พิราบน้อยยูนิเซฟ: ปลูกฝังสื่อรุ่นใหม่ให้ทำข่าวเด็กอย่างมีจริยธรรม
เรื่อง โดย ณัฐฐา กีนะพันธ์ (บทความนี้ได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ) เชียงใหม่, 9 กันยายน 2550 – แม้ว่าจะเรียนนิเทศศาสตร์ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นักศึกษาส่วนใหญ่รวมถึงกนกนิภา วงศ์ใจ นักศึกษาชันปีที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้รับมอบหมายให้ไปทำข่าวเกี่ยวกับเด็กระหว่างที่เธอเข้าอบรมโครงการ “พิราบน้อยยูนิเซฟ” ที่เชียงใหม่เมื่อต้นเดือน เธอกับเพื่อนๆ ในกลุ่มจึงตัดสินใจไปสำรวจเด็กๆ ในร้านเกมส์เพื่อทำข่าวเรื่องผลกระทบของเกมส์ออนไลน์ต่อพฤติกรรมของเด็ก หลังจากที่ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ที่ร้านเกมส์ที่เนืองแน่นไปด้วยเด็กๆ กนกนิภาพบว่า มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะสัมภาษณ์เด็ก “นี่เป็นครั้งแรกที่หนูสัมภาษณ์เด็ก ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเราควรต้องพยายามสร้างความคุ้นเคยกับเด็กก่อน ไม่งั้นเด็กๆ เค้าจะไม่ค่อยคุยด้วย” เธอบอก การต้องไปทำข่าวเด็กเป็นส่วนหนึ่งของการอบรม “พิราบน้อยยูนิเซฟ” ที่จัดโดยสถาบันอิศราและองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย โดยได้จัดอบรมนักศึกษาชั้นปีที่ 3-4 ที่เรียนด้านนิเทศศาสตร์ และวารสารศาสตร์ เป็นเวลา 3 วัน เกี่ยวกับเรื่องสิทธิเด็ก และหลักจริยธรรมในการทำข่าวเด็ก การอบรมนี้จัดขึ้นทั้งในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างเดือนสิงหาคมและกันยายน โดยมีเด็กนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศเข้าร่วมอบรมทั้งสิ้นประมาณ 160 คน ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ก็มีการจัดอบรมในลักษณะคล้ายๆ กันให้กับนักข่าวอาชีพทั้งด้านวิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ โดยสถาบันอิศราและยูนิเซฟ ซึ่งหลังจากอบรมเสร็จ นักข่าวส่วนหนึ่งก็ได้เข้าคอร์สอบรมต่ออีกหลายวัน เพื่อเตรียมมาเป็นวิทยากรให้กับโครงการ “พิราบน้อยยูนิเซฟ” โดยหวังที่จะปลูกฝังสื่อมวลชนในอนาคตให้เป็นคนทำสื่อที่มีจริยธรรมและมีคุณภาพต่อเด็ก บรรยากาศการอบรมที่เชียงใหม่เป็นไปอย่างคึกคัก นักศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิทธิเด็ก และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก โดยผ่านหนังสั้นการ์ตูนและบัตรเกมส์ของยูนิเซฟ พวกเขาได้เรียนรู้ว่าเด็กมีสิทธิอะไรบ้าง และผู้ใหญ่มีหน้าที่อย่างไรที่จะทำให้เด็กได้รับสิทธิที่เค้าพึงมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะสื่อมวลชนที่ควรสร้างสรรค์รายการที่เป็นประโยชน์ต่อเด็ก ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ไปละเมิดสิทธิเด็ก เช่น เปิดเผยตัวตนเด็ก หรือทำให้เด็กต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งเป็นประเด็นที่นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่เคยได้ตระหนักมาก่อน
“ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเราต้องปกปิดตัวตนแหล่งข่าว เช่น เด็กที่เป็นเหยื่อของความรุนแรง ตอนแรกหนูคิดว่าการปกปิดตัวตนแหล่งข่าวทำให้ข่าวเราไม่น่าเชื่อถือ แต่ตอนนี้เราได้เรียนรู้ว่ามีวิธีอื่นๆ ในการนำเสนอข่าวได้อีกโดยไม่สร้างความเสียหายให้ใคร” ชาฎาสุมินฌ์ คำยอด นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดนครสวรรค์บอก มาร์ค โธมัส หัวหน้าฝ่ายสารนิเทศขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย บอกว่า การขาดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิเด็กมักนำไปสู่การรายงานข่าวที่ขาดความรับผิดชอบและขาดความละเอียดอ่อน ซึ่งข่าวดังกล่าวอาจไม่เพียงแค่ให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนกับสังคมเท่านั้น แต่อาจส่งผลกระทบทางลบทางจิตใจ และการดำเนินชีวิตของเด็กที่ต้องตกเป็นข่าว “แม้ว่าสื่อไทยส่วนใหญ่จะทำได้ค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง แต่ยูนิเซฟและสถาบันอิศราเห็นว่ายังมีความจำเป็นที่จะต้องรณรงค์ในเรื่องบทบาทและความรับผิดชอบของสื่อมวลชน และความละเอียดอ่อนในการทำข่าวเด็ก การสัมภาษณ์ หรือการใช้ภาพถ่ายเด็ก” โธมัสบอก “นอกจากนี้ การที่เรามีสื่อมวลชนที่มีความรับผิดชอบต่อเด็ก จะช่วยเราเผยแพร่เรื่องสิทธิเด็ก และทำให้สังคมเข้าใจในเรื่องนี้มากขึ้น” หลังจากที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิทธิเด็กและหลักจริยธรรมในการทำข่าวเด็ก การสัมภาษณ์ และการใช้ภาพถ่ายเด็ก นักศึกษาได้ลงภาคสนามไปทำข่าวเกี่ยวกับเด็กในพื้นที่ ซึ่งมีหลายประเด็น ทั้งข่าวปัญหาเด็ก เช่น สถานการณ์ของเด็กเร่ร่อนในเชียงใหม่ที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น หรือข่าวเชิงสร้างสรรค์ เช่น โครงการหนังสือพิมพ์ Child’s Thai News ที่ทำโดยเด็กๆ ชั้นประถมและมัธยมในจังหวัดเชียงใหม่ หรือโครงการหารายได้พิเศษของนักเรียนชาวเขาที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ ที่ปลูกสมุนไพรในโรงเรียน และแปรรูปเพื่อนำไปขาย วันสุดท้ายของการอบรม นักศึกษาได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการลงพื้นที่ และวิจารณ์เนื้อหาข่าวของแต่ละกลุ่ม ว่าเกี่ยวข้องกับสิทธิเด็กอย่างไร ก่อนที่วิทยากรจะมาช่วยกันวิจารณ์และให้คำแนะนำถึงการเขียนข่าวให้น่าอ่าน และมีประโยชน์ต่อผู้อ่านและตัวเด็กเอง โดยที่สำคัญกระบวนการทำข่าวและเนื้อหาข่าวจะต้องไม่ละเมิดสิทธิเด็ก “ผมคิดว่าเด็กๆ ในแวดวงนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ ไม่ว่าจะเรียนหนังสือพิมพ์โดยตรงหรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยก็ได้รู้ถึงผลและอิทธิพลของสื่อที่มีต่อเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการส่งเสริมสิทธิเด็ก หรือในทางกลับกัน ผลกระทบในการไปละเมิดสิทธิเด็กเสียเอง” มงคล บางประภา ผู้จัดการโครงการพิราบน้อยยูนิเซฟกล่าว มงคลบอกว่า ที่สำคัญนักศึกษาได้เรียนรู้ถึงการใช้วิจารณญาณในการทำข่าวเด็ก ว่าทำข่าวอย่างไรไม่ให้ละเมิดสิทธิเด็ก แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องดำรงไว้ซึ่งหน้าที่ของสื่อมวลชนในการนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์สู่สาธารณะ การอบรมพิราบน้อยสิ้นสุดลงแล้ว นักศึกษาจากหลากหลายสถาบันต่างร่ำลาเพื่อนใหม่ที่ได้พบระหว่างการอบรม นอกเหนือจากมิตรภาพที่ได้แล้ว พวกเขาต่างแยกย้ายกันกลับบ้านพร้อมด้วยความตระหนักในเรื่องสิทธิเด็กที่จะคอยเตือนพวกเขาเวลาที่ต้องไปทำข่าวเกี่ยวกับเด็ก อย่างเช่นที่นางสาว ภัทรดา ฤทธิแตง นักศึกษาคณะการสื่อสารมวลชน จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่บอกไว้ว่า “เดี๋ยวนี้คงต้องคิดเยอะขึ้น ต้องคิดถึงใจเขาใจเราเวลาที่ต้องทำข่าวเกี่ยวกับเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่ถูกกระทำ บางทีเราอาจคิดไม่ถึงว่าข่าวของเรา หรือแม้แต่คำถามของเราจะสามารถทำร้ายจิตใจเด็ก หรือทำให้เด็กคนหนึ่งต้องเสียอนาคตไปเลย”
|