การคุ้มครองเด็ก

ไม่ควรมีเด็กคนใดต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัว

A sillhouette of a child.
Need credit here

ปัญหาและความท้าทาย

เด็กทุกคนมีสิทธิได้รับการปกป้องคุ้มครองจากความรุนแรง การถูกทำร้าย การถูกละเลยทอดทิ้ง และการถูกแสวงประโยชน์ ความรุนแรงสามารถส่งผลกระทบอย่างทันทีต่อพวกเด็กๆ ได้ตั้งแต่อาการบาดเจ็บทางกาย พัฒนาการ ความสามารถในการเรียนรู้ และผลการเรียนของเด็ก และอาจส่งผลเสียระยะยาวที่ติดตัวเด็กไปจนเป็นผู้ใหญ่ ในประเทศไทย มีเด็กที่ถูกกระทำรุนแรงในรูปแบบต่างๆ อาทิ ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ถูกทำร้ายทางกายหรือจิตใจ ถูกละเลยทอดทิ้ง หรือถูกแสวงประโยชน์ เฉลี่ย 52 คนต่อวัน หรือเฉลี่ย 2 คนในทุกๆ ชั่วโมง

ความรุนแรงทางร่างกาย เช่น การทุบตี ยังคงถูกมองว่าเป็นวิธีปกติในการสร้างวินัยให้กับเด็ก และแม้ว่าการลงโทษทางร่างกายจะถูกสั่งห้ามในโรงเรียนแล้ว แต่ก็ยังปฏิบัติกันอยู่อย่างแพร่หลาย

3 in 4

เด็กอายุ 1-14 ปี ประมาณ 3 ใน 4 คน ถูกสมาชิกในครอบครัวลงโทษทางร่างกายหรือจิตใจ อย่างน้อยรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งในเดือนที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้น เด็กราว 4.2 คนในทุกๆ 100 คน มีแนวโน้มที่จะถูกลงโทษทางกายอย่างรุนแรง

Nearly half

พ่อแม่และผู้ดูและเด็กเกือบครึ่ง เชื่อว่าการลงโทษทางร่างกายเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเลี้ยงดูหรืออบรมเด็ก

More than 10,000

มีเด็กมากกว่า 10,000 คน ถูกกระทำรุนแรง ส่วนใหญ่เป็นการกระทำรุนแรงทางเพศ

ในขณะเดียวกัน จำนวนเด็กที่ถูกกระทำรุนแรงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ข้อมูลจากศูนย์ช่วยเหลือสังคม (One-Stop Crisis Center - OSCC) เปิดเผยว่าใน พ.ศ. 2558 มีเด็กกว่า 10,000 คน เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐเนื่องจากความรุนแรง โดยประมาณสองในสามของเด็กเหล่านี้ถูกกระทำรุนแรงทางเพศ ส่วนใหญ่เป็นการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กหญิง และเนื่องจากการทำงานของระบบการคุ้มครองเด็กยังมีข้อจำกัด จึงเป็นไปได้ว่ายังมีการล่วงละเมิดอีกมากที่ไม่ได้รับรายงาน

นอกจากนี้ ปัญหาเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดยังคงน่าเป็นห่วง กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเปิดเผยว่า ใน พ.ศ. 2558 พบเด็กจำนวน 33,121 คน มีการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

แนวทางการแก้ปัญหา

งานคุ้มครองเด็กของยูนิเซฟ มุ่งเน้นที่การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบคุ้มครองเด็ก เพื่อป้องกันและตอบสนองต่อความรุนแรงทางเพศ การล่วงละเมิด การละเลย และการแสวงประโยชน์ต่อพวกเด็กๆ ซึ่งสร้างขึ้นจากความพยายามในการปฏิรูปและบังคับใช้กฎหมาย การส่งเสริมทัศนคติที่ถูกต้องในประเด็นเรื่องความรุนแรง การพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้แก่บริการที่สำคัญและการฟื้นฟู และการเสริมสร้างทักษะให้แก่ครอบครัว ชุมชน ผู้ให้บริการ ฯลฯ

ยูนิเซฟมุ่งที่จะให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคเพื่อ:

  • หาหลักฐานเพื่อใช้ในการผลักดันนโยบาย
  • ส่งเสริมการปฏิรูปกฎหมายและนโยบาย เพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลงในระดับนานาชาติเกี่ยวกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งรวมถึงข้อตกลงของประเทศไทยในการยกเลิกการลงโทษทางร่างกาย ซึ่งเป็นผลมาจากรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศใน พ.ศ. 2559, อายุขั้นต่ำของการรับผิดทางกฎหมายอาญา ฯลฯ
  • ติดตามการใช้งบประมาณเพื่อพัฒนาระบบคุ้มครองเด็ก
  • พัฒนาโครงสร้างที่เหมาะสมสำหรับเจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็ก
  • พัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็ก ซึ่งรวมถึง เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์, เจ้าหน้าที่พยาบาล, เจ้าหน้าที่กฎหมาย (ตำรวจ, อัยการ และ ผู้พิพากษา) ให้สามารถทำงานได้ทั้งแบบเป็นเอกเทศและแบบทีม
  • เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบบริหารจัดการข้อมูลเพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการเหตุและความสามารถในการวางแผล
  • ปรับเปลี่ยนความเชื่อและแนวปฏิบัติที่ส่งเสริมการใช้ความรุนแรงต่อพวกเด็กๆ ทั้งหญิงและชาย โดยการใช้ต้นแบบของการเลี้ยงลูกเชิงบวกและการสร้างวินับเชิงบวก ผ่านการสื่อสารปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสังคม

คุณร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาได้ ด้วยการเป็นอาสาสมัครกับโครงการฉันคือยูนิเซฟ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับงานของยูนิเซฟในประเทศไทย