอง การได้ติดต่อกับคนอื่น ๆ อาจเป็นโอกาสที่ดีที่คุณจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก ๆ เรื่องการสื่อสารติดต่อบนออนไลน์อย่างมีน้ำใจและเข้าอกเข้าใจ สอนลูก ๆ ให้รู้จักและหลีกเลี่ยงเนื้อหาที่เป็นข้อมูลที่ผิด ข้อมูลลวง เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมกับวัย…, 4. เป็นต้นแบบนิสัยออนไลน์ที่ดี  , เสริมสร้างพฤติกรรมออนไลน์ที่ดีให้ลูก ๆ โดยทำตัวเป็นแบบอย่าง ไตร่ตรองให้รอบคอบถึงสิ่งที่คุณจะทำเป็นตัวอย่าง รวมทั้งการแชร์เนื้อหาเกี่ยวกับลูก ๆ บนโลกออนไลน์​ ซึ่งรวมถึงรูปภาพและวีดีโอของพวกเขา ส่งเสริมให้ลูกมีน้ำใจในโลกออนไลน์ และคอยสนับสนุนเพื่อน ๆ และครอบครัว โดยการส่งข้อความหรืออิโมจิเชิงบวกให้   หากมีชั้นเรียนออนไลน์ ควรส่งเสริมเด็ก ๆ…, คิดก่อนตอบรับ, ก่อนตอบรับคำขอเป็นเพื่อน ควรเช็กโปรไฟล์ผู้ที่ขอ และดูว่าคนคนนั้นเป็นใคร มีเพื่อนที่รู้จักร่วมกันหรือไม่ หรือมาจากเมืองเดียวกันรึเปล่า ไม่ต้องรู้สึกกดดันที่จะตอบรับคำขอเป็นเพื่อนที่ส่งมาสุ่ม ๆ เพราะบางครั้งก็มีการปลอมแปลงตัวตน และมันยากที่จะรู้ได้ว่าคนเหล่านี้พูดความจริงหรือไม่, 5. ปล่อยให้เด็ก ๆ ได้สนุกสนานและแสดงออก  , การใช้เวลาบนโลกออนไลน์อาจเป็นโอกาสที่ดียิ่งสำหรับลูก ๆ ในการปลอดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ ได้เรียนรู้ ได้ส่งเสียงแบ่งปันมุมมองและสนับสนุนประเด็นต่าง ๆ ที่มีความสำคัญกับพวกเขา   ส่งเสริมให้ลูก ๆ ใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตเพื่อขยับเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น วีดีโอออกกำลังกายออนไลน์สำหรับเด็ก และวิดีโอเกมที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวร่างกาย…, ติดตามข่าวสารจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย, ไม่พลาดทุกการอัปเดต สมัครรับข่าวสารทางอีเมลกับเรา
16 มิถุนายน 2023

วิธีสื่อสารกับลูกน้อยของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ

ทุกปฏิสัมพันธ์ที่คุณมีกับลูกคือการสื่อสารรูปแบบหนึ่ง มันไม่ใช่แค่คำพูดที่คุณพูด แต่รวมถึงน้ำเสียงของคุณ การมองตา การกอดและจูบที่คุณมอบให้แก่พวกเขา ทั้งหมดนี้สามารถส่งข้อความถึงลูกได้ วิธีที่คุณใช้สื่อสารกับลูกไม่เพียงแต่สอนเขาถึงวิธีสื่อสารกับผู้อื่น แต่ยังเป็นตัวกำหนดพัฒนาการทางอารมณ์ของเขาและวิธีการสร้างความสัมพันธ์ในชีวิตข้างหน้าอีกด้วย, ประเภทของการสื่อสารมีอะไรบ้าง?, การสื่อสารมีสองรูปแบบ คือ การสื่อสารแบบใช้คำพูด และการสื่อสารแบบไม่ใช้คำพูด การสื่อสารแบบใช้คำพูด  คือการใช้คำในการสื่อสารและรวมถึง: ระดับเสียงและน้ำเสียง คำศัพท์ที่พูดออกมา สำเนียงถิ่นหรือการใช้คำที่ลูกสามารถเข้าใจได้ดีที่สุด การสื่อสารแบบไม่ใช้คำพูด เป็นการสื่อสารผ่านภาษากาย ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ซึ่งรวมถึง: การแสดงออกทางสีหน้า การสบตา…
16 มิถุนายน 2023

