01 กุมภาพันธ์ 2024

อนาคตสำหรับเด็กในปี 2567: ความร่วมมือในโลกที่แตกแยก

เรื่องราวของอนาคตสองแบบ, เมื่อเราก้าวเข้าสู่ปี 2567 โลกได้มาถึงทางแยกอันสำคัญ เราสามารถเลือกเส้นทางที่นำพาเราไปสู่ความร่วมมือจากทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเส้นทางที่รวบรวมเอานวัตกรรม การแบ่งปันความรู้ การถ่ายทอดนโยบาย และการเติบโตที่เท่าเทียมเข้าไว้ด้วยกัน หรือเราจะเลือกอีกเส้นทางที่ความเป็นหนึ่งเดียวลดน้อยลงแต่มุ่งปกป้องผลประโยชน์ตนเองมากขึ้น…, 1. การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงของความขัดแย้งอาจคุกคามความอยู่รอดและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก แต่เส้นทางสู่ความร่วมมือและการรับผิดชอบร่วมกันยังทำให้เรามีความหวัง, ในปี 2567 ประเทศมหาอำนาจจะยังคงแข่งกันขยายอิทธิพลทางการทหาร การเมือง เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงภายในองค์กรระหว่างประเทศด้วย ในขณะเดียวกัน ประเทศขนาดเล็กและกลาง รวมถึงหลายประเทศในกลุ่มประเทศโลกใต้ เริ่มตีตัวออกห่างจากการเผชิญหน้ากันระหว่างประเทศมหาอำนาจด้วยการสร้างพันธมิตรใหม่แนวใหม่ที่มีความคล่องตัวใน "การเคลื่อนไหวแบบพหุภาคี"…, 2. ความแตกแยกทางเศรษฐกิจคุกคามชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัว การพัฒนาของเด็ก และการจ้างงานของเยาวชน แต่ความสามัคคีทางเศรษฐกิจ ความร่วมมือกันทางตลาด และการลงทุนในทักษะแห่งอนาคตจะสามารถปกป้องสิทธิและอนาคตของเด็ก ๆ ได้, มีการคาดการณ์ว่าความแตกแยกทางเศรษฐกิจซึ่งมักถูกขับเคลื่อนโดยผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์และการพิจารณาด้านกลยุทธ์ จะถ่างความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศให้กว้างขึ้นในปี 2567 ความร่วมมือทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่ถดถอยอาจเป็นภัยคุกคามต่อความเจริญรุ่งเรือง ความก้าวหน้า และนวัตกรรมที่สั่งสมมานานหลายปี…, 3. ความแตกแยกของระบอบพหุภาคีทำให้เป้าหมายหลักเพื่อเด็กไม่บรรลุผล แต่เรายังมีโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ในปี 2567 ผ่านการปฏิรูปธรรมาภิบาลและการเงินในระดับโลก, ปี 2567 นี้จะเป็นปีสำคัญในการแก้ปัญหาระบอบพหุภาคีที่แตกแยกและล้มเหลวในประเด็นต่าง ๆ เช่น สันติภาพ ความมั่นคง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดหาเงินทุนสำหรับประเทศกำลังพัฒนา และการบังคับใช้มาตรฐานเชิงบรรทัดฐาน ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อเด็กและสิทธิของพวกเขาได้ หลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศโลกใต้…, 4. ประเทศที่เศรษฐกิจกำลังพัฒนายังคงเผชิญกับความไม่เท่าเทียมเชิงโครงสร้างทางการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งจำกัดความสามารถของประเทศเหล่านี้ในการลงทุนเพื่อเด็ก แต่การปฏิรูปแนวทางเป็นการให้กู้ยืมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้เกิดความหวัง, ความไม่เท่าเทียมเชิงโครงสร้างในการจัดหาเงินทุนระหว่างประเทศจะยังคงจำกัดการลงทุนเพื่อเด็กของประเทศกำลังพัฒนาในปี 2567 นี้ ภาระหนี้ที่มากเกินไป ค่าใช้จ่ายในการโอนเงินที่สูง การพึ่งพานโยบายการเงินทางเศรษฐกิจที่คาดเดาไม่ได้มากจนเกินไป และการขาดเสียงในการกำกับดูแลทางการเงินส่งผลด้านลบต่อประเทศที่ยากจน วิกฤตหนี้ที่เกิดจากปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อเด็ก…, 5. ประชาธิปไตยทั่วโลกโลกจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งเกิดจากข้อมูลบิดเบือนและระดับความรุนแรงทางการเมืองที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม พลังบวก