อินไซด์เอาท์! ออกเดินทางแสดงภาพถ่าย
(ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 28 มกราคม 2551) เรื่อง โดย ณัฐฐา กีนะพันธ์ ภูเก็ต, มกราคม 2551 – ใครที่ไปเที่ยวสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ จังหวัดภูเก็ต (Phuket Aquarium) ในวันเด็กที่ผ่านมาคงจะสังเกตเห็นเด็กกลุ่มหนึ่งที่วิ่งไปวิ่งมาพร้อมกับกล้องถ่ายรูปดิจิตอลและป้ายชื่อแขวนคอบ่งบอกถึงความเป็นช่างภาพจิ๋วมือสมัครเล่น เแน่นอนว่าเด็กจำนวน 110 คนกลุ่มนี้มาที่สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำก็เพื่อมาถ่ายรูปปลาและสัตว์น้ำสีสันสวยงาม แต่เหตุผลที่สำคัญและพิเศษกว่านั้นคือ เด็กๆ เหล่านี้ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่สอนเด็กคนอื่นๆ ที่มาเที่ยวในวันนั้นให้ใช้กล้องเป็นและถ่ายรูปพวกสัตว์น้ำต่างๆ ช่างภาพจิ๋ว 110 คนนี้ อายุตั้งแต่ 9-15 ปี ประกอบด้วยเด็กๆ ที่มาจากหลายกลุ่มที่มีพื้นฐานแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คือเป็นเด็กไทยพุทธ เด็กไทยมุสลิม เด็กชนเผ่ามอแกน และเด็กที่เป็นลูกหลานแรงงานต่างด้าวพม่าที่อาศัยอยู่ในจังหวัดพังงาประมาณ 65 คน และอีก 45 คนเป็นเด็กจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เด็กๆ กลุ่มนี้มารู้จักกันและเรียนรู้เรื่องการถ่ายภาพจากช่างภาพมืออาชีพที่โครงการอินไซด์เอาท์! โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องการถ่ายภาพ ได้ออกไปถ่ายภาพตามสถานที่ต่างๆ ในชุมชนของตน และได้เรียนเรื่องการเขียนบรรยายภาพ ซึ่งตอนนี้ภาพของเด็กๆ ทุกคนได้แสดงถูกนำมาแสดงไว้ที่สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจนถึงกลางเดือนมีนาคมนี้ โครงการอินไซด์เอาท์! ก่อกำเนิดขึ้นจากเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิจากความคิดริเริ่มของช่างภาพมืออาชีพไทยและต่างชาติที่ลงไปถ่ายรูปเหตุการณ์สึนามิที่ต้องการเปิดโอกาสให้เด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิได้มีโอกาสแสดงความรู้สึกของพวกเขาผ่านภาพถ่าย เมื่อตอนที่โครงการเริ่มขึ้นใน พ.ศ. 2548ในจังหวัดบันดา อาเจะห์ ประเทศอินโดนิเซีย และในจังหวัดพังงา ประเทศไทย ภาพของเด็กๆ ต่างสะท้อนถึงความทรงจำและความโศกเศร้า โดยภาพถ่ายจำนวนมากเป็นรูปซากปรักหักพัง ต้นไม้ตาย และชายหาดที่ว่างเปล่า
สามปีหลังจากสึนามิ อินไซด์เอาท์! ยังดำเนินต่อไปแต่ด้วยวัตถุประสงค์ใหม่ คือ ต้องการสร้างมิตรภาพและความเข้าใจในหมู่เด็กๆ ที่มาจากชุมชนและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน “ปกติแล้วเด็กที่มาจากชุมชนที่ต่างกันจะไม่ค่อยสุงสิงกันมากนัก” จินนี่ แฮลลาซี ผู้อำนวยการโครงการอินไซด์เอาท์! บอก “แต่ตอนนี้พวกเขากลายเป็นเพื่อนกันและเริ่มที่จะเข้าใจว่าจริงๆ พวกเขาก็มีอะไรเหมือนกันหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นพุทธ มุสลิม พม่า หรือมอแกน” ก่อนหน้าที่เด็กๆ จะมาถึงสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ภูเก็ต พวกเขาแบ่งกลุ่มขึ้นรถบัสไปเยี่ยมชุมชน และโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดพังงา เพื่อไปโชว์ภาพถ่ายของพวกเขา (ซึ่งตอนนี้พิมพ์ขยายใหญ่) ให้ผู้คนในชุมชน และเด็กนักเรียนคนอื่นๆ ดู และแต่ละคนจะชูภาพถ่ายของตนและเล่าถึงภาพถ่ายของเขาว่าเกี่ยวกับอะไร