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับความผูกพันระหว่างพ่อแม่และลูก

เด็กจะเติบโตได้ดีเมื่อพวกเขารู้สึกปลอดภัย ได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่ สำหรับพ่อแม่หลาย ๆ คน การสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกเป็นเรื่องที่ง่าย ทว่าสำหรับอีกหลาย ๆ คนที่รู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับการทะนุถนอม ปกป้อง หรือเห็นคุณค่าในช่วงวัยเด็ก ก็อาจรู้สึกว่านีเป็นเรื่องยาก แต่ข่าวดีก็คือทักษะการเป็นพ่อแม่เป็นสิ่งที่เรียนรู้กันได้…, ทำไมการสร้างความสัมพันธ์กับลูกของคุณจึงเป็นเรื่องสำคัญ, การให้ความรักและความเอาใจใส่แก่ลูกของคุณเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาสมอง ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตนเองให้ลุก และช่วยให้พวกเขาเติบโต และสามารถสร้างความสัมพันธ์เมื่อเขาโตขึ้น การให้ความรักกับลูกๆของคุณ ไม่มีคำว่า ‘มากจนเกินไป’ การอุ้มลูกบ่อยๆ หรือเอาใจใส่ลูกตลอดเวลาไม่ได้ทำให้ลูกเสียนิสัย เมือคุณตอบสนองต่อสัญญาณว่าลูกหิว หรือต้องการให้ปลอบ…, วิธีสร้างความผูกพันกับลูกของคุณ, บางครั้งการเป็นพ่อแม่ก็เป็นเรื่องยาก และไม่มีใครที่เป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ แต่หากคุณสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรักและการเลี้ยงดูเพื่อให้ลูกของคุณได้เติบโตขึ้น และมีคุณเป็นบุคคลที่มั่นคงและพึ่งพาได้ในชีวิตของพวกเขา ก็จะช่วยให้พวกเขาเริ่มต้นชีวิตที่ดีได้…
05 ตุลาคม 2021

เคล็ด(ไม่)ลับสำหรับผู้ปกครองเพื่อสนับสนุนการเรียนออนไลน์ของเด็ก ๆ

แม้ว่าการเรียนในรูปแบบออนไลน์จะเป็นกิจกรรมหลักของเด็ก ๆ ในช่วงที่โรงเรียนปิด แต่ถึงอย่างไร ก็ยังไม่สามารถทดแทนห้องเรียนจริง ๆ ได้อยู่ดี ยังมีเด็กในกลุ่มเปราะบางที่สุดอีกจำนวนมากที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ครูผู้สอนจำนวนมากขนาดทรัพยากรในการปรับตัวเข้าสู่รูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์ ขณะเดียวกัน…, สิ่งจำเป็นต่อการเรียนออนไลน์ของเด็ก, เด็กในแต่ละช่วงวัยมักเผชิญกับความท้าทายที่แตกต่างกันออกไปในการเรียนรู้ทางไกล ผู้ปกครองจึงควรเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เด็กเรียนรู้ และพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ ดังนี้ สำหรับเด็กเล็ก การเรียนรู้และพัฒนาทักษะอย่างมีประสิทธิภาพนั้นมักเกิดจากการโต้ตอบกับเพื่อนร่วมชั้นและครูผู้สอน ซึ่งในการเรียนออนไลน์…, เคล็ด(ไม่)ลับสำหรับผู้ปกครองในการช่วยลูกเรียนออนไลน์, “ การสื่อสารเชิงบวกช่วยดูแลสุขภาพจิตของเด็ก ๆ ” การเป็นผู้ฟังที่ดี การสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการพูดคุย และการให้การสนับสนุนทางอารมณ์ จะช่วยให้เด็กจัดการกับความเครียดได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังเสริมสร้างความผูกพันในครอบครัว และทำให้เด็กกล้าและไว้ใจที่จะแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ กับผู้ปกครอง รวมไปถึงการสื่อสารความรู้สึกของตนเองออกมาอย่างเปิดเผย ทั้งนี้…, ติดตามข่าวสารจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย, ไม่พลาดทุกการอัปเดต สมัครรับข่าวสารทางอีเมลกับเรา
20 สิงหาคม 2021

สอนลูกรับมือกับ ‘ความเศร้าโศก’ และก้าวผ่าน ‘การสูญเสีย’

โรคโควิด-19 ถือเป็นโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงชีวิตของเรา มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างและกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขไปทั่วโลก ส่งผลโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก ทั้งในด้านพฤติกรรมและความรู้สึก หลายคนต้องเผชิญหน้ากับความเศร้าจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก…, อะไรคือความแตกต่างระหว่าง การสูญเสีย และ ความเศร้าโศก?, “การสูญเสียและความเศร้า ถือเป็นประสบการณ์เชิงจิตวิทยาที่ส่งผลกระทบทางจิตใจอย่างมากต่อทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อาจทำให้เกิดความรู้สึกปั่นป่วน สับสน บ่อยครั้งมักพบอาการเศร้าซึมร่วมด้วย” ดร. ดามัวร์ กล่าว “เราอาจใช้คำว่า ‘สูญเสีย’ (Loss) เพื่อบรรยายถึงการสูญเสียสิ่งต่าง ๆ ที่อาจหวนคืนกลับมาได้ เช่น วิถีชีวิตเดิมก่อนเกิดโรคระบาด ใขขณะที่ ‘ความเศร้าโศก’ (…, ความรู้สึกสูญเสียและโศกเศร้าของเด็กต่างจากผู้ใหญ่อย่างไร?, ดร. ดามัวร์ บอกกับเราว่า หลายอย่างขึ้นอยู่กับว่าเด็กอายุเท่าไหร่แล้ว “เด็กเล็กหลายคนอาจสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความสูญเสียหรือความเศร้า เด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบอาจไม่เข้าใจว่า ทำไมพวกเขาถึงไม่ได้ไปโรงเรียน ทำไมพ่อแม่ถึงอยู่บ้าน ในกรณีที่มีคนเสียชีวิต พวกเขาอาจไม่เข้าใจจริงๆ ว่าความตายคืออะไร ทำไมความตายนั้นถาวร…, ผู้ปกครองจะช่วยอธิบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นให้เด็กฟังได้อย่างไร?, สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำคือ เห็นอกเห็นใจและตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา จริงใจ ไม่โกหก ไม่ว่าเด็กจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม “สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้ปกครองควรพูดตรง ๆ โดยให้คำอธิบายที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายที่สุดกับเด็ก หลีกเลี่ยงการใช้คำพูดเปรียบเทียบ หรือการใช้คำสละสลวยเกินไป เราอาจไม่สามารถบอกเด็ก ๆ ว่าเรา 'สูญเสีย' ใครบางคนไป…, หากผู้ปกครองรู้สึกเศร้าโศกเสียใจกับการสูญเสียของพ่อแม่ตนเอง พวกเขาจะประคับประคองลูกของตนเองได้อย่างไร?, ดร. ดามัวร์อธิบายว่า การที่เด็กเห็นผู้ใหญ่เศร้าโศกเสียใจไม่ใช่เรื่องที่แย่ “การที่ผู้ใหญ่รู้สึกเสียใจกับการจากไปของคนที่รัก ถือเป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อการสูญเสียที่ถูกต้องแล้ว และเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วในช่วงเวลานั้น สิ่งสำคัญคือ ผู้ปกครองจะต้องพยายามสอนให้เด็กเข้าใจว่า เวลาที่เรารู้สึกเศร้า…, เวลาที่ลูกของเรารู้สึกเศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของบุคคลอันเป็นที่รัก มีสิ่งใดบ้างที่พ่อแม่ควรรู้?, ดร. ดามัวร์อธิบายว่า “ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เด็กอายุ 6-11 ปีและวัยรุ่นจะมีการใช้กลไกป้องกันตนเองจากความเศร้าเพื่อก้าวผ่านความสูญเสียคนใกล้ชิด เด็กบางคนปฏิเสธความจริง ไม่เชื่อในการตาย หรือลืมไปว่าเหตุการณ์การเสียชีวิตของบุคคลนี้เคยเกิดขึ้นก็มี ซึ่งในทางจิตวิทยา…, เมื่อพ่อแม่กังวลว่าลูกอาจมีภาวะซึมเศร้า อะไรคือสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะดังกล่าว?, “ความสูญเสียและการพลัดพราก เป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวด” ดร. ดามัวร์กล่าว “สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ต้องรู้ก่อนว่า ลูกกำลังรับมืออย่างเหมาะสมหรือไม่ และรู้ว่าพฤติกรรมแบบใดของเด็กคือสิ่งที่น่ากังวล หากมีพฤติกรรมในเชิงลบ เช่น ลูกมีอาการเหม่อลอยติดต่อกันนานเป็นเวลาหลายวัน มีการใช้สารเสพติด มีการดูแลตัวเองที่ไม่เหมาะสม…, การพลาดโอกาสสำคัญต่างๆ ในชีวิตทำให้ลูกรู้สึกเสียใจ พ่อแม่ควรสื่อสารอย่างไรให้พวกเขาเข้าใจ?, “เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะรู้สึกเสียใจหรือไม่พอใจ เพราะโควิด-19 พรากความฝันและวิถีชีวิตเดิมที่ควรจะเป็นของพวกเขาไป” ดร. ดามัวร์เน้นย้ำ การสูญเสียโอกาสในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในมุมมองของผู้ใหญ่ สำหรับเด็กแล้วอาจจะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเกี่ยวพันไปถึงการมีความทรงจำดีดีในวันที่พวกเขาเติบโตขึ้น โควิด-19 อาจกลายเป็นความทรงจำหลักในชีวิตวัยเด็กของพวกเขา…, เมื่อลูกไม่เข้าใจว่าทำไมเราทุกคนจึงต้องกักตัวอยู่บ้าน ผู้ปกครองจะอธิบายให้ลูกเข้าใจได้อย่างไร?, ดร. ดามัวร์แนะนำว่า ผู้ปกครองควรให้คำตอบที่มีการยกตัวอย่างและมีเหตุผลน่าเชื่อถือกับเด็ก จะทำให้พวกเขาเข้าใจได้มากขึ้น เช่น คุณแม่อาจจะพูดกับลูกว่า “จำได้ไหมเวลาที่หนูป่วย พ่อกับแม่ก็ให้หนูหยุดอยู่บ้าน ตอนนี้ก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่ว่าไวรัสตัวนี้อันตรายมากกว่าการเจ็บป่วยทั่วไป เราถึงต้องอยู่บ้านเพื่อลดความเสี่ยงจะไปติดเชื้อไวรัสนี้…, ติดตามข่าวสารจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย, ไม่พลาดทุกการอัปเดต สมัครรับข่าวสารทางอีเมลกับเรา
08 สิงหาคม 2021

มาเล่นกันเถอะ ตอนไหนก็เล่นได้!

ในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต (3 ขวบปีแรก) สมองของลูกน้อยจะพัฒนาเร็วกว่าช่วงเวลาอื่น คุณอาจจะประหลาดใจยิ่งขึ้นไปอีกถ้าได้รู้ว่า คุณ ช่วยพัฒนาสมองของลูกก่อนถึงวัยหัดพูดได้ ทำได้อย่างไร? ทำได้โดยใช้กิจกรรม เสิร์ฟและโต้กลับ ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อน ๆ ของเราที่ มูลนิธิเลโก้ (LEGO Foundation) และ ศูนย์พัฒนาการเด็ก มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด (Center on the…, อะไรคือการเล่นเสิร์ฟและโต้กลับ, การเสิร์ฟและโต้กลับเป็นกิจกรรมเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับพ่อแม่หรือผู้ดูแล ซึ่งผู้ใหญ่จะตอบสนองต่อเสียงหรือท่าทางของทารกหรือเด็กวัยหัดเดินอย่างเอ็นดูและเหมาะสม ให้ลองนึกภาพการเล่นปิงปอง สิ่งสำคัญคือการโต้กลับไปกลับมาอย่างสนุกสนาน!   สิ่งสำคัญที่สุดคือการแสดงออกให้ลูกน้อยเห็นว่าคุณห่วงใยและตอบสนองต่อความต้องการ อารมณ์ และสิ่งต่าง ๆ…, ฉันจะฝึกการเล่นเสิร์ฟและโต้กลับกับลูกได้อย่างไร, การเสริมสร้างสมองของลูกน้อยสามารถทำได้โดยไม่ต้องอาศัยวิธีที่ซับซ้อน เพียงแค่สอดแทรกกิจกรรมเข้าไปในกิจวัตรประจำวัน ทุกช่วงเวลาที่คุณอยู่กับลูกน้อยสามารใช้เป็นโอกาสเพื่อการเรียนรู้ที่สนุกสนานได้ ต่อไปนี้คือวิธีง่ายๆ ที่คุณอาจเริ่มทำเพื่อผสมผสานกิจกรรมส่งไปและโต้กลับเข้าไปในการปฏิสัมพันธ์รายวันกับลูกน้อย   เกมเรียกชื่อ…
07 สิงหาคม 2021

พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 2 ปี

เมื่ออายุได้ 2 ขวบ ลูกน้อยของคุณจะพูด เดิน ปีนป่าย กระโดด วิ่ง และใช้พลังเต็มที่ มีวงศัพท์เพิ่มและเรียนรู้คำใหม่ตลอดเวลา สามารถแยกรูปทรงและสีได้ และอาจแสดงให้เห็นว่าอยากฝึกขับถ่าย เมื่อลูกน้อยเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เขาอาจเริ่มดื้อ และสำรวจโลกรอบตัว, พัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์ของลูกน้อยวัย 2 ปี, เมื่อเจ้าตัวน้อยอายุได้ประมาณ 2 ปี คุณจะเริ่มเห็นลูกเรียนรู้ที่จะสื่อสารกับคนอื่นรอบตัวโดยการ ชอบเลียนแบบพวกผู้ใหญ่และเด็กคนอื่น ๆ ตื่นเต้นเมื่อได้อยู่กับเด็กคนอื่น ๆ เป็นตัวของตัวเองมาขึ้น และดื้อมากขึ้น เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ หาโอกาสเล่นและพูดคุยกับลูก อาจจะเป็นกิจกรรมง่าย ๆ เช่น การกลิ้งลูกบอลให้กันไปมา หยิบของเล่นให้คุณ…, พัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารของลูกน้อยวัย 2 ปี, ลูกของคุณจะเริ่มแสดงความต้องการโดยการ พูดประโยคสั้นๆ ที่ประกอบไปด้วยคำศัพท์ 2-4 คำ ชี้ไปที่ของตามที่บอกได้ รู้จักส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่คุ้นเคย จดจำคนที่คุ้นเคยได้ พูดทวนคำที่ได้ยินและปฏิบัติตามคำสั่งง่าย ๆ ได้ เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ เมื่อพาลูกไปเดินเล่น คอยบอกชื่อของสิ่งต่าง ๆ ที่เห็นให้ลูกได้ฟัง, พัฒนาการด้านสมองของลูกน้อยวัย 2 ปี, สมองของเจ้าตัวน้อยกำลังเติบโต! เริ่มหัดแยกรูปทรงและสีต่าง ๆ สามารถหาของที่ถูกซ่อนไว้ใต้ของหลาย ๆ ชั้นเจอได้ สามารถเติมประโยคที่มาจากหนังสือที่คุ้นเคยให้สมบูรณ์ได้ เล่นเกมสมมติแบบง่าย ๆ ได้ ต่อตัวต่อตั้งแต่ 4 ชิ้นขึ้นไปให้เป็นหอคอยสูง ๆ ได้ สามารถปฏิบัติตามคำสั่ง 2 ขั้นตอนได้ อาจเริ่มมีมือข้างที่ถนัด เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่…, พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวและร่างกาของลูกน้อยวัย 2 ปี, ลูกน้อยขยับตัวไปรอบๆ ได้อย่างไร สามารถวิ่ง เตะลูกบอล และโยนลูกบอลข้ามหัวได้ เริ่มหัดวิ่ง ปืนขึ้นและลงจากเฟอร์นิเจอร์อย่าง โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา ได้โดยไม่ต้องมีคนช่วย วาดหรือลอกแบบตามเส้นตรงและวงกลมได้ เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ ลองให้ลูกทำกิจกรรมที่ต้องใช้ทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น ขอให้ช่วยพลิกหน้าหนังสือ เป็นต้น, อาหารและโภชนาการของลูกน้อยวัย 2 ปี, การรับประทานอาหารสำหรับเด็กอายุ 2 ขวบ สามารถเคี้ยวด้วยการขยับกรามอย่างเต็มที่ได้ สามารถใช้ช้อนส้อมในการทานอาหารได้ โดยอาจจะยังมีหกหล่อนเล็กน้อย เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ ใจเย็นและไม่คาดหวัง ใส่ใจเมื่อลูกทานอาหาร แต่หากลูกไม่ทานก็ไม่ควรอารมณ์เสีย แค่เอาอาหารออกไป ปิดฝา แล้วค่อยถามใหม่ในภายหลังว่าจะทานหรือไม่, ข้อควรสังเกต, ถึงแม้ทารกวัย 2 ปี แต่ละคนจะมีพัฒนาการแตกต่างกัน แต่คุณควรปรึกษากุมารแพทย์หากเจ้าต้วน้อยของคุณมีอาการต่อไปนี้ ไม่รู้จักวิธีใช้ของใช้ทั่วไป พูดวลีที่ประกอบไปด้วยคำศัพท์ 2 คำไม่ได้ ไม่เลียนแบบท่าทางหรือคำพูด ไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งพื้นฐานได้ ไม่สามารถเดินตรง ๆ ได้ ทำสิ่งที่เคยทำไม่ได้, ดูข้อมูลในช่วงอายุอื่น, พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 2 เดือน 2 เดือน   |   พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 4 เดือน 4 เดือน   |   พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 6 เดือน 6 เดือน   |   พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 9 เดือน 9 เดือน   |   พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 1 ปี 1 ปี   |   พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 18 เดือน 18 เดือน   |   พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 2 ปี 2 ปี…
07 สิงหาคม 2021

พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 18 เดือน

ตอนนี้เจ้าตัวน้อยวัย 18 เดือนของคุณสามารถเดินและใช้คำศัพท์พื้นฐานได้แล้ว ในวัยนี้ เด็ก ๆ ชอบเล่นและสำรวจ เริ่มเป็นอิสระและอาจชอบเล่นสมมติ และชี้ไปยังวัตถุที่ต้องการ นอกจากนี้ยังเริ่มเข้าใจว่าสิ่งของในบ้านใช้ทำอะไร เช่น ถ้วยหรือช้อน ในวัยนี้ ลูกของคุณอาจมีอารมณ์ฉุนเฉียวตอนที่สื่อสารสิ่งที่ต้องการไม่ได้ดังใจ, พัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์ของลูกน้อยวัย 18 เดือน, เมื่อเจ้าตัวน้อยอายุได้ประมาณ 18 เดือน คุณจะเริ่มเห็นลูกเรียนรู้ที่จะสื่อสารกับคนอื่นรอบตัวโดยการ อาจกลัวคนแปลกหน้า แต่จะแสดงความสนิทสนมกับคนที่คุ้นเคย ชี้เพื่อแสดงให้เห็นว่ากำลังสนใจอะไรอยู่ ชอบเล่นด้วยการยื่นสิ่งของต่าง ๆ ให้ผู้คน หรือเล่นสมมติง่าย ๆ อาจจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวบ้าง อาจเกาะติดกับพ่อแม่ผู้ดูแลเมื่อเจอสถานการณ์ใหม่ ๆ…, พัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารของลูกน้อยวัย 18 เดือน, ลูกของคุณจะเริ่มแสดงความต้องการโดยการ ส่ายศีรษะเพื่อบอกว่า "ไม่" สามารถพูดคำเดี่ยวได้หลายคำ ชี้เพื่อบอกว่าเขาต้องการอะไร เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ สนใจสิ่งที่ลูกชี้และใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาทักษะด้านภาษาโดยบอกว่าสิ่งที่เขาชี้เรียกว่าอะไร, พัฒนาการด้านสมองของลูกน้อยวัย 18 เดือน, สมองของเจ้าตัวน้อยกำลังเติบโต! จดจำสิ่งของในชีวิตประจำวันได้ ชี้เพื่อเรียกร้องความสนใจ เล่นป้อนอาหารตุ๊กตาสัตว์ตัวโปรด สามารถชี้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย สามารถตามคำสั่งขั้นตอนเดียวได้ โดยไม่ต้องดูท่าทางประกอบ เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ หาของเล่นให้กับลูกเพื่อเล่นสมมติ, พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวและร่างกาของลูกน้อยวัย 18 เดือน, ลูกน้อยขยับตัวไปรอบๆ ได้อย่างไร สามารถเดินด้วยตัวคนเดียวได้แล้ว สามารถช่วยถอดเสื้อผ้าให้ตัวเองได้ สามารถใช้ช้อนหรือส้อมทานอาหารได้ อาจจะเริ่มเดินขึ้นบันได ลากของเล่นไปด้วยเวลาเดิน เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ กระตุ้นให้ลูกของคุณมีส่วนร่วมในกิจวัตรประจำวัน เช่น การแต่งตัว ., อาหารและโภชนาการของลูกน้อยวัย 18 เดือน, การรับประทานอาหารสำหรับเด็กอายุ 18 เดือน ผสมอาหารแข็งสับหยาบ ๆ ในอาหารมากขึ้น เช่น ไก่หรือฟัก ถือแก้วและยกขึ้นดื่มเองได้ เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ ให้เวลาลูกทานอาหารนานพอสมควร ตอนนี้ลูกของคุณสามารถทานอาหารได้เกือบทุกประเภทที่ผู้ใหญ่ทาน และสามารถใช้ช้อนส้อมได้ง่ายขึ้น, ข้อควรสังเกต, ถึงแม้ทารกวัย 18 เดือนแต่ละคนจะมีพัฒนาการแตกต่างกัน แต่คุณควรปรึกษากุมารแพทย์หากเจ้าต้วน้อยของคุณมีอาการต่อไปนี้ ไม่สามารถเดินได้ ไม่ชี้ ไม่พยายามเลียนแบบผู้อื่น ไม่เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ยังไม่สามารถพูดได้ถึง 6 คำ ไม่สังเกตว่าพ่อแม่ออกจากบ้านหรือกลับถึงบ้าน ทำสิ่งที่เคยทำไม่ได้, ดูข้อมูลในช่วงอายุอื่น, พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 2 เดือน 2 เดือน   |   พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 4 เดือน 4 เดือน   |   พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 6 เดือน 6 เดือน   |   พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 9 เดือน 9 เดือน   |   พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 1 ปี 1 ปี   |   พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 18 เดือน 18 เดือน   |   พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 2 ปี 2 ปี…