แกนนำเยาวชนร่วมกันป้องกันไข้หวัดนก
เรื่อง โดย โรเบิร์ต ฟิว อุดรธานี, 25 มกราคม 2550 - ผู้ใหญ่และเด็กๆ แต่งตัวเป็นไก่เดินเป็นขบวนไปตามถนนต่างๆ ของบ้านหนองแวงในจังหวัดอุดรธานี ทุกคนร้องเพลงคำขวัญ มือโบกแผ่นผ้าที่เขียนข้อความง่ายๆ สองสามประโยคเกี่ยวกับวิธีป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดนก: อย่าสัมผัสสัตว์ปีกที่ตายแล้ว ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหาร แยกสัตว์ปีกที่ปกติออกจากสัตว์ปีกที่ป่วย แจ้งทางการเมื่อมีสัตว์ปีกตาย และปรุงอาหารให้สุกก่อนรับประทาน ชาวบ้านพากันออกมาจากบ้านเพื่อดูขบวนพาเหรดสีสันสวยงามนี้ บางคนหลบเข้าที่ร่มจากแดดตอนเที่ยงที่ร้อนจัด ทุกคนได้รับความสนุกสนานจากขบวนแห่ ในขณะที่ตาก็อ่านข้อความบนแผ่นผ้าอย่างเอาจริงเอาจัง “ผมไม่ค่อยรู้เรื่องไข้หวัดนกมาก่อนสักเท่าไหร่” บุญเชิด คำม่วน วัย 62 ปีบอก “แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าทำยังไงถึงจะปลอดภัย และอะไรที่มันอันตราย ข้อมูลที่เราเคยได้ค่อนข้างสับสน แต่ครั้งนี้ รู้สึกว่าชัดเจนดีจริงๆ แถมยังเข้าใจง่ายด้วย”
ด้วยความอนุเคราะห์ด้านการเงินจากรัฐบาลญี่ปุ่น องค์การยูนิเซฟเป็นผู้นำในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในประเทศไทยมาตั้งแต่ต้นปี 2549 โดยการจัดหาเงินกว่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐให้แก่หน่วยงานต่างๆ ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการให้ความรู้เกี่ยวกับไข้หวัดนกแก่ประชาชน การให้ความรู้แก่พวกผู้ใหญ่เป็นเพียงแค่ก้าวแรกเท่านั้น อุปสรรคที่แท้จริง อยู่ที่การทำให้ข้อมูลที่ค่อนข้างจะซับซ้อนนั้น สามารถฟังและเข้าใจได้ง่ายขึ้นสำหรับเด็ก ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ใหญ่ เพราะเด็กๆ มักจะชอบเล่นกับสัตว์ปีกและขนนกขนไก่ โดยไม่ได้ใส่ใจว่า อาจเกิดอันตรายกับตนเองได้ องค์การยูนิเซฟได้จัดทำและพิมพ์หนังสือเล่มเล็กๆ และแผ่นพับเรื่องความรู้เกี่ยวกับไข้หวัดนก มอบให้กระทรวงศึกษาธิการแจกจ่ายให้แก่เด็ก 12 ล้านคนในโรงเรียนทุกแห่งในประเทศไทย สิ่งพิมพ์ดังกล่าวออกแบบให้มีสีสันสวยสดใส มีข้อความอ่านง่ายพร้อมรูปประกอบ เพื่อให้เป็นที่สนใจและง่ายที่เด็กจะเข้าใจ นอกจากนี้ยังมี ”แกนนำเยาวชนเพื่อป้องกันไข้หวัดนก” หรือ ที่เรียกว่า bird flu buster ไปเยี่ยมโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการระบาดของไข้หวัดนก ที่โรงเรียนบ้านหนองแวง เด็กนักเรียนหลายร้อยคนเบียดกันแน่นอยู่ในหอประชุม ซึ่งแกนนำเยาวชนเหล่านี้กำลังนำน้องๆ นักเรียนร้องเพลง เล่นเกม และตอบปัญหาเรื่องเชื้อไวรัสนี้ จากความเขินอายในตอนแรก เด็กทุกคนชูมือกันสลอนในตอนท้ายของกิจกรรม อาสากันตอบคำถามเกี่ยวกับสุขอนามัยและความปลอดภัย “เด็กๆ มีความเสี่ยงมากจริงๆ เพราะไม่มีความเข้าใจในเรื่องของอันตรายที่เกิดจากสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายลง” ศันสนีย์ สีแตงขำ หัวหน้ากลุ่มต่อต้านไข้หวัดนกประจำหมู่บ้าน วัย 15 ปี อธิบายให้ฟัง “เราทำกิจกรรมนี้เพื่อให้เด็กๆ ได้รับข้อมูลที่สามารถเข้าใจได้ และเรายังให้ความรู้กับพ่อแม่ของเด็กด้วย เพื่อให้ถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ให้ลูกๆ ฟัง” นอกจากนี้ องค์การยูนิเซฟได้สนับสนุนรัฐบาลในการจัดทำ ‘พาสปอร์ตไก่ชน’ สำหรับไก่ชนเพื่อใช้ในการเดินทางและเข้าร่วมในการแข่งขัน ในอดีตผู้เลี้ยงไก่ชนไม่ต้องการรายงานทางการเมื่อไก่ของตนเจ็บป่วย เนื่องจากไก่ชนมีราคาแพง ซึ่งอาจมีมูลค่าเป็นแสน ในขณะที่ไก่ชนมักจะเป็นไข้หวัดนกได้ง่าย เพราะถูกเคลื่อนย้ายบ่อยเนื่องจากเจ้าของนำไปชนตามเมืองต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และในวันที่มีขบวนพาเหรดที่บ้านหนองแวง ผู้เลี้ยงไก่ชนได้มารวมกลุ่มอยู่หน้าลานวัดของหมู่บ้าน รอที่จะขอพาสปอร์ตให้ไก่ของตน “ผมรักไก่ชนเหมือนกับเป็นลูกของผมทีเดียวละ” สุรินทร์ เอี่ยมทองดี ผู้เลี้ยงไก่ชนคนหนึ่งบอก “มันเหมือนส่วนหนึ่งของครอบครัว เวลาที่มันป่วย และจะต้องถูกทางการกำจัดนั้น ผมทุกข์ใจเป็นที่สุด” ภายในไม่กี่นาที พนักงานสาธารณสุขก็ชั่ง ถ่ายรูป และทดสอบไก่ของเขาก่อนจะออกพาสปอร์ตให้ในชื่อ “แบล็ค ไดมอนด์” คุณสุรินทร์เองก็ต้องเซ็นชื่อเข้าเป็นอาสาสมัครต่อต้านไข้หวัดนก ที่จะต้องให้ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้เป็นเจ้าของฟาร์มคนอื่นๆ และส่งเสริมให้ชาวบ้านรายงานสัญญาณของการติดเชื้อไข้หวัดนก อย่างไรก็ตาม ไม่มีการป้องกันที่ได้ผลเด็ดขาดกับการระบาดของไข้หวัดนกในปัจจุบัน แต่การเตรียมพร้อมโดยการทำให้ชุมชนและเด็กๆ มีความรู้เพื่อลดความเสี่ยงที่จะติดโรคนี้ลงไปได้ คือวิธีที่ดีที่สุดที่จะแน่ใจได้ว่าการระบาดจะส่งผลกระทบแก่มนุษย์น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
|