และทำไมเขาถึงถ่ายภาพนั้นๆ “เด็กผู้หญิงในรูปนี้รู้สึกเหงา เขาอยู่บ้านกับแม่ 2 คน เพราะพ่อเขาไปออกเรือ” เด็กหญิงสกีฟา วิถีกุล อายุ 10 ขวบจากจังหวัดนราธิวาสอธิบายภาพที่เธอถ่ายให้เด็กนักเรียนกว่า 100 คนที่โรงเรียนบ้านชาวไทยใหม่ในจังหวัดพังงาฟัง นักเรียนส่วนใหญ่ที่โรงเรียนนี้เป็นเด็กชนเผ่ามอแกน “หนูถ่ายรูปนี้ที่หมู่บ้านชาวประมงในนราธิวาส” สกีฟาบอก “หนูอยากบอกว่านราธิวาสก็มีการประมงไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ เหมือนกัน” ปิยนัดดา ธนะสิริ ผู้ประสานงานโครงการอินไซด์เอาท์! บอกว่า การเดินทางไปแสดงและบรรยายภาพต่อหน้าคนอื่นๆ เป็นจำนวนมาก เป็นการช่วยสร้างศักยภาพให้กับเด็กๆ และช่วยให้พวกเขามั่นใจในตัวเองมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสให้เด็กๆ ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับชุมชนหรือวัฒนธรรมของตนเอง “ตอนที่เราไปที่หมู่บ้านมอแกนทุ่งหว้า เด็กๆ มอแกนโชว์ภาพที่ตัวเองถ่ายให้ครอบครัวดู แม่ของเด็กบางคนถึงกับร้องไห้” ปิยนัดดาบอก “พ่อแม่เด็กหลายคนไม่เคยเข้าใจว่าเด็กๆ มาทำอะไรกันในโครงการนี้ แต่พอเห็นรูปแล้วถึงเข้าใจ ซึ่งภาพถ่ายของเด็กหลายคนทำให้พ่อแม่ของเขาถึงกับอึ้ง และภูมิใจในตัวลูกมาก” ที่สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำซึ่งมีผู้มาเยี่ยมชมเกือบ 10,000 คนในวันเด็กที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งแรกที่เด็กๆ อินไซด์เอาท์! ได้มีโอกาสถ่ายทอดสิ่งที่เรียนมาให้กับเด็กคนอื่นๆ ซึ่งวันนั้นมีเด็กๆ จากที่ต่างๆ มาลงทะเบียนเรียนถ่ายรูปที่บูธอินไซด์เอาท์! ประมาณ 60 คน “เด็กๆ จับคู่กันแล้วเดินไปถ่ายรูปตามที่ต่างๆ ด้วยกัน ช่างภาพจิ๋วของเราทำหน้าที่ได้ดีในการสอนเด็กคนอื่นๆให้ใช้กล้อง” ปิยนัดดาบอก จากการอบรมหลายครั้งตลอดปีที่ผ่านมา ภาพถ่ายของเด็กๆ หลายภาพสร้างความประทับใจให้ผู้ใหญ่หลายคน ซึ่งรวมถึงช่างภาพมืออาชีพด้วย มงคลสวัสดิ์ เหลืองวรพันธ์ ครูสอนถ่ายภาพของอินไซด์เอาท์! และช่างภาพอิสระพูดถึงภาพปูในตาข่ายของเด็กชายอะห์มัด วงศ์สอนธรรม วัย 10 ขวบจากนราธิวาสว่า “น่าทึ่ง” ซึ่งอะห์มัดพยายามหามุมกล้องที่แปลกไปจากเด็กคนอื่นโดยแทนที่จะถ่ายในระดับสายตา หรือถ่ายจากมุมบน เขากลับเอามือสอดไปใต้ตาข่ายปูเพื่อได้ภาพที่ต่างจากคนอื่น “บางทีผู้ใหญ่เองยังนึกไม่ถึงเลย นี่แสดงให้ถึงความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ ที่มองโลกในมุมที่ต่างจากผู้ใหญ่” มงคลสวัสดิ์บอก มงคลสวัสดิ์เสริมว่าอย่างน้อยเด็กที่เข้าร่วมโครงการนี้ถ่ายรูปเป็นหมดทุกคน และหลายคนก็กลายเป็นช่างภาพประจำโรงเรียนไปแล้ว อินไซด์เอาท์! ได้ปลูกฝังความรักในการถ่ายภาพให้กับเด็กหลายคน ซึ่งเด็กบางคนอย่างเช่นเด็กหญิงสกีฟาถึงกับพูดว่า “หนูจะเก็บเงินซื้อกล้องใหญ่แบบที่ครูใช้ และโตขึ้นหนูจะเป็นช่างภาพมืออาชีพให้ได้” อินไซด์เอาท์! จะยังคงเดินต่อไปโดยนำพาเด็กๆ เข้าสู่โลกแห่งการถ่ายภาพมากขึ้น โดยปีนี้มีแผนจะเข้าถึงเด็กที่อาศัยอยู่ในเกาะเล็กๆ ที่ชุมชนได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยว ในขณะเดียวกันโครงการก็กำลังพิจารณาที่จะทำธนาคารภาพถ่ายของเด็กๆ ทางอินเตอร์เน็ต เพื่อช่วยเผยแพร่ภาพถ่ายและหารายได้หรือเงินบริจาคเพื่อความยั่งยืนของโครงการต่อไป
|