ซึ่งรวมถึงที่นำโดยเด็กและเยาวชน อาจยังคงช่วยฟื้นฟูความเสื่อมถอยของประชาธิปไตยได้, การถดถอยของประชาธิปไตยและความไม่พอใจของเยาวชนต่อระบอบประชาธิปไตยเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่ในขณะที่หลายประเทศมีการเลือกตั้งครั้งสำคัญในปี 2567 นี้ มีแนวโน้ม 2 ประการที่น่ากังวล ประการแรก ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลทางด้านภาษาและปัญญาประดิษฐ์  (Artificial Intelligence หรือ AI) ได้นำเสนอวิธีการใหม่ ๆ ในการบิดเบือนข้อมูลที่เป็นอันตราย…, 6. การเปลี่ยนแปลงสู่พลังงานสีเขียวอันฉับไว ซึ่งกำลังพลิกโฉมตลาดแร่และแรงงานที่สำคัญ หากได้รับการจัดการร่วมกันอย่างมีความรับผิดชอบและเป็นธรรม ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเด็ก ๆ, ในปี 2567 นี้ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียวอย่างรวดเร็วจะดำเนินต่อไป โดยได้รับแรงผลักดันจากความผันผวนในตลาดพลังงาน การเติบโตในการใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และความจำเป็นเชิงนโยบาย เช่น การพัฒนาของการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contributions หรือ NDC)…, 7. ปรากฏการณ์เอลนีโญ โรคที่มียุงเป็นพาหะ และ การขาดแคลนน้ำ จะเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ แต่การทำงานร่วมกันมากขึ้น การดำเนินการแก้ไขปัญหาแบบองค์รวม และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีจะบรรเทาผลกระทบด้านลบและปกป้องพวกเด็ก ๆ ได้, ตลอดปี 2567 นี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะยังคงเป็นภัยคุกคามมากมายต่อสุขภาพและโภชนาการของเด็ก โดยภัยที่สำคัญสามอย่างคือ: ปรากฏการณ์เอลนีโญที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง การระบาดของโรคที่มียุงเป็นพาหะที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการขาดแคลนน้ำ ปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2567 นี้ อาจร้อนกว่าและเป็นอันตรายต่อผู้คนและโลกมากกว่าเมื่อปี…, 8. ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ ก่อให้เกิดความกลัวและความกังวลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก แต่นโยบายเชิงรุกและความร่วมมือทางดิจิทัลในระดับโลกสามารถทำให้เด็กเป็นศูนย์กลางของการออกแบบและการกำกับดูแลที่มีความรับผิดชอบ, สภาพแวดล้อมทางดิจิทัลยังคงกำหนดทิศทางชีวิตของเด็ก ๆ ต่อไป ความก้าวหน้าต่าง ๆ เช่น AI นำมาซึ่งโอกาสใหม่ ๆ สำหรับการเรียนรู้ การดูแลสุขภาพ และการพัฒนาของเด็ก แต่เทคโนโลยีใหม่ก็นำความเสี่ยงมาให้กับเด็ก ๆ ด้วยเช่นกัน การสร้างสมดุลในการกำกับดูแลจึงถือเป็นเรื่องสำคัญในปี 2567 นี้ ด้วยเหตุผลหลัก 3 ประการ: ประการแรก…
15 มิถุนายน 2023

ไซเบอร์บูลลี่คืออะไร และจะยุติมันได้อย่างไร

ในบทความนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากยูนิเซฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองเด็กและเรื่องไซเบอร์บูลลี่จากนานาประเทศ ร่วมกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดังอย่าง เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ติ๊กต่อก และ ทวิตเตอร์ มาช่วยกันตอบคำถามที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งกันบนโลกออนไลน์ พร้อมให้คำแนะนำในการรับมือกับเรื่องเหล่านี้, ไซเบอร์บูลลี่คืออะไร?, ไซเบอร์บูลลี่ หรือ การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ คือการกลั่นแกล้งกันโดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้บนโซเชียลมีเดีย แอปแชท เกมออนไลน์ และข้อความทางโทรศัพท์มือถือ ไซเบอร์บูลลี่เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างรอยแผล ความโกรธ หรือความอับอาย ต่อผู้ที่เป็นเป้าหมาย ยกตัวอย่างเช่น การเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือ…, คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไซเบอร์บูลลี่, ฉันกำลังถูกกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์อยู่หรือเปล่า ฉันจะแยกออกได้อย่างไรระหว่างแกล้งกันขำ ๆ กับกลั่นแกล้งกันจริง ๆ ผลกระทบที่เกิดจากไซเบอร์บูลลี่คืออะไร ไซเบอร์บูลลี่ส่งผลกระทบกับสุขภาพจิตของฉันได้อย่างไรบ้าง ถ้าฉันถูกบูลลี่ออนไลน์ ฉันควรจะบอกใครดี แล้วทำไมการรายงานการถูกบูลลี่จึงสำคัญ ฉันกำลังถูกไซเบอร์บูลลี่…, 1. ฉันกำลังถูกกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์อยู่หรือเปล่า ฉันจะแยกออกได้อย่างไรระหว่างแกล้งกันขำ ๆ กับกลั่นแกล้งกันจริง ๆ, เพื่อน ๆ อาจจะมีแกล้งกันขำ ๆ บ้าง แต่บางครั้งมันก็แยกลำบากว่าเขาแค่แกล้งกันสนุก ๆ หรือต้องการทำให้เราเจ็บจริง ๆ โดยเฉพาะเมื่ออยู่บนโลกออนไลน์ บางครั้งคนพวกนี้ก็จะแค่หัวเราะแล้วบอกว่า “ล้อเล่นน่ะ” หรือ “อย่าจริงจังไปหน่อยเลย” แต่เมื่อคุณรู้สึกเจ็บหรือคิดว่าคนอื่น ๆ กำลังหัวเราะเยาะคุณอยู่ ไม่ใช่กำลังหัวเราะร่วมไปด้วยกับคุณ นั่นแสดงว่าการแกล้งกันขำ…, 2. ผลกระทบที่เกิดจากไซเบอร์บูลลี่คืออะไร, การบูลลี่ออนไลน์อาจทำให้คุณรู้สึกถูกโจมตีอยู่ตลอดไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดก็ตาม แม้กระทั่งอยู่ในบ้านตัวเอง มันเหมือนกับว่าไม่มีทางหนีได้พ้น และผลกระทบจะยังคงอยู่ไปอีกนานและกระทบกับคุณในหลาย ๆ ด้าน อาทิ ทางจิตใจ - รู้สึกเสียใจ อับอาย รู้สึกว่าตัวเองโง่ หวาดกลัว หรือโกรธ ทางอารมณ์ - รู้สึกอายหรือหมดความสนใจในสิ่งที่คุณรักหรือชอบ ทางร่างกาย –…, 3. ไซเบอร์บูลลี่ส่งผลกระทบกับสุขภาพจิตของฉันได้อย่างไรบ้าง, หากต้องเผชิญกับไซเบอร์บูลลี่ คุณอาจจะเริ่มรู้สึกอับอาย วิตกกังวล และรู้สึกไม่มั่นคงเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้อื่นกำลังพูดถึงหรือคิดเกี่ยวกับตัวคุณ ซึ่งอาจจะนำไปสู่การปลีกตัวออกจากเพื่อนฝูงและครอบครัว ความคิดและการพูดคุยกับตัวเองในด้านลบ รู้สึกผิดในสิ่งที่คุณทำหรือไม่ได้ทำ หรือรู้สึกว่าคุณกำลังโดนตัดสินในเชิงลบ ความรู้สึกโดดเดี่ยว หนักใจ ปวดศีรษะบ่อย…, แพลตฟอร์มติ๊กต่อก TikTok, ไซเบอร์บูลลี่อาจส่งผลกระทบทางลบต่อสภาพจิตใจของผู้คนได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องขอความช่วยเหลือจากคนที่คุณไว้ใจ เช่น คุณพ่อคุณแม่ คุณครู เพื่อน หรือ ผู้ปกครอง แล้วบอกให้พวกเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อที่พวกเขาจะได้ช่วยคุณ ความเป็นอยู่ภายในชุมชนของเราเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง และเราตระหนักว่าไซเบอร์บูลลี่สามารถสร้างผลกระทบอันเลวร้ายต่อสุขภาพจิตได้…, 4. ถ้าฉันถูกบูลลี่ออนไลน์ ฉันควรจะบอกใครดี แล้วทำไมการรายงานการถูกบูลลี่จึงสำคัญ, หากคุณรู้สึกว่ากำลังถูกบูลลี่อยู่ สิ่งแรกที่คุณควรทำคือการขอความช่วยเหลือจากคนที่คุณไว้วางใจ เช่น พ่อแม่ สมาชิกในครอบครัวที่สนิท หรือผู้ใหญ่คนอื่นที่คุณไว้วางใจ ที่โรงเรียน คุณอาจจะขอความช่วยเหลือได้จากคุณครูที่ปรึกษา คุณครูพละหรือคุณครูที่คุณสนิทด้วย ไม่ว่าจะผ่านทางออนไลน์หรือพูดคุยกันซึ่งหน้า และหากคุณไม่สะดวกใจที่จะพูดคุยกับคนที่คุณรู้จัก ลอง…, แพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก (Facebook) และอินสตาแกรม (Instagram), ไม่มีพื้นที่สำหรับพฤติกรรมการบูลลี่และการคุกคามบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม การสร้างบัญชี โพสต์รูปภาพ หรือคอมเมนต์ เพื่อบูลลี่หรือคุกคามผู้อื่น เป็นการกระทำที่ขัดต่อนโยบายของเรา หากคุณถูกบูลลี่บนโลกออนไลน์ เราแนะนำให้คุณพูดคุยกับพ่อแม่ คุณครู หรือใครก็ตามที่คุณไว้วางใจ คุณมีสิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยและความช่วยเหลือ นอกจากนี้…, แพลตฟอร์มติ๊กต่อก (TikTok), ทุกคนมีสิทธิที่จะรู้สึกปลอดภัยและได้รับการปฏิบัติอย่างมีเกียรติและได้รับความเคารพ การบูลลี่และการคุกคามขัดต่อสภาพแวดล้อมแพลตฟอร์มติ๊กต่อกต้องการสร้างขึ้นมาเพื่อทุกคน หากคุณรู้สึกว่าใครสักคนกำลังบูลลี่คุณอยู่ หรือ มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขอให้ติดต่อคนที่คุณไว้วางใจ เช่น พ่อแม่ คุณครู หรือผู้ปกครอง ที่สามารถให้ความช่วยเหลือคุณได้ บนแพลตฟอร์มของเรา…, แพลตฟอร์มทวิตเตอร์ (Twitter), การตกเป็นเป้าของการบูลลี่ไม่ใช่เรื่องที่จะรับมือได้ง่าย ๆ แต่สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อคุณถูกไซเบอร์บูลลี่คือต้องให้แน่ใจว่าตัวเองปลอดภัย การพูดคุยกับใครสักคนเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่เป็นเรื่องจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นคุณครู ผู้ใหญ่ที่คุณไว้วางใจ หรือคุณพ่อคุณแม่ ลองพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่หรือเพื่อน ๆ ดู หากคุณหรือเพื่อนกำลังเผชิญกับไซเบอร์บูลลี่…, 5. ฉันกำลังถูกไซเบอร์บูลลี่ แต่ฉันกลัวที่จะต้องพูดคุยเรื่องนี้กับพ่อแม่ ฉันจะพูดคุยพวกท่านอย่างไรได้บ้าง, ถ้าคุณกำลังถูกไซเบอร์บูลลี่ การพูดคุยกับผู้ใหญ่ที่คุณไว้วางใจ ใครสักคนที่คุณรู้สึกปลอดภัยเมื่อได้พูดคุยด้วย เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดที่คุณจะทำได้ การพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่อาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน แต่ก็มีบางอย่างที่คุณสามารถทำได้ เพื่อช่วยให้การสนทนาราบรื่นขึ้น…, 6. ฉันจะช่วยเพื่อนของฉันรายงานการไซเบอร์บูลลี่ได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพวกเขาไม่อยากรายงาน, ใครก็สามารถตกเป็นเหยื่อของไซเบอร์บูลลี่ได้ หากคุณเห็นว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นกับคนที่คุณรู้จัก จงให้ความช่วยเหลือแก่พวกเขา การรับฟังเพื่อนของคุณเป็นสิ่งสำคัญ รับฟังพวกเขาว่าทำไมพวกเขาถึงไม่อยากแจ้งเหตุถูกไซเบอร์บูลลี่ พวกเขารู้สึกอย่างไร แล้วจึงบอกให้พวกเขารู้ว่า พวกเขาไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุใด ๆ เลย…, แพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก (Facebook) และอินสตาแกรม (Instagram), เรารู้ว่าการรายงานเหตุถูกบูลลี่อาจเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน แต่ทุกคนสมควรที่จะรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่บนโลกออนไลน์ หากเพื่อนของคุณถูกไซเบอร์บูลลี่ ขอให้แนะนำให้พวกเขาพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ คุณครู หรือผู้ใหญ่ที่พวกเขาไว้วางใจ การรายงานเนื้อหาหรือบัญชีเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรมจะไม่มีการระบุตัวตน และช่วยให้เราสามารถรักษาความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มได้…, แพลตฟอร์มติ๊กต่อก (TikTok), หากคุณคิดว่าสมาชิกของชุมชนติ๊กต่อกคนใดกำลังถูกบูลลี่หรือถูกคุกคามอยู่ มีหลายวิธีที่คุณจะให้ความช่วยเหลือได้ เช่น คุณสามารถรายงานให้ติ๊กต่อกทราบอย่างเป็นความลับ เพื่อที่เราจะได้ดำเนินการและช่วยเหลือให้เพื่อนของคุณปลอดภัย หากคุณรู้จักบุคคลที่ถูกบูลลี่คนนั้น ลองเข้าไปพูดคุยกับเขาและแนะนำให้เขาอ่าน คำแนะนำเพื่อป้องกันการข่มเหงรังแก…, แพลตฟอร์มทวิตเตอร์ (Twitter), หากเพื่อน ๆ ของคุณกำลังถูกไซเบอร์บูลลี่ แนะนำให้พวกเขาพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ คุณครู หรือผู้ใหญ่ที่พวกเขาไว้วางใจ หากเพื่อนของคุณไม่ต้องการรายงานสิ่งที่พวกเขาพบเจอ คุณสามารถ รายงานแทน พวกเขาได้ ซึ่งรวมถึงกรณี ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ภาพเปลือยที่ไม่ได้รับความยินยอม และการปลอมตัวตน อัพเดตล่าสุด: มกราคม 2565 > กลับไปด้านบน…, 7. พวกเราจะยุติไซเบอร์บูลลี่ได้อย่างไรโดยไม่ต้องหยุดใช้งานอินเทอร์เน็ต, โลกออนไลน์ให้ประโยชน์แก่เรามากมาย แต่ก็เหมือนกับหลาย ๆ สิ่งในชีวิตของเราที่มันก็จะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่เราต้องเตรียมป้องกัน หากคุณถูกบูลลี่ คุณอาจจะอยากลบแอปบางตัวออก หรือหยุดท่องโลกออนไลน์สักพักเพื่อให้เวลากับตัวเองได้พักฟื้นจิตใจ แต่การปลีกตัวออกจากอินเทอร์เน็ตไม่ใช่การแก้ปัญหาในระยะยาว คุณไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมคุณต้องถูกเอาเปรียบด้วยล่ะ…, แพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก (Facebook) และอินสตาแกรม (Instagram), เราได้ พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ในเชิงบวก และดำเนินการกับเนื้อหาที่เป็นอันตราย และเราได้มีการออกเครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อช่วยให้ผู้คนได้ควบคุมสิ่งที่จะพบเจอในการใช้งานแพลตฟอร์มของเรา ยกตัวอย่างจากแพลตฟอร์มอินสตาแกรม เช่น…, แพลตฟอร์มติ๊กต่อก (TikTok), เราให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรและปลอดภัย ที่ซึ่งผู้คนสามารถแสดงออกได้อย่างเต็มที่อย่างแท้จริง แนวทางปฏิบัติสำหรับชุมชน ของเราระบุชัดเจนว่าเราจะไม่ทนต่อการสร้างความอับอาย การกลั่นแกล้ง หรือการคุกคามสมาชิกในชุมชนของเรา เราใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ และทีมผู้ดูแลในการช่วยตรวจจับและถอดเนื้อหาหรือพฤติกรรมที่ล่วงละเมิดออกจากแพลตฟอร์มของเรา…, แพลตฟอร์มทวิตเตอร์ (Twitter), เพราะมีผู้คนหลายร้อยล้านคนร่วมแบ่งปันไอเดียของพวกเขาบนทวิตเตอร์ทุกวัน จึงไม่น่าแปลกใจที่จะพบว่าเราก็ไม่ได้เห็นด้วยกับคนอื่นไปเสียทุกเรื่อง และนั่นก็คือข้อดีอย่างหนึ่งของการสนทนาที่เป็นสาธารณะ คือ เราทุกคนได้เรียนรู้จากการพูดคุยและข้อถกเถียงต่าง ๆ อย่างให้ความเคารพซึ่งกันและกัน แต่บางครั้งเมื่อคุณได้ฟังใครสักคนได้สักพักหนึ่ง…, 8. ฉันจะป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวถูกนำไปใช้เพื่อบิดเบือนหรือทำให้ฉันอับอายบนโซเชียลมีเดียได้อย่างไร, คิดให้ถ้วนถี่ทุกครั้งก่อนที่จะโพสต์หรือแชร์อะไรบนแพลตฟอร์มดิจิทัล เพราะมันอาจจะอยู่บนโลกออนไลน์นั้นไปตลอดกาล และอาจถูกนำมาใช้ทำร้ายคุณได้ในภายหลัง อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือชื่อของโรงเรียนของคุณแก่ผู้อื่น เรียนรู้เกี่ยวกับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของแอปโซเชียลมีเดียที่คุณชอบ และนี่คือบางอย่างที่คุณสามารถนำไปปฏิบัติได้…, 9. มีบทลงโทษสำหรับไซเบอร์บูลลี่หรือไม่, โรงเรียนส่วนใหญ่มองการบูลลี่เป็นเรื่องร้ายแรงและจะดำเนินการเพื่อแก้ปัญหานี้ หากคุณกำลังถูกไซเบอร์บูลลี่โดยเพื่อนนักเรียนคนอื่น ขอให้คุณรายงานเรื่องนี้ให้กับทางโรงเรียนทราบ ผู้คนที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในทุกรูปแบบ รวมถึงการถูกบูลลี่และไซเบอร์บูลลี่ มีสิทธิที่จะได้รับความยุติธรรม และผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวต้องรับผิดชอบต่อการกระทำ…, แพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก (Facebook) และอินสตาแกรม (Instagram), บนเฟซบุ๊ก เรามี มาตรฐานของชุมชน (Community Standards) และบนอินสตาแกรม เราก็มี แนวทางปฏิบัติสำหรับชุมชน (Community Guideline) เราจะดำเนินการในกรณีที่พบเนื้อหาที่ละเมิดนโยบายเหล่านี้ เช่น ในกรณีของการบูลลี่หรือคุกคาม และเรายังพัฒนาเครื่องมือตรวจสอบของเราอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เราสามารถค้นเจอเนื้อหาเหล่านี้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น…, แพลตฟอร์มติ๊กต่อ (TikTok), แนวทางปฏิบัติสำหรับชุมชน ของเราได้กำหนดบรรทัดฐานและข้อปฏิบัติร่วมกันสำหรับแพลตฟอร์มติ๊กต่อกเอาไว้ โดยให้แนวทางว่าสิ่งใดทำได้หรือทำไม่ได้ เพื่อให้พื้นที่เป็นมิตรสำหรับทุกคน พวกเราแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเราจะไม่ยอมให้สมาชิกในชุมชนต้องอับอาย ถูกบูลลี่ หรือถูกคุกคาม เราจะดำเนินการกับเนื้อหาและบัญชีที่มีพฤติกรรมดังกล่าว…, แพลตฟอร์มทวิตเตอร์ (Twitter), เราบังคับใช้ กฎ ของเราอย่างเข้มแข็งเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการสนทนาสาธารณะได้อย่างมีอิสระและปลอดภัย กฎเหล่านี้ถูกออกมาเพื่อให้ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ อาทิ ความรุนแรง การแสวงหาประโยชน์ทางเพศเด็ก การละเมิด/คุกคาม การแสดงความเกลียดชัง การฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตนเอง การแชร์สื่อที่ล่อแหลม อ่อนไหว เช่น…, 10. บริษัทเทคโนโลยีทั้งหลายดูจะไม่ใส่ใจเรื่องการบูลลี่และการล่วงละเมิดทางออนไลน์เลย พวกเขาจะต้องรับผิดชอบหรือไม่, บริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ เริ่มให้ความสนใจในประเด็นการบูลลี่ออนไลน์มากขึ้น หลาย ๆ บริษัทได้นำเสนอวิธีการต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหานี้ และ ปกป้องคุ้มครองผู้ใช้งานของตนให้ดีขึ้น รวมถึงนำเสนอ เครื่องมือใหม่ ๆ แนวทางปฏิบัติ และวิธีการรายงาน พฤติกรรมละเมิดออนไลน์ แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่ควรจะมีการทำอะไรมากกว่านี้ วัยรุ่นจำนวนมากยังถูกไซเบอร์บูลลี่อยู่ทุกวัน…, 11. มีเครื่องมือป้องกันการถูกบูลลี่ออนไลน์สำหรับเด็กและวัยรุ่นหรือไม่, โซเชียลมีเดียแต่ละแพลตฟอร์มจะมีเครื่องมือต่าง ๆ (ดูเครื่องมือที่มีด้านล่าง) ให้คุณได้จำกัดว่าใครจะสามารถคอมเมนต์ เห็นโพสต์ของคุณ หรือสามารถเพิ่มคุณเป็นเพื่อนได้โดยอัตโนมัติ และรายงานเคสของการบูลลี่ที่เกิดขึ้น ในหลายเครื่องมือ เพียงแค่ไม่กี่ขั้นตอนก็สามารถที่จะบล็อก จำกัดการมองเห็น หรือรายงานการไซเบอร์บูลลี่ได้แล้ว…, แพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก (Facebook) และอินสตาแกรม (Instagram), เรามีเครื่องมือต่อต้านการบูลลี่อยู่หลายชิ้นบนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม คุณสามารถบล็อกผู้ใช้งานได้ ทั้งที่เป็นผู้ใช้งานที่มีอยู่แล้วและผู้ใช้งานที่อาจถูกสร้างขึ้นมาใหม่ คุณสามารถ ปิดเสียง (Mute) บัญชีผู้ใช้งานได้โดยที่บัญชีผู้ใช้งานนั้นจะไม่รู้ตัว คุณสามารถใช้การตั้งค่า ‘จำกัด (Restrict)’…, แพลตฟอร์มติ๊กต่อก (TikTok), นอกจากงานที่ทีมความปลอดภัยของพวกเรากำลังทำอยู่เพื่อขจัดการบูลลี่และคุกคามออกจากแพลตฟอร์มของเราแล้ว เราก็ยังเตรียมเครื่องมือมากมายไว้ให้คุณได้ควบคุมสิ่งที่จะพบเจอในการใช้ติ๊กต่อกด้วย คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้จาก ศูนย์ความปลอดภัย ของเรา และนี่คือข้อมูลบางส่วน คุณสามารถ จำกัดได้ว่าใครสามารถคอมเมนต์ วิดีโอคุณได้บ้าง โดยเลือกว่าจะไม่ให้คอมเมนต์เลย…, แพลตฟอร์มทวิตเตอร์ (Twitter), เราต้องการให้ทุกคนปลอดภัยบนแพลตฟอร์มทวิตเตอร์ เรามีการเปิดตัวและปรับปรุงเครื่องมือต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น สามารถควบคุมและจัดการรอยเท้าทางดิจิทัลได้ และต่อไปนี้คือเครื่องมือด้านความปลอดภัยที่ทุกคนบนแพลตฟอร์มทวิตเตอร์สามารถใช้ได้:  เลือกผู้ที่สามารถตอบกลับทวีตของคุณ - ไม่ว่าจะเป็นทุกคน เฉพาะคนที่คุณติดตาม…
