สถานการณ์เป็นอย่างไร
คลื่นสึนามิที่โถมเข้าสู่ 6 จังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทยเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติร้ายแรงที่ไม่เคยมีมาก่อน คลื่นยักษ์พัดถล่มชายฝั่งยาวกว่า 400 กิโลเมตร คร่าชีวิตประชาชนไปเกือบ 9,000 คน ทำลายอาชีพของคน 3,500 ครอบครัว เหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลกระทบอย่างรุนแรงโดยตรงต่อเด็ก เด็กนับพันเสียชีวิต อีกกว่า 1,200 คนต้องสูญเสียพ่อหรือแม่หรือทั้งพ่อและแม่ เด็กหลายพันคนต้องย้ายไปอยู่ในที่พักพิงชั่วคราว โรงเรียนกว่า 200 แห่งที่เป็นที่เรียนของเด็กนักเรียน 50,000 คน ต้องสูญเสียครู นักเรียน และอาคารเรียน ไม่เพียงแต่ความเสียหายทางกายภาพเท่านั้น ภัยพิบัติครั้งนี้ยังนำมาซึ่งความทุกข์โศกอย่างสาหัส การสูญเสียบุคคลผู้เป็นที่รัก และบาดแผลที่ได้รับจากประสบการณ์ที่เลวร้ายเช่นนั้น ได้ทิ้งรอยแผลเป็นที่บาดลึกไว้ในจิตใจ ปัจจุบัน แม้ว่าการบรรเทาทุกข์ฉุกเฉินได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่เด็กๆ ยังคงต้องการความช่วยเหลือต่อไป
เด็กนับพันต้องตกอยู่ในภาวะเสี่ยงมากขึ้นเนื่องจากการตายของพ่อแม่ จากความยากแค้นทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการสูญเสียอาชีพของครอบครัว และจากการล่มสลายของระบบชุมชนแบบเดิม ฉะนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการสอดส่องดูแลสถานการณ์ที่เด็กๆ เหล่านั้นต้องเผชิญ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเด็กๆ ได้รับการคุ้มครองจากการถูกแสวงประโยชน์ทุกรูปแบบ พวกเขาจะต้องยังคงได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ รวมทั้งสิทธิที่จะได้รับการศึกษา สิทธิในการมีที่อยู่อาศัย และสิทธิที่จะได้เติบโตในสภาพแวดล้อมของครอบครัวที่เปี่ยมไปด้วยความรัก เหตุการณ์คลื่นสึนามิยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาระยะยาวในชุมชนที่ถูกละเลยในอดีต เช่น สถานการณ์ของเด็กในชุมชนที่เป็นคนกลุ่มน้อย ชนเผ่า ผู้อพยพและแรงงานต่างด้าว ซึ่งถูกละเลยมานาน โดยก่อนหน้าเหตุการณ์คลื่นสึนามิ เด็กหลายคนในชุมชนเหล่านี้ไม่เคยได้เข้าโรงเรียน ไม่สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพอนามัย ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกิด และไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ฉะนั้น จำต้องมีแก้ไขปัญหาเหล่านี้ตามที่ได้ให้คำมั่นไว้กับองค์การสหประชาชาติ ในอันที่จะ “สร้างใหม่ให้ดีกว่าเดิม” ในพื้นที่ที่ประสบภัยคลื่นสึนามิ
ข้อเท็จจริง • คลื่นสึนามิ ทำให้เกิดการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน อาชีพ และผลเกระทบต่อสภาพจิตใจ • การบรรเทาทุกข์ฉุกเฉินสิ้นสุดลงแล้ว แต่การฟื้นฟูยังต้องใช้เวลาอีกนานหลายปี • เราวางแผนเพื่อที่จะ “สร้างใหม่ให้ดีกว่าเดิม” หมายถึง การสร้างระบบสาธารณูปโภคและการบริการต่างๆ ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบให้มีสภาพดีกว่าก่อนเกิดสึนามิ • มีผู้เสียชีวิตเกือบ 9,000 คน • มีเด็กกว่า 1,200 คนกลายเป็นเด็กกำพร้า • ประชาชน 3,500 ครอบครัวสูญเสียอาชีพ |