25 พฤษภาคม 2023

การป้องกันและการตอบสนองต่อความรุนแรงต่อเด็ก

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ดำเนินการร่วมกันนำร่องโครงการการคุ้มครองเด็กในเขตสุขภาพที่ 8 ระหว่างเดือน มีนาคม พ.ศ. 2561 และเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 รายงานการประเมินนี้จัดทำขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 ถึงมกราคม 2566 โดยพิจารณาถึงความคิดริเริ่มเหล่านี้และใช้เกณฑ์การประเมินของคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD-DAC) เพื่อประเมินความเกี่ยวข้อง ความเหมาะสม และประสิทธิผลของการออกแบบโครงการ และทำความเข้าใจว่าข้อมูลนำเข้า กิจกรรม และผลลัพธ์ที่นำไปสู่การบรรลุผลสัมฤทธิ์นั้นเป็นอย่างไร ความริเริ่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบแบบจำลองที่เป็นนวัตกรรมเพื่อให้บริการการคุ้มครองเด็กเชิงป้องกันและตอบสนอง  การประเมินมีวัตถุประสงค์เฉพาะอยู่สามประการด้วยกัน คือ เพื่อประเมินความเกี่ยวข้อง ความสอดคล้อง ประสิทธิผล ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนของแบบจำลองที่ใช้ในส่วนภูมิภาคนำร่อง เพื่อมีส่วนร่วมกับทีมกระทรวงสาธารณสุขในการวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของโครงการต่าง ๆ เพื่อต่อยอดจากผลการวิจัยเชิงบวก รวมทั้งยกระดับแนวทางที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลางและหลักสูตรที่ถูกต้องในกรณีที่จำเป็น เพื่อให้ข้อเสนอแนะแก้กระทรวงสาธารณสุขและองค์การยูนิเซฟในการทบทวนโครงการของยูนิเซฟในช่วงกลางภาค จากรายงานแสดงให้เห็นว่า ความริเริ่มเกี่ยวกับการคุ้มครองเด็กร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและองค์การยูนิเซฟได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กในประเทศไทย แต่ไม่มีกรอบผลลัพธ์ที่เข้มแข็งที่ชัดเจนที่ระบุถึงผลลัพธ์ที่คาดหวังและแนวทางเชิงสาเหตุเพื่อจะนำไปสู่ผลลัพธ์ดังกล่าว การพัฒนาระบบเกราะป้องกันเด็ก (Child Shield) ของกระทรวงสาธารณสุขได้ใช้ข้อมูลจากระบบสารสนเทศด้านสุขภาพ (Health Information System: HIS) เพื่อทำให้การตัดสินใจดียิ่งขึ้น ความเชื่อมโรงกันของความริเริ่มเกี่ยวกับการคุ้มครองเด็กร่วมกัน ได้ดำเนินการด้วยดีภายใต้การประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน  ความริเริ่มเหล่านี้ตอบสนองต่อบริบทของความรุนแรงต่อเด็กที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นอันตรายในประเทศไทย ซึ่งเป็นการดำเนินการภายในระบบของรัฐบาลและการใช้โครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรของรัฐบาล  อย่างไรก็ตาม ความริเริ่มเกี่ยวกับการคุ้มครองเด็กร่วมกันนี้มีการพัฒนาอย่างกระจัดกระจาย ส่งผลให้เกิดโครงสร้างคู่ขนานเฉพาะกิจขึ้นมา โดยสรุปแล้ว รายงานการประเมินชิ้นนี้ได้ให้คำแนะนำที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ ซึ่งองค์การยูนิเซฟสามารถนำไปพิจารณาในช่วงสองปีข้างหน้า การประเมินจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือสิทธิและผู้ที่มีหน้าที่ต่าง ๆ รวมถึงเด็ก ครอบครัวและชุมชน บุคลากรทางการสาธารณสุข นักสังคมสงเคราะห์ องค์การยูนิเซฟ และรัฐบาลไทย
26 เมษายน 2023

เพื่ออินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยของเด็กในประเทศไทย

เอกสารเหล่านี้คือรายงานสรุปงานประชุมระดับชาติเรื่อง "เด็กในยุคดิจิทัล: ร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคน" ซึ่งร่วมจัดโดยองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) และ มูลนิธิเพื่อยุติการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก (ECPAT International) เมื่อวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 โดยมีวัตุประสงค์หลักคือเพื่อให้เกิดการพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ของเด็กและเยาวชน การแก้ไขปัญหาการแสวงประโยชน์และการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทางออนไลน์ (OCSEA: Online Child Sexual Exploitation and Abuse) และสำรวจบทบาทของภาคเอกชนและอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในการส่งเสริมความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ เด็ก เยาวชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ ในประเทศไทยมารวมตัวกันในการประชุมครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการประสานงานและความร่วมมือระหว่างกัน และได้เปิดตัวเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย (Thailand Safe Internet Coalition) ให้เป็นที่รู้จักแก่สาธารณชนในวันที่สองของการประชุม เครือข่ายดังกล่าวประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ บริษัทเอกชนต่าง ๆ องค์กรพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร และผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่มุ่งมั่นที่จะสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยและส่งเสริมศักยภาพสำหรับเด็กและเยาวชนในประเทศไทย โดยมีกรมกิจการเด็กและเยาวชนทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักของแนวร่วม รายงานการประชุมนี้ได้นำเสนอ 4 คำแนะนำหลักสำหรับการปกป้องคุ้มครองเด็ก ๆ ภายใต้สภาพแวดล้อมดิจิทัลดังนี้ เสริมสร้างกรอบกฎหมายเพื่อป้องกันการแสวงประโยชน์และการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทางออนไลน์ ส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัลของเด็ก ผู้ปกครอง ครู และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบในบริษัทเอกชนต่าง ๆ ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อจัดการกับความเสี่ยงต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ที่เด็กต้องเผชิญ คำแนะนำเหล่านี้จะเป็นแนวทางสำหรับการพัฒนานโยบายและโครงการต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนบนสภาพแวดล้อมดิจิทัลของประเทศไทย
20 เมษายน 2023

เด็กโตนอกบ้าน...ในสถานฯที่ไม่มีใครมองเห็น

ผลการศึกษาครั้งใหม่นี้เผยให้เห็นว่าเด็กกว่า 120,000 คนในประเทศไทยเติบโตขึ้นในสถานรองรับ ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากความยากจนและความต้องการเข้าถึงการศึกษา มีเด็กถึง 90% ที่มีผู้ปกครองอย่างน้อยหนึ่งคน แม้ว่าการดูแลในสถานรองรับอาจเหมาะสมในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่มักถูกนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์ สติปัญญา และจิตใจของเด็ก สิ่งที่น่ากังวลคือกว่า 50% ของสถานรองรับเด็กเอกชนไม่ได้จดทะเบียนและไม่ได้รับการกำกับดูแล การศึกษานี้ชี้ให้เห็นขอบเขตของปัญหา ความเสี่ยง และให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเป็นแนวทางแก้ไขเพื่อประโยชน์ของเด็กที่ตกอยู่ในภาวะความเสี่ยง แม้ประเทศไทยจะได้จัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยการเลี้ยงดูทดแทนสำหรับเด็ก พ.ศ. 2565 แต่จำเป็นต้องมีกลไกในการนำแผนปฏิบัติการนี้ไปสู่การปฏิบัติจริงด้วย